หากเราศึกษาดูบทบาทของภาคเอกชนในกิจการภาครัฐในไทยนั้นจะพบว่ามีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง
ระบบเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทั่วโลกมีลักษณะเป็นระบบเศรษฐกิจแบบผสมรวมทั้งไทยด้วย คือ อาศัยกลไกตลาดและบทบาทของรัฐเป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากร
กลไกราคาหรือตลาดจะจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิสูงสุด เมื่อมีโครงสร้างตลาดแข่งขันอย่างสมบูรณ์ (Perfectly Competitive Market) การแปรรูปเป็นการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในกิจการภาครัฐ หรือเพิ่มบทบาทของกลไกตลาดในการบริหารจัดการองค์กรของรัฐ การแปรรูปต้องนำไปสู่การปรับโครงสร้างตลาดให้มีการแข่งขันมากขึ้นจึงทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กำหนดไว้เป็นครั้งแรกในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่หนึ่ง (2504 – 2509) เป้าหมายกิจการที่จะดำเนินการแปรรูป คือ กิจการด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม
นอกเหนือจากการกำหนดกิจการในสาขาทั้งสองแล้ว รัฐได้ประกาศแนวทางชัดเจนว่า จะมุ่งส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม ความคิดในการ จำหน่าย จ่าย โอน รัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจถือได้ว่า เป็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างหนึ่งนั้น มีปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเกือบทุกฉบับ จนกระทั่งฉบับปัจจุบัน อย่างแผนพัฒนาฉบับที่ 5 (2525 – 2529) กำหนดแนวนโยบายกว้างๆ เกี่ยวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจไว้ทั้งทางตรงและทางอ้อม คือ
1.จะมีการจัดตั้งองค์กรทำหน้าที่กำกับดูแล และจะให้เวลาแก่รัฐวิสาหกิจปรับปรุงกิจการของตนเอง ระยะหนึ่ง
2.เมื่อพ้นระยะเวลาแล้ว รัฐวิสาหกิจดำเนินงานไม่ได้ผลเท่าที่ควรโดยไม่มีสาเหตุ อันสมควร รัฐจะพิจารณาดำเนินการยุบเลิก แปรสภาพ หรือจำหน่ายต่อไป
3.กิจการประเภทสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน หากไม่สามารถปรับสมรรถภาพการบริหาร และประสิทธิภาพในการให้บริการ มีราคายุติธรรมก็จะโอนกิจการจัดตั้งในรูปบริษัท จำกัด บริษัท มหาชน จำหน่ายหุ้นบางส่วนให้เอกชน ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบในการบริหาร โดยรัฐจะเป็นผู้ควบคุมนโยบายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด
4. รัฐจะคงไว้ซึ่งรัฐวิสาหกิจที่เป็นเครื่องมือของรัฐในอันจะยังประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั่วไป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 จัดทำสมัยช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จากรัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นรัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ โดยมี นายบุญชู โรจนเสถียร เป็นรองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่กำกับการสร้างแผนฉบับนี้ ดังนั้น ความเข้มงวดเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจในลักษณะดังกล่าว จึงสะท้อนออกมาเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม สถานะของรัฐบาลในช่วงของการเตรียมและเริ่มแผนฉบับที่ 5 นี้ ยังไม่มีเสถียรภาพสูงนัก และรัฐบาลกำลังต้องตระเตรียมการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ ดังนั้นแนวทางดังกล่าวจึงมิได้เป็นที่สนใจมากนัก ลักษณะความสนใจเป็นไปในลักษณะความสนใจของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมากกว่าความสนใจของฝ่ายการเมืองและธุรกิจ
ผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2526 และมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมโดยมี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ตั้งแต่ 30 เมษายน พ.ศ. 2526 จึงได้มีการทบทวยแนวนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2526 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ คือ “การให้เอกชนร่วมหุ้นและให้เอกชนบริหาร หรือกิจการนั้นให้กระทรวงเจ้าสังกัดของรัฐวิสาหกิจนั้นๆ เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นรายๆ ไป”
เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ขึ้น ประเทศไทยต้องพึ่งพาเงินกู้ในโครงการช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและต้องทำข้อตกลงในหนังสือแสดงเจตจำนง หรือ Letter of Intent ที่จะดำเนินการตามเงื่อนซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญก็คือ ต้องมีการดำเนินการ “แปรรูปรัฐวิสาหกิจ” ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของรัฐวิสาหกิจไทย เป็ฯพัฒนาการที่สำคัญของรัฐวิสาหกิจในประเทศไทย หลังจากนั้น รัฐบาลไทยได้ร่วมกับนักเชี่ยวชาญจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศไทยได้จัดทำ “แผนแม่บทในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ”
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้มีการผ่านกฎหมายพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ โดยพระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายกลางที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนสภาพของรัฐวิสาหกิจประเภทที่มี พระราชบัญญัติจัดตั้งเฉพาะขึ้น เช่น การปิโตรเลียม การรถไฟ การท่าอากาศยาน การไฟฟ้าต่างๆก่อนวิกฤตการณ์ปี พ.ศ. 2540 ก็มีการดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจบางส่วนและมีการนำกิจการรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนแต่ยังคงเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ เช่น ธนาคารกรุงไทยเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในปี พ.ศ. 2532 บมจ การบินไทยเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ในปี พ.ศ. 2534 ปตท สผ (บริษัทลูกการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย) เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ปี พ.ศ. 2536 ก่อนวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 มีการนำบริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGCO)
หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจแล้วและเริ่มมีการเตรียมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจบางแห่งและนำรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การเตรียมการไม่ได้นำไปสู่การดำเนินการในทางปฏิบัติในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย มาประสบความสำเร็จในการแปรรูปและนำรัฐวิสาหกิจบางแห่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการนำ ปตท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี พ.ศ. 2544 การท่าอากาศยานแห่งประเทศในปี พ.ศ. 2545 องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ.2547 มีความพยายามในการแปรรูป “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย” และนำ กฟผ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ระงับการดำเนินการ ในการพิจารณาแปรรูปรัฐวิสาหกิจนั้น เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจด้วยว่าวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจของไทยมีอะไรบ้าง เพื่อจะดำเนินนโยบายรัฐวิสาหกิจอย่างเหมาะสม สมควรแปรรูปหรือไม่สมควรแปรรูป สมควรจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ อย่างไร






