เมื่อวานนี้(4ม.ค.) กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป”
เดือนธ.ค. 2558 ออกมาลดลง 0.85% ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีของปี 2558 ลดลง 0.9% ชัดเจนว่า เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่า “กรอบล่าง” ของเป้าหมายเงินเฟ้อ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ “แบงก์ชาติ” กำหนดไว้
เร็วๆ นี้ เชื่อว่าทางแบงก์ชาติคงจะทำ “จดหมายเปิดผนึก” ส่งตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อ “อธิบาย” ถึงสาเหตุที่ “เงินเฟ้อ” ในรอบปีที่ผ่านมา “ต่ำกว่า” กรอบเป้าหมาย
ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่า.. ปีที่ผ่านมา(2558) ถือเป็น “ปีแรก” ที่แบงก์ชาติ “ปรับเป้าหมาย” การทำนโยบายการเงินใหม่ จากเดิมที่ใช้ “เงินเฟ้อพื้นฐาน” ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาในหมวด “พลังงาน” และ “อาหารสด” เปลี่ยนมาเป็น “เงินเฟ้อทั่วไป” ที่รวมราคาสินค้าเกือบทุกชนิด มาเป็นเป้าหมายในการทำนโยบายการเงินแทน
แบงก์ชาติ ให้เหตุผลว่า สาธารณชนมีความ “คุ้นเคย” กับเงินเฟ้อทั่วไปมากกว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน สาเหตุเพราะเป็นเงินเฟ้อที่ “สะท้อนค่าครองชีพ” ได้ดีกว่า อีกทั้งการใช้เงินเฟ้อทั่วไปยังสามารถ “ยึดเหนี่ยว” การคาดการณ์ของผู้คนได้ดีกว่าด้วย
กรอบเงินเฟ้อทั่วไปที่ “แบงก์ชาติ” เสนอและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เป็นกรอบที่มี “ค่าเฉลี่ยรายปี” ที่ 2.5% บวก-ลบ ไม่เกิน 1.5% ..พูดง่ายๆ คือ มีกรอบล่างที่ 1% และกรอบบนที่ 4% จากเดิมที่ใช้เงินเฟ้อพื้นฐาน โดยใช้ตัวเลขเฉลี่ยรายไตรมาส มีกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 0.5-3%
ความจริงแล้ว รอบปีที่ผ่านมา มีคนถามผมรัวๆ และผมก็ส่งต่อคำถามนี้ไปที่แบงก์ชาติแบบรัวๆ เช่นกันว่า ..การปรับกรอบเป้าหมายดังกล่าว “ถูกที่ ถูกเวลา” หรือไม่?
ย้อนไปช่วงปลายปี 2557 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2558 ช่วงนั้นเริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า “ราคาน้ำมัน” ในตลาดโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ “ขาลง” จาก “อุปทาน” ที่ล้นตลาด ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปอ่อนลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่ง “ติดลบ” ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
เพียงแต่ “แบงก์ชาติ” ไม่ได้กังวลกับสถานการณ์นี้มากนัก เพราะมองว่า “เงินเฟ้อ” ที่อ่อนลงจนติดลบ เป็นผลจากฝั่ง “อุปทาน” ของน้ำมัน ไม่ได้เกิดจาก “อุปสงค์” แรงกดดันต่อการทำนโยบายการเงินจึงไม่มาก และมองว่าเป็นสถานการณ์แค่ชั่วคราว ..แต่สิ่งที่หลายคนห่วง คือ หากเงินเฟ้อ “หลุดเป้า” บ่อยครั้งเข้า “ความสามารถ” ในการ “ยึดเหนี่ยว” คาดการณ์เงินเฟ้อของผู้คนยังคงมี “มนต์ขลัง” อยู่หรือไม่
ที่สำคัญกว่านั้น คือ แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในอนาคต แต่การดูแลให้อยู่ในกรอบได้ในระยะกลางถึงยาวไม่ใช่เรื่องง่าย!
..ต้องไม่ลืมว่า “น้ำมัน” มีผลต่อการปรับตัวของ “เงินเฟ้อทั่วไป” ค่อนข้างมาก ยิ่งเวลานี้ “น้ำมัน” ไม่ได้เป็นเพียง “สินค้า” ที่ใช้เพื่อการ “อุปโภคบริโภค” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็น “สินทรัพย์” เพื่อลงทุนด้วย
หลายคนจึงเกรงว่า หากมีปัจจัยเพียงเล็กน้อยมาสะกิดให้มุมมองของนักลงทุนที่มีต่อ “ซัพพลาย” หรือ “ดีมานด์” ของน้ำมันเปลี่ยนไป ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพลิกกลับเป็น “ขาขึ้น” จากแรงเก็งกำไร กดดันให้ “เงินเฟ้อทั่วไป” ปรับขึ้นตาม ..ยิ่งถ้าเสี่ยงว่าจะหลุด “กรอบบน” ของเป้าหมายเงินเฟ้อด้วยแล้ว อาจทำให้แบงก์ชาติต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแบบรัวๆ ได้
..ดูแล้วกรอบเป้าหมาย “เงินเฟ้อทั่วไป” แม้จะสื่อสารกับสาธารณชนได้ง่ายกว่า แต่ในมุมของการทำนโยบายแล้ว เป็นเรื่องท้าทายยิ่ง!






