ภายใต้เงื่อนไขงบลงทุนหนักหนาเป็นแสนล้าน
นี่คือการทดสอบ เกมรับ ของผู้แพ้ประมูล และเกมบุก ของผู้ชนะประมูลเกมนี้ไม่ใช่ 90 นาที แต่ไม่เกิน4 ปี
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 เป็นต้นมา หุ้นที่มีความผันผวนทางราคาสูงที่สุด มีพื้นที่ข่าวในทุกสื่อสูงสุด และมีวอลุ่ม ปริมาณซื้อขายต่อวันสูงสุดคือ หุ้นกลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ(Mobile Operator)
ผมกำลังพูดถึงหุ้นผู้เข้าประมูล 4G ได้แก่ ADVANC, DTAC, TRUE และ JAS
ก่อนหน้าที่จะมีการประมูลในเดือนพ.ย.58 นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญต่างก็มองว่า การประมูลคลื่น 4G เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมICT โดยเฉพาะผู้ชนะประมูล จึงมีคำแนะนำ “ซื้อ” มาโดยตลอด ด้วยความที่เป็นหุ้นจ่ายปันผลดี และมีความ Defensive ในตัว ไม่หวือหวาตามภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันเริ่มเคาะประมูล 4G คลื่น 1800 MHz ราคาหุ้นทั้งกลุ่มก็ลดลงต่อเนื่องเพราะการต่อสู้ ดุเดือดเลือดพล่าน โดยเคาะประมูลไปมากมายถึง86 รอบ นาน 2 วันเต็มๆ ผู้ชนะคือ AIS และ TRUE ค่าใบอนุญาตคนละประมาณ 40,000 ล้านบาท !
ซ้ำร้าย อีก 1 เดือนต่อมา รอบประมูล 900 MHz … เคาะประมูล 198 รอบ นาน 4 วันราคาหุ้นทั้งกลุ่มก็ยิ่งลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะการต่อสู้ไม่เพียงแต่ดุเดือดเท่านั้น แต่ราคามันเกินเลยจากความคาดหมายของทุกฝ่าย จบการประมูลด้วยผู้ชนะที่พลิกความคาดหมายคือ JAS และ TRUE ค่าใบอนุญาตคนละประมาณ 76,000 ล้านบาท! เป็นราคาใบอนุญาตที่สูงมหาศาลแบบติดอันดับแพงระดับโลก!!! แพงขนาดที่ผู้ให้บริการเบอร์ 1 และ 2 อย่าง AIS และ DTAC ต้องยอมแพ้
Note: ข้อมูลเทียบ 10 พ.ย. 58(ก่อนประมูล) และ 15 ม.ค. 59(หลังประมูล)
การประมูล 4G หาเงินเข้ารัฐ ได้ถึง230,000 ล้านบาทโดยประมาณแต่ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีโดยไม่มีใครต้องจ่ายอะไรเพราะในเวลาเดียวกัน การประมูลก็ได้ทำลายความมั่งคั่ง ผู้ถือหุ้น ADVANC,DTAC,TRUE และ JASรวมกันมากถึง4.33 แสนล้านบาท !!! ซึ่งหากนับ INTUCH เข้าไปด้วย ก็คือ Market Cap ของตลาดหลักทรัพย์ไทย หายไประดับ 5 แสนล้านบาท ...พอๆกับต้นทุนโครงการรถไฟฟ้าสารพัดสีเลยทีเดียว !!!
ของฟรีไม่มีในโลกจริงๆ
ในปี 2559 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้น สำหรับหุ้นกลุ่มนี้
เพราะหุ้นกลุ่มICT ไม่ได้ขึ้นกับวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์(Commodity) อย่างน้ำมันดิบ ที่คาดเดาอะไรแทบไม่ได้เลยในกลุ่มพลังงานหรือ ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจในประเทศ มากเท่ากลุ่มแบงค์ ผมมีความเชื่อว่า ความผันผวนของกลุ่มนี้ คือโอกาส
นักลงทุนที่มองเห็นอนาคตจะเห็นโอกาสการลงทุน ... การแข่งขันจะเป็นอย่างไร ... จำนวนลูกค้า (Subscribers)ใครจะลด ใครจะเพิ่ม ... รายได้ต่อเลขหมาย(ARPU) ใครจะลด ใครจะเพิ่ม
Cost of Service จะเป็นอย่างไร ค่าเสื่อมราคาโครงข่ายที่จะต้องลงทุนอีกมหาศาล ค่าตัดจ่ายใบอนุญาตที่บางรายมีต้นทุนใบอนุญาตมากกว่าแสนล้าน (Depreciation and Amortization)จะเป็นอย่างไร
คนประมูลคลื่นได้อย่าง TRUE จะสร้างมูลค่าเพิ่ม(Value Added)ได้จริงหรือแค่เอาคลื่นไปเก็บและจะต้านทานการจ่ายดอกเบี้ยแบงค์อีกหลายปีได้หรือไม่ จะทำเกมรุกอย่างไรในสถานการณ์ที่คลื่นเต็มมือ ได้เปรียบขึ้นอย่างมาก
คนประมูลไม่ได้จะรักษา Market Share ได้หรือไม่ได้AIS จะรับมือกับการไม่มีคลื่นCoverage Band900 MHz และบุกด้วยคลื่น Capacity Band 2100 และ 1800 MHz อย่างไรและ DTAC จะบริหารจัดการต้นทุนอย่างไรในสภาพที่ยังต้องอยู่กับสัมปทานอีก 3 ปีก่อนการประมูลครั้งต่อไป
และผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง JAS จะต่อสู้อย่างไรในสภาพที่ประเทศไทยมีเบอร์มือถือ มากกว่าจำนวนประชากรในประเทศซะอีก การแย่งตลาดจากรายอื่นจะทำได้แค่ไหน และจะบริหารจัดการคลื่น 900 ในมือเพียง 10 MHz ได้มีประสิทธิภาพยังไง ... และที่สำคัญที่สุด ภายใต้เงื่อนไขงบลงทุนหนักหนาเป็นแสนล้าน
นี่คือการทดสอบ เกมรับ ของผู้แพ้ประมูล และเกมบุก ของผู้ชนะประมูลเกมนี้ไม่ใช่ 90 นาที...แต่ไม่เกิน4 ปี จะเห็นผล
โดยมี ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้น เป็นเดิมพัน






