ตามที่ กสทช. ได้จัดการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม 3จี/4จี 3 ครั้งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ทำให้รัฐมีรายได้จากเงินประมูลรวมทั้งสิ้น 274,355 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่ายินดีสำหรับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ในบทความฉบับก่อนเราได้ศึกษาว่า เงินจำนวนดังกล่าว ผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลแต่ละรายจะต้องทยอยชำระเป็นงวดๆ ให้แก่ กสทช. ซึ่งก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของผู้ประกอบการในการชำระแต่อย่างใด
วันนี้เราจะมาศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศที่ได้จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่มาหลายปีก่อนหน้าประเทศไทย ว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และเส้นทางของ 3จี/4จี ในประเทศเหล่านั้นเป็นอย่างไรกันค่ะ
การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรคมนาคมแบบ 3จี เริ่มขึ้นในช่วงปี 1999-2000 ในสหรัฐและยุโรป ซึ่งในช่วงแรกๆ ก็เกิดปัญหาไม่น้อยกว่าบ้านเราเหมือนกัน เนื่องจากเทคโนโลยี 3จี เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสร้างความได้เปรียบในการให้บริการจึงเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ จึงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงใบอนุญาต 3จี เพื่อให้มาเป็นเพชรเม็ดงามของบริษัทเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในไทย ส่งผลให้มูลค่าการประมูลสูงมากตามไปด้วย นอกจากนี้ เทคโนโลยี 3จี ยังต้องมีการลงทุนมหาศาลในแง่ของเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการเกิดต้นทุนในการให้บริการสูง บางรายถึงกับประสบปัญหาต้องคืนใบอนุญาตก็มี
ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 รัฐบาลนอร์เวย์ได้ออกมายอมรับว่า เป้าหมายในการเปิดให้บริการ 3จี ที่ได้วางไว้นั้น ไม่สามารถปฏิบัติได้ รัฐบาลนอร์เวย์จึงจะผ่อนปรนกฎเกณฑ์และขยายระยะเวลาในการเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการออกไปอีก 15 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ ในปี 2000 ผู้ประกอบการ 2 ใน 4 รายได้คืนใบอนุญาตให้แก่รัฐบาลนอร์เวย์ หนึ่งในนั้นคือ Broadband Mobile ซึ่งล้มละลายไปในปี 2001 และอีกรายคือ Tele2 สัญชาติสวีเดนซึ่งคืนใบอนุญาตโดยให้เหตุผลว่าการสร้างโครงข่ายมีต้นทุนสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ของรัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายใหม่กล้าที่จะเข้าสู่ตลาดและแข่งขันกับผู้ประกอบการอีกสองรายที่เหลืออยู่
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การคืนใบอนุญาตนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการจะล้มเลิกกิจการเสมอไป ในกรณีของ Tele2 นั้น ได้เข้าทำสัญญา MVNO หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน กับTelenor ซึ่งภายหลังจากที่ได้ลงนามในสัญญากับ Telenor เสร็จสิ้น Tele2 ก็คืนใบอนุญาต 3จี ให้กับรัฐบาลนอร์เวย์ทันที
สัญญา MVNO กับ Telenor ดังกล่าว ช่วยให้ Tele2 ไม่ต้องมีภาระในการสร้างโครงข่าย 3จี ในนอร์เวย์ ซึ่งมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าจะมีต้นทุนสูงถึง 500 ล้านยูโร ทั้งนี้ Tele2 แถลงว่า จะต้องมีการตัดจำหน่ายเงินที่ได้นำมาลงทุนที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตจำนวน 45 ล้านยูโร ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบทางการเงินแต่สิ่งที่จะส่งผลกระทบก็คือค่าธรรมเนียมในการคืนใบอนุญาตที่จะต้องชำระให้แก่รัฐบาลนอร์เวย์ 1.36 ล้านยูโร
นอกจากในนอร์เวย์แล้ว ยังมีกรณีที่ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตให้แก่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในประเทศอื่นๆ อีกในทวีปยุโรปจำนวนมากเช่น ในเดือนธันวาคม 2003 Mobilcom คืนใบอนุญาต 3จี ให้แก่ RegTP หน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในเยอรมัน ในเดือนสิงหาคม 2001 Sonera สัญชาติฟินแลนด์ก็ได้คืนใบอนุญาต 3จี ให้แก่รัฐบาลนอร์เวย์เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การคืนใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมในการคืนใบอนุญาตเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของประเทศดังกล่าว สำหรับประเทศไทยไม่ปรากฏว่ากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของ กสทช. ได้เปิดช่องไว้สำหรับการคืนใบอนุญาต กรณีจึงน่าคิดว่าหากเกิดการคืนใบอนุญาตในไทย กสทช. จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร
อย่างไรก็ดี ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในต่างประเทศข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ต้นทุนในการให้บริการ 3จี/4จี สำหรับผู้ให้บริการนั้นสูง ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศไม่ต่างกัน จะแตกต่างกันก็แต่เพียงความยืดหยุ่นของกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตและเป้าหมายในการเปิดให้บริการเท่านั้น
นอกจากนี้ กรณีของ Tele2 แสดงให้เห็นว่า การไม่มีใบอนุญาต 3จี/4จี ก็อาจไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเสมอไป กล่าวคือ ผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาต 3จี หรือ 4จี เป็นของตนเองก็ใช่ว่าจะเกิดปัญหาทางตัน เพราะยังสามารถไปขอใช้โครงข่ายกับผู้ประกอบการรายอื่นที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองและให้บริการให้ฐานะ MVNO ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดต้นทุนในการให้บริการมากกว่าการมีใบอนุญาต 3จี หรือ 4จี เป็นของตนเองเสียด้วยซ้ำ
สำหรับวันนี้เรามาศึกษากันเท่านี้ก่อน พบกันใหม่ในคราวหน้าค่ะ






