วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AEC ทำให้การพัฒนาประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? (4)

หลังจากที่ผมได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาประเทศไทยซึ่งเป็นผลจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) มาแล้ว 5 ประเด็น

พบว่า ไทยจะต้องเตรียมความพร้อมและพัฒนาประเทศในทิศทางที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้โดดเด่นท่ามกลางนานาประเทศ ร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างความไว้วางใจระหว่างอาเซียนด้วยกัน รวมถึงมียุทธศาสตร์ในการวางตัวอย่างเหมาะสมกับมหาอำนาจต่างๆ เพื่อมีช่องทางและโอกาสในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างสอดคล้องกับโลก

ผมจึงนำเสนอ 2 ประเด็น คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ (space) ของการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงมิติของการเชื่อมโยง

การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ของการพัฒนา

การเปิด AEC จะทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ของการพัฒนาประเทศไทย คือ เปลี่ยนแปลงจากการกระจุกตัวของการพัฒนาสู่การกระจายมากขึ้น เนื่องจาก AEC มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจตามแผนแม่บท ว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง การสื่อสาร และพลังงาน ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เช่น โครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงอาเซียน โครงการสร้างทางรถไฟสิงคโปร์-คุนหมิง โครงการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้า ท่อส่งก๊าซ และโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของอาเซียน

AEC ได้รับการคาดการณ์ว่า จะมีการลงทุนสูงถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานช่วง 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมระหว่างประเทศตามกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมโยงระหว่างเมืองเมาะละแหม่งของเมียนมาร์ ผ่านประเทศไทย ลาว และสิ้นสุดที่เมืองดานังในเวียดนาม ระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ เชื่อมโยงระหว่างนครคุนหมิงของจีน ผ่านเชียงรายไปสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ และระเบียงเศรษฐกิจแนวใต้ เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ ไปยังกัมพูชาและเวียดนาม ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงการมอเตอร์เวย์ ระหว่างท่าเรือน้ำลึกทวายและแหลมฉบัง

การลงทุนนี้จะก่อให้เกิดโอกาสการพัฒนาทั้งทางตรงและทางอ้อม การพัฒนาทางตรง ได้แก่ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่จะมีการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่ามหาศาล ซึ่งธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์มีตั้งแต่บริษัทที่ปรึกษา สำรวจ และออกแบบ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้ผลิตรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณในการควบคุมการเดินรถ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงธุรกิจร้านค้าต่างๆ ส่วนโอกาสการพัฒนาทางอ้อม ได้แก่ การกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ห่างไกล และมีเขตเศรษฐกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ตามแนวเส้นทางที่ถนนและระบบรางตัดผ่าน และบริเวณพรมแดนที่เป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศ

สำหรับเศรษฐกิจของเมืองในประเทศกำลังพัฒนาจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมืองในตลาดเกิดใหม่ 440 เมือง จะมีส่วนแบ่งในอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกถึงร้อยละ 47 ระหว่างปี 2553-2568 โดยเฉพาะเมืองในจีน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีส่วนแบ่งถึงร้อยละ 33 ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า 7,500 ดอลลาร์ต่อปีใน 440 เมือง จะเพิ่มขึ้นจาก 235 ล้านครัวเรือนในปี 2553 เป็น 461 ล้านครัวเรือนในปี 2568 ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตัวของเขตเมือง คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพัฒนาเส้นทางคมนาคมและระบบขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้มีต้นทุนต่ำลง เกิดการกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงมิติของการเชื่อมโยง

การเปิด AEC ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของมิติของการเชื่อมโยง กล่าวคือ จากการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจเป็นการเชื่อมโยงด้านประชาชน โดยก่อนจะเกิด AEC อาเซียนมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA จัดตั้งเมื่อ 1 ม.ค. 2536 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศสมาชิกในการเจรจาระหว่างประเทศ ดึงดูดการลงทุน และลดภาษีศุลกากร เน้นการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจเป็นหลัก จากนั้นในการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2546 ผู้นำประเทศอาเซียนตกลงจัดตั้งประชาคมอาเซียน

ในการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2553 ผู้นำอาเซียนทั้ง 10 ประเทศตกลงรับรองแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประชาคมอาเซียน แม้ว่าการเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจมีความสำคัญ แต่การเชื่อมโยงด้านประชาชนจะได้รับความสำคัญเพิ่มมากขึ้น

การเชื่อมโยงด้านประชาชน สามารถเกิดขึ้นผ่าน

1.การแลกเปลี่ยนทางการศึกษา โดยโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยไทย และมหาวิทยาลัยอาเซียน มีเพิ่มขึ้น

2.การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยรัฐบาลไทยมีนโยบายในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางวัฒนธรรมภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ทั้งนี้ อาเซียนได้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนขึ้นเป็นแห่งแรกของภูมิภาค เมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2558

3.การท่องเที่ยว กล่าวคือ จำนวนนักท่องเที่ยวในอาเซียนด้วยกันเองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากสถิติในปี 2556 พบว่า มีการขยายตัวร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับปี 2555

การเปลี่ยนแปลงมิติของการเชื่อมโยง จะเปลี่ยนจากการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจไปสู่การเชื่อมโยงด้านประชาชนมากขึ้น ทำให้การกำหนดนโยบายของภาครัฐมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มขึ้น และผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลในวงกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่หรือมิติการเชื่อมโยง ขณะที่ไทยจะต้องเร่งพัฒนาศักยภาพให้ตรงตามอัตลักษณ์ จุดแกร่งและจุดแข็งของประเทศ รวมทั้งต้องพัฒนาอย่างสมดุลทั้งในมุมของประชาชน ภาครัฐและเอกชน