วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เบี้ยวทุน’ ปัญหาระดับชาติ

เรื่องของ “นักเรียนทุน” ที่ใช้เงินรัฐบาลไปเรียนต่อต่างประเทศ

แล้วไม่กลับมา “ใช้ทุน” ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะหลายคนพอไปเรียนแล้วพบ “ช่องทาง” สร้างอนาคตที่ดี เมื่อกลับมาใช้หนี้ก.พ.ให้ถูกต้องตาม “กติกา” ก็เป็นอันจบเรื่องกันไป

000 แต่ประเด็นของ หมอดลฤดี จำลองราษฎร์ ที่เป็น“ข่าวดัง”เพราะเอาเงินรัฐบาลไปร่ำเรียนร่วม 10 ปี แต่ไม่ยอมคืนทุน ปล่อยให้เป็นภาระหนี้ของคน“ค้ำประกัน” จนเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะบนสื่อออนไลน์ ที่เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่เฉพาะตัวหมอฟันสาวรายนี้เท่านั้น 

000 แต่ยังลามไปถึงต้นสังกัดที่เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศอย่าง“มหิดล” ว่าได้ดำเนินการ “ติดตามทวงถาม” อย่างจริงจังมากน้อยแค่ไหน ลามไปถึง“ฮาวาร์ด” มหาวิทยาลัยหัวแถวของโลก ที่หมอดลฤดี ไปร่ำเรียนจนได้รับการว่าจ้างให้ทำงานต่อในฐานะนักวิจัย

000 และเรื่องราวยังลุกลาม “ขุดคุ้ย” ไปถึงทรัพย์สิน รายได้และความเป็นอยู่สุขสบายในต่างแดน... บนโลกออนไลน์มีการกล่าวอ้างว่าหมอดลฤดี มีรายได้จากฮาร์วาร์ด รวมกับการเปิดคลินิกทำฟัน คิดเป็นเงินไทยราวปีละ 42 ล้านบาท มีชีวิตอยู่กับครอบครัวในบ้านหรูย่านไฮโซ พร้อมกับนำเสนอรูปรถสปอร์ตราคาแพง

000 เรื่องราวที่เกิดขึ้นมีเพียง หมอเผด็จ พูลวิทยกิจ ที่เป็นหนึ่งในสี่ผู้ค้ำประกัน เพียงคนเดียวที่ออกมาเรียกร้องทวงถามความเป็นธรรม โดยเฉพาะสิ่งที่ฝากคำถามไปถึงฝ่ายกฎหมายและผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ในเรื่องการ“ตามหนี้”

000 เพราะเขาไม่เชื่อว่าหากมีการติดตามอย่างเข้มข้น มีการแจ้งความดำเนินคดี หรือมีการประสานไปยังฮาร์วาร์ด แจ้งเรื่องไปที่สถานกงสุลหรือสถานทูต จะ“ไม่สามารถติดต่อได้”อย่างที่มหาวิทยาลัยมหิดลได้ชี้แจงไว้ในเบื้องต้น

000 ซึ่งบ่ายวันนี้คงจะต้องฟังคำแถลงของ 2 ผู้บริหารม.มหิดล ทั้ง นพ.บรรจง มไหสวริยะ รองอธิการบดี และทพ.พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่น่าจะมีเนื้อหาสาระคลายความกังวลของสังคมได้มากกว่าการไม่สามารถ“ดำเนินการ”กับลูกหนี้ตัวจริงได้

000 บทเรียนครั้งนี้“สอน”อะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะการ“ค้ำประกัน”...ขณะเดียวกัน ก.พ.ที่เป็นผู้พิจารณาทุน ก็ต้องคิดให้เยอะ ต้องปรับแก้กติกาให้“รัดกุม” เพราะการที่รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ออกมาระบุว่าการ“เบี้ยวทุน”เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการตอกย้ำความบกพร่องที่จะเป็นจำเป็นต้องปรับปรุงโดยเร็ว

000 รวมทั้งในส่วนของ “มหิดล”นอกจากเรื่องราวที่จะมีการแถลงข่าว ยังมีเรื่องที่ถูกตั้งข้อสงสัยและอาจทำให้มหาวิทยาลัยถูกมองในทาง“เสียหาย”ได้ หากไม่รีบทำความเข้าใจกับสังคม...ในประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าอาจจะมีใคร“รู้เห็น”กับหมอดลฤดี หรือไม่?

000 เพราะหาก“หมอดลฤดี”ตัดสินใจ“จ่ายคืนทุน”ในทันที จะต้องควักเงินจ่าย 3 เท่าของทุนที่ใช้ไปทั้งหมด ราว 30 ล้านบาท แต่หากเรียกคืนจาก“ผู้ค้ำ”จะเรียกเฉพาะเงินที่ใช้จ่ายจริงเป็นตัวเลขกลมๆ ราว 10 ล้านบาทเท่านั้น

000 ประเด็นนี้หากไม่“พูดให้ชัด”หรือเร่งทำให้สังคมหายกังวลสงสัย เกรงจะเกิดความเสียหายกันทั่วถึง รวมทั้ง “พี่ปุ้ย”และ“ติ๊ก”ที่หมอดลฤดี ส่งอีเมลมาหาก็อาจหนีไม่พ้นเป็น“เหยื่อ”ข้อกล่าวหานี้ด้วยเช่นกัน

000 ในสัปดาห์นี้ ธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าฯ กปน. จะนั่งหัวโต๊ะประชุมเดินหน้ามาตรการ“จูงใจ”ประหยัดน้ำ ที่มากกว่าการรณรงค์ขอความร่วมมือ โดยถอดบทเรียนมาจากปีก่อน ที่ได้ผล“เกือบ”เป็นที่น่าพอใจ !!!

 .....................................

อัชชาวดี  [email protected]