วาระ 12 ปีไฟใต้ปีนี้ เงียบเชียบเป็นอย่างยิ่ง หลายคนคงเบื่อกับปัญหา
ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 ทศวรรษ ขณะที่อีกหลายคนคงเชื่อมั่นในข้อมูลของรัฐบาล และฝ่ายทหารที่บอกว่าสถานการณ์กำลังดีวันดีคืน
ถามว่าภาพรวมดีขึ้นจริงหรือไม่ ลองดูเหตุระเบิดตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ผ่านมา 10 วัน ระเบิดไปแล้วอย่างน้อยๆ 4-5 จุด ทหารพรานพลีชีพไป 2 นาย สรุปว่าดีขึ้นได้หรือเปล่า คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล
แต่สิ่งที่น่าห่วงไม่น้อยไปกว่าสถานการณ์ความรุนแรง ก็คือทิศทางการพูดคุยดับไฟใต้ ที่รัฐบาลไทยตั้งคณะพูดคุยขึ้นมา 1 ชุด ร่วมโต๊ะพูดคุยกับฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ ซึ่งเขารวมตัวกัน 6 กลุ่มในนาม “มารา ปาตานี” โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก
ที่ว่าน่าเป็นห่วงก็เพราะมีข่าวเล็กๆ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เลขาธิการโอไอซี หรือ องค์การความร่วมมืออิสลาม ซึ่งเป็นองค์กรของชาติมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหประชาชาติ เพราะมีสมาชิกถึง 57 รัฐ ได้เดินทางเยือนมาเลเซีย (ระหว่างวันที่ 8-10 ม.ค.) และมีข่าวว่ามาเลเซียประสานให้กลุ่ม “มารา ปาตานี” เข้าพบเลขาธิการโอไอซีด้วย
สาเหตุที่เรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไทย ยืนยันมาตลอดว่าปัญหาชายแดนใต้เป็น “ปัญหาภายใน” การดึงมาเลเซียเข้ามามีบทบาทก็กระทำอย่างระมัดระวัง คือ ไม่ใช่อยู่ในสถานะ “ผู้เจรจาไกล่เกลี่ย” หรือ mediator แต่เป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” หรือ facilitator ประเภทจัดหาสถานที่ น้ำชา กาแฟ ให้กับคณะพูดคุยทั้งสองฝ่ายเท่านั้น
ข้อมูลจาก พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ซึ่งมีบทบาทเรื่องชายแดนไทย-มาเลเซียมานาน ตั้งแต่สมัยรับราชการในกองทัพ เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับนายกฯ และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระบุว่า มาเลเซียน่าจะพาแกนนำมารา ปาตานี เข้าไปพบเลขาธิการโอไอซีมาครั้งหนึ่งแล้วช่วงก่อนหน้านี้ และมีการยื่นเรื่องเสนอขอเป็น “ผู้สังเกตการณ์” หรือ observer ของโอไอซีด้วย
สถานะประเทศ “ผู้สังเกตการณ์” ของโอไอซี มีเพียง 5 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้มีมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ และไทยคือหนึ่งในนั้น ขณะที่ “กลุ่มประชาคมมุสลิม” หรือ Muslim Communities มีเพียงกลุ่มเดียว คือ “กลุ่มโมโร” หรือ เอ็มเอ็นแอลเอฟ ซึ่งต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐบาลฟิลิปปินส์มานานหลายสิบปี เพื่อแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของประเทศ ที่มีมุสลิมอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะเกาะมินดาเนา
ปัจจุบันรัฐบาลฟิลิปปินส์ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มโมโร โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเป็นคนกลาง
พล.อ.อกนิษฐ์ บอกว่า มาเลเซียกำลังนำ “มินดาเนาโมเดล” ซึ่งประสบความสำเร็จในฟิลิปปินส์ มาใช้กับปัญหาชายแดนใต้ของไทย ทั้งๆ ที่บริบทของปัญหาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่สำคัญรัฐบาลไทยยังยืนกรานมาตลอดว่าปัญหาชายแดนใต้เป็น “ปัญหาภายใน” และได้เน้นย้ำประเด็นนี้กับโอไอซีมาตลอด ตั้งแต่สมัยเลขาธิการโอไอซีคนก่อน ซึ่งเคยเดินทางเยือนไทยด้วย
บทบาทของมาเลเซียที่เกี่ยวกับการผลักดันกลุ่มมารา ปาตานี ให้มีสถานะเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ในโอไอซี เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องตระหนัก เพราะต้องไม่ลืมว่ามาเลเซียเข้าไปมีบทบาท ในการเจรจาสันติภาพระหว่างฟิลิปปินส์กับกลุ่มโมโรมาแล้ว และตอนแรกฟิลิปปินส์ก็ต้องการให้เป็น “ปัญหาภายใน” แต่เนื่องจากกลุ่มโมโรมีสถานะเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ในโอไอซี ทำให้องค์กรแห่งนี้เข้าไปมีบทบาท กระทั่งบทสรุปสุดท้ายจบที่ “เขตปกครองตนเอง”
ประเทศไทย คนไทย พร้อมหรือยังกับบทสรุปแบบนี้ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงไทย รวมทั้งรัฐบาลอ่านเกมนี้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องมีคำตอบ!






