วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Divergence Diversity and Convergence สถาบัน รัฐ ตลาด (46)

เราจะเข้าใจ Silicon Valley ได้ดีขึ้นในทุกๆ มิติ ถ้าเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการปรับตัว

รองรับกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติของโลกในปัจจุบัน และเราจะรู้จักเขาดีขึ้นเมื่อได้เปรียบเทียบกับที่อื่นๆ โดยเฉพาะในอเมริกาด้วยกันเอง เช่น เมืองอย่าง Boston หรือเมืองอื่นๆ ทุกๆ ที่ที่เป็น Cluster สำคัญของโลกในอดีต เคยเด่นเป็นผู้นำของประเทศหรือของโลกในเรื่องผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมล้วนผ่านวิกฤติและวัฏจักรทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เมืองอย่าง Birmingham, Liverpool, Manchester ของอังกฤษ ซึ่งเป็น Cluster ทางอุตสาหกรรมแรกๆ ในต้นศตวรรษที่ 19 ต่างก็เสื่อมสภาพศตวรรษต่อมาต้องปรับตัวทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยวิธีการใหม่เมือง Detroit วันนี้มองจากเรื่องของความหวังของชุมชน หรือมองเป็นระบบนิเวศของรถยนต์และโครงสร้างของสังคมย่อมไม่เหมือนยุคของ Henry Ford หรือช่วงหลังสงครามที่ GM ก็คืออเมริกาหรือสหภาพแรงงาน อุตสาหกรรมรถยนต์สามารถชี้เป็นชี้ตาย กระนั้นก็ตาม Detroit ไม่จำเป็นต้องตายหรือเสื่อมอย่างถาวร เกิดใหม่ได้ในรูปร่างและจิตใจที่ไม่เหมือนเดิม

 รัฐอย่าง Massachusetts ก็เช่นกัน ปัจจุบันมีประชากรประมาณหกล้านคนเศษๆ เริ่มต้นเคยมีอุตสาหกรรมสำคัญๆ เช่น สิ่งทอ รองเท้า เครื่องจักรกล ตามเมืองสำคัญเช่น Lowell Boston Worcester เป็นฐานสำหรับภาคตะวันออกของสหรัฐ แต่หมดความสำคัญไปในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ทศวรรษ 30 และ 40 หลังสงครามในทศวรรษ 50 ถึง 70 ทั้ง Silicon Valley และ Massachusetts หรือ Boston ล้วนเติบโตและได้ประโยชน์ทางด้านดีมานด์จากการใช้จ่ายด้านการทหาร แต่ Silicon Valley เน้นอุตสาหกรรมเฉพาะด้านมากกว่าและเรื่อยมาตั้งแต่อิเล็คทรอนิกส์หรือ Semiconductor, Computer,Computer networking ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์โดยเฉพาะการเกิดของอินเทอร์เน็ตในปลายทศวรรษ 1990

Silicon Valley ไม่ได้ประดิษฐ์ Transistor ซึ่งจริงๆ เป็นผลงานของเบลล์แล็ปของ AT&T ในปี 1948 แต่หลายอย่างไปต่อยอดและเติบโตในเชิงพาณิชกรรมที่แคลิฟอเนียร์ ที่น่าสนใจคือบริษัทใหญ่ๆ ของอเมริกา เช่น IBM, Wang, Digital Computer, Data general อยู่ทางตะวันออกพอถึงยุค Reagan แม่เหล็กหรือศูนย์กลางธุรกิจคอมพิวเตอร์ย้ายไปที่ Silicon Valley ทศวรรษ 80 ทั้ง Silicon Valley และ Massachusetts ล้วนเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจขาลง คนส่วนใหญ่เชื่อว่า Silicon Valley ถึงจุดจบแล้ว คงไม่สามารถหาอะไรใหม่ๆ มาเล่นได้ซึ่งผิดถนัด ทศวรรษ 90 เป็นที่ทราบกันดี มีอะไรใหม่ๆ ให้เล่นอีกเสมอ (ทุกๆ 10-20 ปี แม้ฟองสบู่ดอทคอมจะแตกในช่วงปี 2000) จนถึงวันนี้เช่นการปฏิวัติอินเทอร์เน็ต

 ทศวรรษ 90 Boston และเมืองอื่นๆ ใน Massachusetts สามารถเกิดใหม่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจใหม่เด่นทางการแพทย์ทางไบโอเทค (ใน Worcester) ขณะที่ Boston สามารถรักษาแก่นของธุรกิจบริการด้านสนับสนุน เช่น การเงิน กฎหมาย การบัญชี การโฆษณาแต่ที่แน่ๆ Massachusetts ได้สูญเสียความเป็นผู้นำทางด้านอิเล็คทรอนิกส์ให้แก่ Silicon Valley ไปเรียบร้อย

อะไรคือสาเหตุมีความแตกต่างกันหรือไม่ถ้าเปรียบเทียบในเชิงความได้เปรียบในระดับภูมิภาค Silicon Valley (ประชากรประมาณ 2.5 ล้าน พื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางไมล์ เริ่มจากทางใต้ของ San Francisco ลงไปที่ San Jose) กับ Massachusetts (เน้น Boston โดยเฉพาะ Route128 และ Route 495)

นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดคือ Annalee Saxenian ในหนังสือชื่อ Regional Advantage เธออาจจะไม่ได้พูดถึงหรือให้ความสำคัญกับปัจจัยเรื่องวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผลพวงของประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจมีผลต่อการก่อตัว การสร้างตัวเป็นผู้ประกอบการที่ทำให้แคลิฟอเนียร์มีเอกลักษณ์บางอย่างคือ ผู้คนที่เต็มไปด้วยจิตวิญาณของการแสวงหาการบุกเบิก การผจญภัย ย้อนกลับไปยุคขุดทอง ยุคตั้งรกราก เดินทางผ่านภูเขา Rocky ตั้งรกราก สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการทำงานหนัก บางคนคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ (แต่อย่าลืมว่าหนึ่งในสี่ของคนที่นี่มาจากที่อื่น) Saxenianให้ความสำคัญกับการก่อตัวที่เป็นเครือข่ายของธุรกิจ (Inter firm relationship) วิวัฒนาการและการปรับตัวของ Silicon Valley เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนและความต้องการเปลี่ยนระหว่างผู้ผลิตโดยเฉพาะ System producerกับซัพพลายเออร์

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องของความละเอียดและความหลากหลายที่มีลักษณะเฉพาะตามความเหมาะสม และความต้องการของคนในแต่ละสังคม คนญี่ปุ่นคุ้นกับระบบ Keiretsu คือการที่บริษัทขนาดใหญ่ในต่างอุตสาหกรรมถือหุ้นร่วมกัน หรือบริษัทไม่ทำอะไรเองหมดแต่ Outsource หรือ Sub contract จ้างเหมาการผลิตของหรือชิ้นส่วนบางอย่าง หรือการเป็นพันธมิตรร่วมมือกันในลักษณะต่างๆ ตอนญี่ปุ่นรุ่งมากในทศวรรษ 80 และหลายอุตสาหกรรมของอเมริกาเริ่มเสื่อม สู้ญี่ปุ่นไม่ได้ เคยมีผู้เสนอว่าอเมริกาควรมี American Keiretsu บ้าง

ชัยชนะของ Silicon Valley เหนือ Boston Route 128 เกิดจากการที่บริษัทใน Silicon Valley สามารถออกแบบระบบอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นโลกของ Microelectronics, Microprocessor ซึ่งทำให้การผลิตสามารถแตกแยกย่อย หรือ Fragmentation of production แต่บริษัทใหญ่ๆ ในภาคตะวันออกของสหรัฐยังยึดติดกับโลกทัศน์เก่า ซึ่งระบบอุตสาหกรรมยังเป็นระบบที่ทุกขั้นตอนรวมตัวกันในแนวดิ่ง Vertically integrated firm ซึ่งเป็นระบบอุตสาหกรรมหรือธุรกิจขนาดใหญ่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความลับ ความถาวร ความไม่ลื่นไหลของคนข่าวสารข้อมูล

 ต่างกับระบบเครือข่ายทั้งทางด้านการผลิตและสังคมที่เกิดขึ้นที่ Silicon Valley ซึ่งเป็นระบบที่ธุรกิจร่วมมือกันในรูปแบบที่หลากหลาย แรงงานและคนลื่นไหลจากบริษัทหนึ่งไปสู่บริษัทหนึ่งโดยเฉพาะการออกไปตั้งบริษัทใหม่ หรือ Start up เห็นได้ชัดว่า Start up ที่ Silicon Valley สูงกว่าที่ Massachusetts ไม่ใช่เพียงที่ว่า Start up ของสหรัฐสูงกว่ายุโรปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ความแตกต่างของระบบอุตสาหกรรม หรือลักษณะของ Network นี้เอง ส่งผลต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมและมิติด้านเทคโนโลยีอื่นๆ