วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดวงเมือง ดวงคน

“ตรวจดวง” ต่างจาก “วางแผนชีวิตจากดวง” ตรวจดวงคือวิเคราะห์และทำนายดวงชะตาบุคคล แต่วางแผนชีวิตจากดวง

ต้องการมากกว่านั้น มันต้องตรวจดวงเมืองร่วมด้วยเสมอ

ดวงคนดวงเมืองอะไรสำคัญกว่ากัน? ดวงเมืองสำคัญกว่า เหตุผลคือ (1) ดวงคนเป็นของคนๆ เดียว ดวงเมืองเป็นภาพรวมของคนส่วนใหญ่ ดวงเมืองจึงมีน้ำหนักมากกว่า (2) บุคคลไม่อาจดำรงชีวิตได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องพึ่งพาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้อื่น บุคคลจึงยากที่จะต่อต้านกระแสสังคม นี่คืออิทธิพลดวงเมือง (3) ดวงคนบอกถึงทรัพยากร (Resource) และศักยภาพ (Potential) ทั้งหมดของตัวเขาและคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง แต่ดวงเมืองแสดงถึงทรัพยากรและศักยภาพทั้งหมดของชาติ พลังอำนาจจึงแตกต่างกันมหาศาล (4) อายุขัยของบุคคลนั้นสั้น แต่อายุขัยของบ้านเมืองยาวนาน ดวงเมืองย่อมดำรงอิทธิพลมากกว่าและยาวนานกว่า

ดวงเมืองมีอิทธิพลมากมายต่อดวงคน เช่น การเมืองกระทบต่อวิถีชีวิต กระแสเงินทุนไหลออกกระทบต่อตลาดหุ้นและสภาพคล่องในระบบ อันนำมาซึ่งภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองถดถอย การลอยตัวค่าเงินบาทปี 2540 ทำให้เศรษฐกิจพังพินาศ นโยบายประชานิยมไม่เพียงก่อหนี้มหาศาลภาครัฐ แต่ยังส่งเสริมหนี้ภาคครัวเรือนอีกด้วย ภัยธรรมชาติ เช่น มหาอุทกภัยปี 2554 สร้างความสูญเสียมหาศาลต่อประชาชน

ดวงเมืองคือปัจจัยสำคัญ คำถามคือจะรู้ดวงเมืองได้อย่างไร? ในดวงบุคคล การผูกดวงต้องใช้ข้อมูลวัน เดือน ปี เวลาเกิด (ตกฟาก) และพิกัดภูมิศาสตร์ของสถานที่เกิด ซึ่งปัจจุบันนี้รู้ได้ไม่ยาก เพราะส่วนใหญ่เกิดที่โรงพยาบาล แต่ดวงเมืองจะนับจากอะไรดี?

กำเนิดของดวงเมืองมี 3 แนวทาง คือ (1) การวางฤกษ์ เช่น ดวงเมืองไทยในปี 2325 ดวงเมืองแบกแดดของราชวงศ์อับบาสิยะฮ์แห่งอาณาจักรอิสลามในปีค.ศ. 762 (2) เจตจำนงค์ยิ่งใหญ่ทางการเมือง เช่น ประกาศอิสรภาพ (Declaration of Independence) ของดวงเมืองสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1776 การประกาศแยกตัวและจัดตั้งสหพันธ์รัฐของดวงเมืองรัสเซียในปีค.ศ. 1990 และ (3) การขึ้นดำรงตำแหน่งของผู้นำทางการเมือง เช่น การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของนายกฯในดวงเมืองกรีซปีค.ศ. 1974

อย่างไรก็ตาม ยกเว้นการวางฤกษ์ดวงเมือง (ของกษัตริย์ผู้ครองนคร) แล้ว แนวทางที่ 2 และ 3 ยังเป็นที่ถกเถียงกันในวงการโหราศาสตร์เสมอ ดวงเมืองอเมริกาเองมีนักโหราศาสตร์ผูกไว้แตกต่างกันถึง 26 แบบ (วันที่ 4 กรกฎาคม 1776 จำนวน 16 แบบ และวันอื่นๆ อีก 10 แบบ) ในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์ทำนายดวงเมืองจึงต้องใช้ข้อมูล องค์ความรู้ และเทคนิคต่างๆ มากมาย เพื่อให้ได้ความถูกต้องในระดับที่น่าพอใจ

เมื่อทราบดวงคนและดวงเมือง การวางแผนชีวิตจากดวงจึงสามารถดำเนินการได้ ผู้เขียนเคยนำเสนอหลักการนี้เอาไว้ในงานสัมมนาหนึ่งเมื่อปี 2556 ขอนำมาอธิบายขยายความอีกครั้ง Criteria ของการวางแผนชีวิตจากดวงคือ ค้นหาวัฏจักรและจังหวะ “ขาขึ้น-ขาลง” ของทั้งดวงเมืองดวงคน แล้วนำมาเปรียบเทียบ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสม

Timing Strategy Matrix คือบทสรุปของการวางแผนชีวิตจากดวงชะตา

Matrix ประกอบด้วยแกนตั้ง-ดวงเมืองและแกนนอน-ดวงคน แต่ละแกนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ขาขึ้นและขาลง พื้นที่ทั้งหมดจึงจัดเป็น 4 องค์ คือ (1) ดวงคนขาขึ้น-ดวงเมืองขาขึ้น (2) ดวงคนขาขึ้น-ดวงเมืองขาลง (3) ดวงคนขาลง-ดวงเมืองขาลง (4) ดวงคนขาลง-ดวงเมืองขาขึ้นหรือ (1)ขึ้น-ขึ้น (2) ขึ้น-ลง (3) ลง-ลง(4) ลง-ขึ้น

ดวงคนขาขึ้นคืออะไร ? คนทั่วไปเข้าใจว่า คือร่ำรวย เลื่อนตำแหน่ง มีเกียรติ แท้จริงแล้ว ขาขึ้นคือบุคคลสามารถใช้ศักยภาพเต็มที่ (โดยไม่มีอุปสรรคขัดขวาง) และได้รับทรัพยากร (การสนับสนุนจากผู้ใกล้ชิด) เต็มกำลัง ด้วยเหตุนี้ ทำมากย่อมได้มากถึงมากกว่า (ในบางกรณีที่พื้นดวงเอื้อ คือทำน้อยได้มาก)

แต่จะประสบความสำเร็จ ร่ำรวยมีเกียรติยศแค่ไหน? ขึ้นกับดวงเมืองซึ่งเป็นเงื่อนไขภายนอกด้วย ดวงเมืองขาขึ้นหมายถึงสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่ส่งเสริมเกื้อกูลต่อศักยภาพและทรัพยากรของบุคคล เช่น การลงทุนภาครัฐ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท เสถียรภาพทางการเมือง

การกระทำเต็มศักยภาพของดวงคนเปรียบดั่งเมล็ดพันธุ์ สภาพแวดล้อมตามดวงเมืองเป็นเสมือนดินฟ้าอากาศ เมล็ดพันธุ์ดี-ดินฟ้าอากาศดี ต้นไม้ย่อมเจริญงอกงาม ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ดี เติบโตได้แต่ก็ไม่มาก ถ้าไม่ดีสักอย่าง คงแคะแกรนหรือเหี่ยวเฉา

บุคคลผู้ประสบความสำเร็จชั้นสูง ย่อมมีดวงชะตาขาขึ้นที่สอดคล้องกับขาขึ้นของดวงเมือง ชั้นกลางคือดวงขาขึ้นในดวงเมืองขาลง พอเอาตัวรอดคือดวงขาลงในดวงเมืองขาขึ้น ถ้าดวงขาลงพร้อมๆ กัน สิ่งดีที่สุดคือประคองตัวเอง

กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์ (1) ขึ้น-ขึ้น คือ ใช้ศักยภาพและทรัพยากรอย่างเต็มที่ ขยายขอบเขตของโอกาสและการเติบโตให้มากที่สุด เช่น รุกตลาด กล้าลงทุน หาพันธมิตรรอบด้าน กลยุทธ์สำหรับองค์ (2) ขึ้น-ลง คือ ใช้ศักยภาพเต็มที่ แต่ใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวังและมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น วางแผนรอบคอบ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นนวัตกรรม สำหรับองค์ (3) ลง-ลง คือ ถนอมรักษาทรัพยากรที่มี ฝึกฝนและเพิ่มพูนศักยภาพตัวเอง เช่น อยู่นิ่งๆ ประคองตัว ลดภาระที่ไม่จำเป็น เรียนรู้สิ่งใหม่ กลยุทธ์ขององค์ (4) ลง-ขึ้น คือ ใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง เปิดกว้างสำหรับโอกาสใหม่ๆ เช่น เกาะกระแส เข้าเร็วออกเร็ว มองหาช่องว่างในตลาด

การวางแผนชีวิตตามดวงมีหลักการใหญ่ๆ ประมาณนี้ ความยากไม่ได้อยู่ที่การเลือกใช้กลยุทธ์ แต่อยู่ที่การค้นหาขาขึ้น-ขาลงที่แท้จริงของดวงคนและดวงเมือง สำเร็จหรือล้มเหลวชี้ขาดกันที่ตรงนี้

สำหรับบุคคลทั่วไป แค่รู้ศักยภาพและทรัพยากรของตนยังยาก อย่าว่าแต่รู้ขาขึ้นขาลงของชีวิต เมื่อไม่รู้ ย่อมตัดสินใจผิด เช่น ปีที่แล้วค้าขายดี มีกำไร คิดว่าดวงขึ้น จึงกู้แบงก์มาลงทุนเพิ่มเพื่อขยายกิจการ แต่ชีวิตพลิกเป็นขาลง ขายไม่ออก-ขาดทุน-เจ๊ง

ดวงเมืองก็เช่นกัน ปี 2538 ทุกคนคิดว่า เศรษฐกิจยังเป็นขาขึ้น แต่แท้จริง ด้วยอิทธิพลเสาร์ราหู เศรษฐกิจพลิกเป็นขาลงแล้ว เมื่อไม่รู้ดวงเมือง ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ต้องเสียหายมากหรือน้อย ขึ้นกับดวงคนว่าขาขึ้นหรือลง ถ้าขาลง ก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน

ทุกอย่างเป็นวัฏจักรที่มีพลวัตตลอด จังหวะขึ้นลงจึงสำคัญ แต่ที่สำคัญสุดคือจุดเปลี่ยน (Transition Point) จากขึ้นเป็นลง-ลงเป็นขึ้น ความผิดพลาดในชีวิต (ของทุกคน) เกิดขึ้น เพราะไม่ทราบว่าจังหวะชีวิตของตนเปลี่ยนไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่เจพี มอร์แกน ซีเนียร์ มหาเศรษฐีและนายธนาคารใหญ่ผู้ก่อตั้ง JP Morgan Chase Bank กล่าวอมตะวาจาไว้ “Millionaire don’t use astrologer, Billionaire do.”...เศรษฐีไม่ต้องใช้นักโหราศาสตร์ แต่มหาเศรษฐีใช้