วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลือกตั้ง “เวเนซุเอลา”

ปธน.ฮิวโก ชาเวซ เป็นอดีตนายทหารที่เคยร่วมก่อรัฐประหาร ภายหลังมาลงเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีปี 1998

เขาได้ทำการ“ปฏิวัติโบลิวาร์” เพื่อสร้าง “สังคมนิยมแห่งศตวรรษที่ 21” ฟังโดนใจมาก และมีโอกาสจะไม่เป็นประชานิยมที่ฝันเฟื่อง เนื่องจากเวเนซุเอลามีความมั่งคั่งด้วยปริมาณสำรองน้ำมันที่สูงที่สุดในโลก

แต่ผ่านไป 16 ปี แม้จะชนะเลือกตั้งอีกหลายครั้งก่อนเสียชีวิตเมื่อต้นปี 2013 ทุกอย่างกลับเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีชีวิตที่ยากเข็ญ ขาดแคลนของกินของใช้ ต้องเข้าคิวยาวนาน เงินเฟ้อพุ่งรุนแรง อาชญากรรมสูง คอร์รัปชันมากมาย

ในปี 2014 มีการประท้วงต่อต้านขนานใหญ่บนท้องถนน จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 คน ฝ่ายต่อต้านต้องเข้าคุกหลายคน หนึ่งในแกนนำได้อดอาหารประท้วงจน ปธน.มาดูโร ผู้สืบทอดจาก“ชาเวซ” ยอมกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติในวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่า ประชาชนออกมาใช้สิทธิถึง 75% แนวร่วมฝ่ายค้านชนะถล่มทลายถึง 112 จาก 167 ที่นั่ง ทั้งๆ ที่ถูกรัฐบาลกลั่นแกล้งสารพัด รวมทั้งตั้งพรรคการเมืองเพื่อแย่งดึงคะแนนเสียง ฟังแล้วเหมือนที่เคยเกิดในไทย

ทำไมสังคมนิยมแห่งศตวรรษที่ 21 จึงล้มเหลว?

ชาเวซได้ “ปฏิวัติ” ด้วยการลงทุนทางสังคมมากมายหลายโครงการ (missions) ซึ่งในช่วงแรกน่าจะลดความยากจนของประชาชนได้ การเข้าถึงที่อยู่อาศัย การศึกษา และการสาธารณสุขทั่วถึงมากขึ้น ทั้งมีการเพิ่มงานในภาครัฐ มีรายงานว่าอัตราความยากจนในเวเนซุเอลาลดลงจาก 48.6% ในปี 2002 เหลือ 29.5% ในปี 2011

แต่หลายฝ่ายโต้แย้งว่า นโยบายนี้ไม่สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เพราะเน้นจ่ายเงินอุดหนุน โดยไม่แก้ปัญหาโครงสร้าง แถมเลือกปฏิบัติให้เฉพาะคนที่เลือกพรรครัฐบาล ฟังคุ้นหู แต่ของไทยอดีตนายกประกาศตรงๆ เลย หลายโครงการไม่แยกแยะช่วยเฉพาะคนจน

ที่ปราศจากข้อโต้แย้งคือ นโยบายนี้ใช้จ่ายเกินตัวทำให้ประเทศเป็นหนี้มากเกิน รายจ่ายมากแล้วรายได้จากการผลิตน้ำมันก็น้อยกว่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นนโยบายต่างประเทศมีที่ขายน้ำมันถูกๆ ให้เพื่อนบ้านที่ร่วมต่อต้านสหรัฐ

อีกส่วนคือ น้ำมันในที่ใช้ในประเทศราคาถูกมากที่สุดในโลก บางช่วงมีราคาเพียง 3 เซ็น/ลิตร ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายและกำไรของสถานีบริการที่รับน้ำมันจากบรรษัทแห่งชาติ PDVSA มาฟรี! เพราะไม่คุ้มที่ PDVSA จะทำบิล-เก็บเงิน ฟังคุ้นอีกแล้ว “30 บาทรักษาทุกโรค” ก็ประหยัดกว่าหากไม่เก็บเงินเลย นโยบายนี้ให้ประโยชน์คนมีฐานะมากกว่าคนตนมากมายหลายเท่า

นอกจากนี้ รัฐได้เพิ่มบทบาทในภาคเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจด้อยประสิทธิภาพลงไปพร้อมๆ กันจากการ “ทวงคืน” กิจการปิโตรเลียมเอกชนปี 1976 ปธน.ชาเวซต่อยอดโดยจำกัดการลงทุนของบริษัทต่างชาติที่ PDVSA แบ่งพื้นที่ให้ดำเนินการ ฟังเริ่มคุ้น เพราะกำลังมีการผลักดันบรรษัทพลังงานแห่งชาติไทย รายได้ของ PDVSA ถูกแบ่งไปช่วยพรรครัฐบาล กิจการขาดการลงทุนเพราะรัฐต้องเอาเงินไปทำโครงการสังคม

ทำให้การผลิตของเวเนซุเอลาตกลงจาก 3.3 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2004 เหลือเพียง 2.7 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2011-2014 ในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงๆ ก็ไม่มีปัญหานัก แต่จะสาหัสจากปี 2014 ที่ราคาน้ำมันตกลงกว่าครึ่ง น้ำมันเป็น 40% ของรายได้รัฐ 96% ของการส่งออก มีการควบคุมราคาสินค้าหลายอย่าง เช่น นม เนื้อสัตว์ กาแฟ แป้ง เนย มีการทวงคืนหรือยึดธุรกิจอื่นๆ เช่น อาหาร กระดาษชำระ ภาคเอกชนไม่อยากทำธุรกิจ มันสมองไหลเงินทุนไหล ต้องลดค่าเงิน มีการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งสร้างปัญหาการดำเนินธุรกิจตามมาอีก

เกิดการขาดแคลนสินค้า ทั้งที่คุมราคาและไม่คุมราคา เช่น ยา เวชภัณฑ์ กระดาษชำระ ผงซักฟอก รายได้ขั้นต่ำที่แม้ปรับให้สูงแต่ก็ไม่พอยังชีพ เพราะเข้าคิวกว่าจะถึงของก็หมด ถ้าอยากกินไก่ แต่ที่ราคาควบคุม 65 โบลิวาร์หมดแล้ว ก็ต้องซื้อราคาตลาด 1,300 โบลิวาร์

อัตราเงินเฟ้อพุ่ง 3 หลัก IMF ประมาณว่า 159% ในปีนี้ 204% ปีหน้า GDP จะหด 10% ปีนี้ 6% ปีหน้าอัตราแลกเปลี่ยนควบคุมอยู่ที่ 6.3 โบลิวาร์/ดอลลาร์ ห่างไกลราคาตลาด 792 โบลิวาร์/ดอลลาร์ (Bloomberg)

คอร์รัปชันเป็นอีกปัญหา ในการจัดอันดับขององค์กรเพื่อความโปร่งใสปี 2014 เวเนซุเอลาอยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุด อันดับ 161 จาก 174 ประเทศ ส่วนไทยอันดับ 85 ตระกูลชาเวซถูกกล่าวหา แม้ว่ามีการปฏิเสธแต่คงไม่มีการสืบสวนจริงจัง มีแต่คนฝ่ายค้านที่ถูกเอาผิดคอร์รัปชันด้วยระบบศาลที่ไม่เป็นอิสระ

อาชญากรรมเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อการเลือกตั้ง เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จนรัฐบาลเลิกเปิดเผยสถิติไปแล้ว หลายประเทศออกคำเตือนไม่ให้ประชาชนเดินทางมา เพราะเสี่ยงถูกปล้น ลักพาตัว หรือฆาตกรรม มีการเปรียบเทียบว่าการตายในกรุงการากัสนั้นมากพอๆ กับในกรุงแบกแดดที่กำลังมีสงครามเลย!

การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติครั้งนี้เป็นการ “ตบหน้า”รัฐบาลมากกว่า การเลือกฝ่ายค้านเพราะประชาชนโกรธและอิดโรยกับชีวิตที่ต้องเข้าคิวกว่าจะได้ของกินของใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะเงินเฟ้อหนัก และการอยู่ด้วยความหวาดกลัวอาชญากรรมรอบตัวรัฐบาลก็ใกล้จะถังแตกเพราะราคาน้ำมันตกต่ำ

ฟังดูแล้วเหมือนฝันร้าย

เรื่องราวจากเวเนซุเอลาควรเป็นอุทาหรณ์ว่า แนวทางสังคมนิยมสุดโต่งที่กระพือกระแสอยู่ในภาคพลังงานนั้น มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ..อย่าให้ฝันร้ายกลายเป็นจริง

---------------------

อานิก อัมระนันทน์