เรื่องหนึ่งที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาตนเองที่ได้จากการประชุม World Economic Forum
ที่มีผู้นำจากหลากหลายวงการทั่วโลกมาร่วมประชุมกัน คือการประกาศทักษะที่จำเป็นสำหรับการงานในอนาคต เพื่อให้ผู้คนได้ตระเตรียมตนเองไว้ล่วงหน้า ทักษะที่ผู้คนควรจะมีในแต่ละช่วงเวลานั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกาลสมัย และบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุม World Economic Forum ก็ได้ประกาศทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้คนในปี 2020 เช่นเดียวกับที่ได้เคยประกาศทักษะสำหรับปี 2015 ซึ่งที่น่าสนใจคือทักษะในการคิดหาทางแก้ปัญหาที่สลับซับซ้อนถูกจัดเป็นทักษะที่สำคัญเป็นอันดับแรก ในทั้งสองครั้ง จะอยู่เป็นผู้คนที่ทำการงานประสบความสำเร็จได้ในวันนี้และวันหน้านั้น สรุปได้เลยว่าต้องแก้ปัญหาเป็น แก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะปัญหาที่มีสารพัดเรื่องย่อยๆ เต็มไปหมด และเรื่องย่อยๆ เหล่านั้นส่งผลกระทบถึงกันและกัน แก้เรื่องหนึ่งกระทบอีกเรื่องหนึ่ง แก้เรื่องเวลาเปิดภาคเรียนของลูก ไปกระทบเรื่องเวลาทำงานของพ่อแม่ ไปกระทบการเตรียมตัวทีมกีฬา ไปกระทบรายได้ของครูบาอาจารย์
ถ้าจะแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้นั้น ต้องมองเชิงบวกไว้ก่อน ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการแก้ปัญหานั้น อย่าบอกว่าเป็นภาระ ทำไมต้องเป็นตัวฉันที่ต้องแก้ไขปัญหานี้ และต้องใช้หลักการในการแก้ไขปัญหานั้น จะมั่วๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ ค่อยๆ แกะหาต้นตอของปัญหาในแต่ละเรื่องย่อยๆ นั้นไปจนกระทั่งเจอต้นตอที่ส่งผลต่อแทบทุกเรื่อง แล้วจัดการแก้ไขจากต้นตอนั้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในทักษะที่เคยประกาศสำหรับปี 2015 บอกว่าจะแก้ปัญหาซับซ้อนได้นั้น ทักษะที่ต้องมีตามมาคือความสามารถในการประสานสิบทิศ ชวนคนนั้นหาคนนี้มาช่วยกันแก้แต่ละเรื่องได้ พอชวนคนมาช่วยลงแรงกันมากมายหลายคน ก็ต้องรู้จักวิธีบริหารให้คนเหล่านั้นทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และราบรื่น ปราศจากการขัดแย้ง ปัญหายาก ใช้คนเยอะ จึงต้องบริหารคนให้ดี
แต่ทักษะ 2020 กลับเปลี่ยนไปบอกว่าจะแก้เรื่องซับซ้อน ต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะที่มาที่ไปของแต่ละเรื่องได้ แต่ก่อนเจองานยากให้หาคนอื่นช่วย วันหน้าเจองานยากให้คิดวิเคราะห์หาทางขจัดเหตุนั้นออกไปก่อนแล้วแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ หลายหนทางอย่างสร้างสรรค์ ทักษะที่ใช้แก้ปัญหาวานนี้กับทักษะที่ใช้แก้ปัญหาวันพรุ่งนี้มีลำดับขั้นตอนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน วันพรุ่งนี้เน้นมาที่ตัวเองก่อน คิดก่อน หาทางเลือกเองก่อน คิดได้แล้วถึงจะหาหนทางบริหารให้ลูกน้องทำงานตามที่เราคิดไว้ได้ หาหนทางบริหารให้ลูกน้องใช้ฝีมือใช้ความสามารถได้เต็มที่ในการช่วยเราแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนนั้นตามแนวทางที่เราคิดไว้
การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก จนหลายคนยอมจำนนกับปัญหาเหล่านั้น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในวันพรุ่งนี้ต้องสามารถค้นหาต้นตอของปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้นได้ พร้อมกับเสนอทางเลือกของหนทางที่จะหลุดรอดจากปัญหาซ้ำซากนั้นให้พรรคพวกได้ช่วยกันคิด ช่วยกันเลือก เมื่อเป็นที่ตกลงร่วมกันแล้ว ผู้นำในวันหน้าต้องสามารถบริหารจัดการผู้คนให้ช่วยกันต่อสู้กับปัญหาเรื้อรังนั้นตามหนทางที่ร่วมกันเลือกไว้ จนขจัดปัญหานั้นได้โดยสิ้นเชิง วันหน้าเป็นวันของคนที่มาแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่คนที่มาประสานให้คนอื่นมาช่วยแก้ปัญหา
แน่นอนว่าการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนย่อมมีผลกระทบถึงคนรอบทิศ จะทำการงานในวันหน้าจึงต้องสามารถประสานกับคนรอบทิศนั้นได้ โดยเฉพาะการช่วยลดทอนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเรากับคนอื่นได้ ไม่ใช่แก้ปัญหาของฉันได้ แต่ปล่อยให้ไปเป็นปัญหาของคนอื่นแทน และอาจต้องถึงขั้นที่สามารถประสานกับคนรอบทิศเปลี่ยนแปลงตัวเขา เพื่อให้อยู่กับการเปลี่ยนแปลงของเราได้ โดยไม่ต้องใช้การบังคับขู่เข็ญใดๆ
การตัดสินใจอย่างมีหลักการและรวดเร็ว มีความจำเป็นสำหรับวันหน้า เพราะการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ถ้าเราไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเองก็อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คนอื่นทำให้เกิดขึ้นแต่มีผลกระทบมาถึงตัวเราด้วย ทำให้ต้องมีการตัดสินใจบ่อยขึ้น และเป็นการตัดสินใจที่ซับซ้อนมากขึ้น จะตัดสินใจได้ในสภาพนี้ ก็ต้องอาศัยหลักการที่คงเส้นคงวา และต้องตัดสินใจให้ได้เมื่อถึงเวลา ความล่าช้าในการตัดสินใจในวันหน้าอาจหมายถึงเปลี่ยนชัยชนะให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ได้
เมื่อต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงใดๆ เมื่อต้องชี้นำทางเลือกอยู่เป็นประจำ เมื่อต้องแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่างถอนรากถอนโคน ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีทั้งคำชมและคำด่าจากทั้งผู้ที่เห็นด้วย และผู้ที่คัดค้าน แม้การกระทำต่างๆ จะเป็นไปอย่างมีตรรกะและหลักการ แม้จะมีผลดีปรากฏตามมา แต่ไม่อาจป้องกันคำด่า คำติเตียนที่จะตามมาได้ ดังนั้นถ้าจะทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ในวันหน้า ต้องเป็นผู้ที่มีความชาญฉลาดทางอารมณ์สูงกว่าที่มีอยู่ในวันนี้ ต้องยืดหยุ่นความคิดความเชื่อมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เปิดใจรับหลักการที่เปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสังคมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
อะไรที่เคยเชื่อว่าผิด เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้นั้น วันหน้าอาจจะถูก หรืออาจจะเป็นไปได้ ซึ่งเมื่อยืดหยุ่นความคิดความเชื่อตามการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะสามารถเจรจาต่อรองในเรื่องต่างๆ กับกลุ่มต่างๆ ได้อย่างไม่ต้องมีผู้แพ้ เมื่อไม่มีใครพ่ายแพ้จากการเปลี่ยนแปลงนั้น การงานย่อมพัฒนาก้าวหน้าไปได้โดยไม่ต้องสะดุดหยุดลงจากการใช้ทักษะวันก่อน มาบริหาร มาทำงานในวันหน้า
โลกเปลี่ยนไปแล้ว ท่านเปลี่ยนทักษะของท่านหรือยัง






