วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รอมาตรการรัฐบาล

ตั้งแต่ต้นปี 2559 ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างพากันจัดงานสัมมนา

เกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้กันอย่างคึกคัก ซึ่งจากหัวข้อแต่ละงานชี้มให้เห็นว่ามีความกังวลกับเศรษฐกิจไทยในปีนี้อยู่ไม่น้อย แต่ที่น่าสังเกตประการหนึ่งคือส่วนใหญ่จะไม่มีความกังวลปัจจัยในประเทศมากนัก เพราะตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภาครัฐพยายามกระตุ้นการลงทุนภาครัฐ มาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งมาตรการทั้งหมดน่าจะเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ไตรมาสแรกปีนี้เป็นต้นไป

แต่ประเด็นที่กังวลกันมาก คือ ทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่เกิดอาการตั้งแต่ต้นปี จากความผันผวนรุนแรงในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้เกิดความผันผวนไปทั้งภูมิภาคต่อตลาดเงินตลาดทุน จนเกิดความถามว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนที่ดำเนินมาหลายปีนั้นจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจจีนกำลังจะซอฟท์แลนดิ้ง หรือ ฮาร์ดแลนดิ้ง และอีกกี่ปีเศรษฐกิจจึงจะกลับมาเติบโตได้ หรืออย่างน้อยก็สามารถแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ ซึ่งไม่นับประเด็นเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

อย่างไรก็ตาม หากติดตามบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จากสำนักต่างๆจะเห็นว่าทุกสำนัก ไม่ได้คาดหวังต่อเศรษฐกิจโลกว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจไทย ที่มีพื้นฐานหลักมาจากภาคส่งออกนั้นไม่น่าจะฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นบรรดาผู้เชี่ยวชาญจึงลงความเห็นว่าหากปัจจัยภายนอกไม่กระทบรุนแรงไปกว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็สามารถขยับไปได้บ้าง อย่างน้อยน่าจะเติบโตได้จากมาตรการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ที่จ่อคิวอยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนนโยบายสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ด้วยนโยบายประชารัฐ ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน ในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ โดยหวังว่าด้วยงบประมาณภาครัฐ ผสานกับการลงทุนและการใช้จ่ายภาคเอกชนในปีนี้ น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยโดยภาพรวมไม่เลวร้ายนัก และเชื่อว่าจะสามารถประคองตัวให้รอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ได้ หรืออย่างน้อยผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ

นับตั้งแต่ต้นปี การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจของรัฐบาลอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินสายกระตุ้นกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญๆอยู่ตลอดเวลาในการวางแผนรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้บางนโยบายจะถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ก็เป็นความพยายามแก้ปัญหาจากภายใน โดยไม่นั่งรอให้เศรษฐกิจโลกกระเติื้องเพื่อหนุนภาคส่งออกเพียงอย่างเดียว จนถึงทุกวันนี้ คนไทยที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจเห็นความชัดเจนในสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินการในปีนี้

หากติดตามความเห็นของนักวิเคราะห์และบรรดานักธุรกิจ ก็ดูเหมือนว่าจะมีความเชื่อมั่นในนโยบายของรัฐบาล ที่ประกาศว่าจะดำเนินการในปีนี้ และกล่าวสนับสนุนเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นนโยบายที่ดีและสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไป แม้ว่าขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นปี หลายนโยบายกำลังเริ่มต้นขับเคลื่อน อาจยังไม่เห็นชัดนัก ท่ามกลางปัญหาเฉพาะหน้ามากมายหลายเรื่อง แต่ก็ถือว่านโยบายของรัฐบาลเป็นความหวังอย่างมากในปีนี้ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยพ้นปากเหวไปได้

ขณะนี้จึงเหลือเพียงประการเดียวเท่านั้นที่คนกำลังรอการขับเคลื่อนจากรัฐบาล นั่นคือผลทางปฏิบัติที่จะเริ่มในปีนี้ ทั้งเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างความเข้มแข็งจากภายในด้วยนโยบายประชารัฐ ดังนั้น หากมาตรการต่างๆเหล่านี้เริ่มทยอยออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เราเชื่อว่าความเชื่อมั่นก็จะฟื้นกลับคืนมามากยิ่งขึ้น เราเชื่อว่ามาตรการรัฐนับจากนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจในปีนี้ทั้งหมด หากเดินหน้าได้เร็วและมีความชัดเจน ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้นเท่านั้น