ใครที่เป็นลูกน้องลองสังเกตเจ้านายหรือหัวหน้าดูสิครับ บ่อยครั้งที่มีการสื่อสารพูดคุยกัน จะพบอาการแบบนี้ "ฟัง..แต่ไม่ได้ยินสิ่งที่เราพูด!"
ทุกครั้งที่เราคุย บอกปัญหาหรือตอบคำถามต่างๆ ของเจ้านายเรา น้อยครั้งมากที่เจ้านายจะ "ตั้งใจฟัง" สิ่งที่เรากำลังพูด! และบ่อยครั้งอีกเช่นกัน ที่เราพูดหรือเล่าอะไรยังไม่ทันจบประโยค เจ้านายเราก็มักจะสวนกลับทันที ด้วยคำตอบที่มีอยู่ในใจ หรือเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นที่เกี่ยวบ้าง ไม่เกี่ยวบ้างกับประเด็นที่กำลังคุยกัน จนบางทีเราถึงกับ "เงิบ" เป็นประจำ!
"พูด...แต่สิ่งที่อยากจะพูด!"
บ่อยครั้งอีกเช่นกัน ที่เจ้านายของเรา "นึกจะพูดอะไรก็พูด พูดโดยไม่แคร์ความรู้สึก!" พูดโดยที่ยังไม่ได้ฟังข้อมูลอย่างละเอียด และพูดแบบเสียดแทงไปที่ขั้วหัวใจของลูกน้องแต่ละคน โดยไม่สนว่าเราจะรู้สึกยังไง ขอแค่ได้พูดสิ่งที่อยากจะพูด และพ่นในสิ่งที่อยากจะบ่น สิ่งที่อยากจะต่อว่า เรียกว่า "บ่น-พ่น-ด่าไว้ก่อนได้เปรียบ!" ส่วนลูกน้องสมควรที่จะถูกด่าหรือไม่..ช่างมัน!
"อาการเร่งรีบคุยแบบ..มีอะไรก็รีบๆ พูดมา ผมยุ่ง!"
ครั้นเราจะสวนกลับไปว่า "ผมยุ่ง..ก็ไปหวีผมให้หายยุ่งสิคะ!" ก็เกรงใจ เดี๋ยวจะหาว่าเรา เป็นลูกน้องเชื้อสายเกาหลีที่มีชื่อเล่นว่า "กวนจังมรึง!" ผลที่ตามมา อายุงานของลูกน้องจะสั้นกว่าที่คิดโดยไม่ต้องมีเหตุผลรองรับ!
เมื่อรวบรวมทั้ง อาการเร่งรีบ ยุ่งๆ /ฟังแต่ไม่ได้ยิน/และพูดแต่สิ่งที่อยากจะพูด...ปัญหาเรื่อง "การสื่อสารและความสัมพันธ์" ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องก็ก่อตัวสะสม...จนกลายเป็น ปัญหาแห่งชาติของทุกองค์กรในขณะนี้!
สิ่งที่คนเป็นเจ้านายหรือหัวหน้าในทุกระดับ ในทุกที่ แทบทุกคนไม่มีในทุกวันนี้ก็คือ....
1.วิจารณญาณ!
เพราะธรรมชาติของเจ้านาย/หัวหน้าแทบทุกคนคิดและทำงานแข่งกับเวลา...เลยไม่ค่อย "มีเวลาคิด" ขาด วิจารณญาณ ในการฟัง การคิด สติไม่อยู่กับเนื้อไม่อยู่กับตัว มัวแต่คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ เรื่องที่จะทำอะไรต่อไป เลยไม่ได้สนใจกับ "ปัจจุบันขณะ!" เจ้านายที่ขาด วิจารณญาณ จะมองไม่เห็นสีหน้า ท่าทาง แววตา ภาษากายของลูกน้องที่กำลังพูด...ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ ผิดพลาดอย่างมาก! เพราะเจ้านายที่เก่ง จะไม่แค่ตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกน้องกำลังพูดเท่านั้น แต่จะดูปฏิกิริยาของคนพูดด้วย!
จึงจะมองออกว่าสิ่งที่ลูกน้องพูด...จริง/เท็จอย่างไร จริงๆ แล้วต้องการจะบอกอะไร!
2.จิตวิทยา!
เมื่อเจ้านาย ขาดวิจารณญาณในการฟัง การคิด...สิ่งที่ตามมาก็คือ จิตวิทยาในการพูด การสื่อสารทั้งภาษากาย สายตา และคำพูด ในแบบสร้างสรรค์ ก็จะขาดหายไป...ก็เลยมักจะพูดออกไปโดยปราศจากความยั้งคิด(เพราะเจ้านายถูกเสมอ เก่งกว่าเสมอ...แต่จริงๆ แล้ว เก่งไม่จริง และพูดผิดมากกว่าพูดถูก!)
จิตวิทยาที่ควรจะใช้สื่อสารกับลูกน้องแต่ละคนที่ จริตต่างกัน ก็ไม่มี เพราะไม่มีเวลาใช้หรือใช้ไม่เป็น!?
ลูกน้องบางคน ชอบที่จะให้เราพูดอย่างตรงไปตรงมา ลูกน้องบางคน จะเสียความรู้สึกและรับไม่ค่อยได้ ถ้าเราพูดอะไรที่ตรงเกินไป แต่จะรับได้ดีถ้าเราพูดอย่างถนอมน้ำใจหรือให้เกียรติ ลูกน้องบางคน (ส่วนมาก) ต้องการคำชมมากกว่าคำตำหนิ..ลูกน้องบางคน (ส่วนน้อย) ที่อยากให้เราติเพื่อก่อ จะได้นำไปปรับปรุง พัฒนาให้เก่งยิ่งขึ้น
จิตวิทยาในการฟัง การสื่อสาร การบริหารลูกน้องจึงแทบไม่มีในยุคปัจจุบัน เพราะบรรดาเจ้านายทุกระดับ ต่างก็รู้สึกว่างานเยอะ ยุ่งมันทั้งวัน จะเอาเวลาที่ไหนไปประดิดประดอยคำพูด...
หารู้ไม่ว่า การขาดวิจารณญาณและจิตวิทยาง่ายๆ ในเรื่องเหล่านี้ กำลังสร้างปัญหาให้ยุ่งกว่านี้ในอนาคตในเรื่องคน!
ลองกลับมา "ตั้งสติ" ใช้ "วิจารณญาณ" พินิจพิจารณาเรื่องนี้ดูนะครับ ว่าทุกวันนี้ ปัญหาของลูกน้องที่กำลังเกิดขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากตัวเรา ที่เป็นเจ้านายเป็นฝ่ายก่อให้เกิดในทุกๆ วันอยู่หรือเปล่า!?
งานเยอะ งานยุ่งถึงกับไม่มีเวลาใช้ "วิจารณญาณ" และ "จิตวิทยา" ในการบริหารลูกน้องเลยหรือ...? ถ้าเป็นแบบนี้ ก็อย่าไปคาดหวังอะไรในเรื่องอื่นๆ จากลูกน้องที่มากไปกว่านี้เลยครับ เพราะเรื่องง่ายๆ แค่นี้เราในฐานะเจ้านาย ยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรจะไปทำเรื่องอื่นๆที่อาจจะยากกว่านี้ให้ลูกน้องเก่งขึ้น หรือดีขึ้นมาได้!
ถ้าเป็นไปได้ และควรอย่างยิ่งก็คือ เจ้านายทั้งหลายลองให้และใช้เวลาในการคุยกับลูกน้องแต่ละคน รวมถึงการประชุมกับลูกน้อง โดยใช้ "วิจารณญาณ" ให้มากขึ้น ลดการใช้อารมณ์ลง เพิ่มสติให้มาก ปัญญาและวิจารณญาณก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น
สิ่งที่ตามมาก็คือ สติอยู่กับปัจจุบัน รู้ว่าควรจะเลือกใช้วิธีการบริหารและวิธีการสื่อสารกับลูกน้องแต่ละประเภท แต่ละคนแบบใด ปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นนอกจากจะลดลงแล้วหรือแก้ไขได้จาก วิจารณญาณและจิตวิทยาในการบริหารและการสื่อสารของเจ้านายแล้ว ยังเป็นการป้องกันปัญหาเรื่องการสื่อสารเชิงลบและปัญหาการบริหารทีมงานไม่ให้เกิดขึ้นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ย้ำอีกครั้ง! ถ้าเรื่องง่ายๆ แค่นี้ ยังทำไม่ได้ คิดว่าไม่มีเวลาทำ ขอแนะนำว่า อย่าคิดไปทำเรื่องอื่นๆ เลยครับ!
รออะไรมิทราบ...? เริ่มเลยสิครับ!





