ช่วงนี้กรุงเทพฯอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส
หลายคนชอบเพราะบรรยากาศเหมือนเมืองหนาว ดูสดชื่นสดใสแม้จะเพียง 2-3 วันก็ชื่นใจ ได้สัมผัสอากาศหนาวเหน็บ เหมือนอยู่บนยอดดอย ทั้งที่อยู่พื้นราบในเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารสูงในป่าคอนกรีต แต่หนาวเย็นจับใจ ปรากฎการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นสัญญาณบ่งชี้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงชัดเจน เป็นสัญญาณเตือนว่าหลังจากนี้ไป สภาพอากาศเมืองไทย มีประเด็นให้พึงระวังมากขึ้น เป็นข้อสังเกตจากนักวิชาการที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.2559)
นักวิชาการชื่อดัง “ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” ตั้งข้อสังเกตว่า ปรากฏการณ์แบบนี้ มักไม่ค่อยเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายเดือน ม.ค. ต่อเดือน ก.พ. ซึ่งโดยปกติแล้วประเทศไทยใกล้เข้าสู่ฤดูร้อน แต่อุณหภูมิกลับลดลงจนหนาวเย็นแบบนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ เอลนินโญ่ (อุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก อุ่นขึ้นผิดปกติ) และ ลานินญ่า (อุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเย็นลงผิดปกติ) ที่ทำให้อุณหภูมิโลกเกิดความแปรปรวน
ย้อนไปดูที่ต้นเหตุ แน่นอนหนีไม่พ้นปัญหา “โลกร้อน” ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวน ผลกระทบไม่เพียงประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกก็เผชิญสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หนาวฉับพลันแบบนี้ด้วย เช่น เซียงไฮ ประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีอุณหภูมิลดต่ำลง และมีหิมะตกอย่างหนักเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีรายงานว่าบริเวณทางฝั่งตะวันตกซึ่งปกติไม่ค่อยมีหิมะตก ปีนี้พบว่ามีหิมะตกในหลายมลรัฐ ส่วนฝั่งตะวันออก เช่น วอชิงตัน และนิวยอร์ก วิกฤติหนักกว่า มีหิมะตกหนักถึงขนาดทำให้การจราจรติดขัด
สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ประเทศไทย“จะหนาวถึงขั้นมีหิมะตกได้หรือไม่” ดร.สมิทธ มองว่ามีโอกาสพอสมควร หากเกิดปรากฏการณ์ความกดอากาศสูงจากขั้วโลกเหนือแผ่ลงมาลึก เช่นเดียวกับครั้งนี้ เกิดขึ้นอีกสักครั้งหรือสองครั้ง ก็อาจจะมีความเป็นไปได้
“การที่หิมะจะตกได้ต้องมีอุณหภูมิผิวพื้น 0 องศาเซลเซียส ซึ่งในวันที่เกิดปรากฏการณ์หนาวเฉียบพลัน 2-3 วันที่ผ่านมา พบว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ มีอุณหภูมิผิวพื้น เหลือเพียง 7-8 องศาเซลเซียส เท่านั้น”
หนาวเฉียบพลันในไทย ต้นตอมาจากความกดอากาศสูง ที่แผ่ปกคลุมในไทย ซึ่งต้นเหตุมาจากภาวะโลกร้อน ดังน้นหากโลกยังคงร้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่นในปัจจุบัน ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่า ระดับความความรุนแรงของความกดอากาศสูงจากขั้วโลกเหนือ จะยิ่งทวีกำลังแผ่มาถึงบริเวณเส้นศูนย์สูตรมากขึ้นๆ หากเป็นเช่นนั้น ก็อาจเกิดสิ่งเหลือเชื่อขึ้นในประเทศไทยก็เป็นได้ ไม่เพียงอากาศหนาวฉับพลัน แต่อากาศร้อนและแล้งรุนแรง ก็มีโอกาสเช่นกัน
"ฤดูร้อนที่เราจะต้องเผชิญในปี พ.ศ.2559 นี้ จะเป็นวิกฤติหนักที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ เพราะนอกจากอุณหภูมิอาจจะสูงมากแล้ว ปัญหาภัยแล้ง อาจเลยเถิดถึงขั้นขาดแคลนน้ำสำหรับการบริโภคเลยทีเดียว! พูดไปอาจเหมือนเวอร์ แต่ในความเป็นจริง มีความเป็นไปได้สูงมาก” ดร.สมิทธ สรุปเป็นเชิงพยากรณ์อากาศ โดยวิเคราะห์จากสภาพอากาศที่เกิดขึ้น เชื่อมโยงถึงสภาพแวดล้อมของโลกที่เกี่ยวเนื่องกัน
ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญในฤดูร้อนที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ คือ อากาศร้อนภัยแล้ง ที่น่าจะรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นโจทย์สำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันตระหนัก ต้องเตรียมพร้อม รับมือภัยแล้งอากาศร้อน ซึงปีนี้อาจวิกฤติเฉียบพลัน ดังเช่นภาวะหนาวฉับพลันที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
อากาศหนาว หลายคนรู้สึกชอบและยินดี แต่อากาศร้อนและแล้งรุนแรงเชื่อว่าทุกคนไม่ปราถนา แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เราต้องการหรือไม่ หากอยู่ที่ว่าเราจะเผชิญหน้ากับมัน รับมือสถานการณ์ ไม่ให้ถึงขั้นวิกฤติขาดน้ำได้อย่างไร เราต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง เตรียมความพร้อมรับปัญหาภัยแล้งอากาศร้อนที่กำลังจะผ่านเข้ามา ไม่ให้ก่อความเสียหายมากเกินไป






