เมื่อปูตินเชียร์โดนัล ทรัมพ์ ฮิลลารีก็ต้องเทหมดหน้าตัก

เมื่อปูตินเชียร์โดนัล ทรัมพ์ ฮิลลารีก็ต้องเทหมดหน้าตัก

เปิดศึกกันก่อนเวลาแล้วครับ ระหว่างผู้สมัครตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐ

ของสองพรรคใหญ่... ถ้าได้เจอกันในเวทีดีเบตสุดท้ายก่อนหย่อนบัตรในเดินพ.ย. ปีหน้า คงจะเลือดสาดเป็นแน่แท้

เริ่มด้วยฮิลลารี คลินตัน ในฐานะตัวเก็งหมายเลขหนึ่งของพรรคเดโมแครต ประกาศระหว่างการดีเบตครั้งล่าสุดว่าการที่โดนัล ทรัมพ์ซึ่งกำลังเป็นเบอร์หนึ่งของพรรครีพับลิกัน ขณะนี้บอกว่าจะเสนอห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศชั่วคราวนั้น เท่ากับว่าเขาเป็น ผู้ช่วยระดมสมาชิกให้กับ ISIS อย่างดี (“Best recruiter for ISIS”)

และพูดทำนองว่าสงสัยกลุ่ม ISIS จะเอาโดนัล ทรัมพ์เข้าไปโปรโมทในวีดิโอคลิปของกลุ่มก่อการร้ายนี้ด้วย

เมื่อวานซืน เธอออกมาประกาศอีกว่า เราไม่ควรให้ใครใช้วิธีการข่มขู่รังแกคนอื่น เพื่อให้ได้ตำแหน่งประธานาธิบดี (“We shouldn’t let anybody bully his way to the presidency.”)

มีหรือที่คนปากไวอย่างทรัมพ์จะยอมอยู่เฉย ๆ เขาอัดกลับในวันรุ่งขึ้นว่า ฮิลลารีนี่โกหกมดเท็จเป็นบ้าเป็นหลัง (“Hillary lies like crazy.”)

แล้วประกาศว่าฮิลลารีจะต้องออกมาขอโทษเขาอย่างเป็นทางการเสียด้วย

คนของฮิลลารีโต้กลับว่าจะไม่มีการขอโทษ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านต่อต้านการก่อการร้ายอื่น ๆ รวมถึงความเห็นใน social media ก็ยืนยันตรงกัน

มีคนนั่งนับว่าในคืนของการดีเบตพรรคเดโมแครตนั้น ผู้สมัครทั้ง 3 คนเอ่ยถึงทรัมพ์ถึง 9 ครั้ง

สะท้อนว่าไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร เศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ปากโป้งคนนี้ได้กลายเป็น เป้าหลักของทั้งคู่แข่งจากพรรคตรงกันข้ามและในพรรคของตัวเองอย่างปฏิเสธไม่ได้

ฮิลลารีไม่สนใจจะโต้กับผู้ท้าชิงในพรรคตัวเองเท่าไหร่แล้ว ทุกครั้งที่มีโอกาส เธอจะออกมาซัดทรัมพ์อย่างหนักหน่วง เพราะเธอค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถเอาชนะเบอร์สองในพรรคของเธอคือ Bernie Sanders ได้อย่างไม่มีปัญหามากนัก

แม้ในพรรครีพับลิกันเอง คู่แข่งของทรัมพ์ก็เหมือนจะรวมหัวกันซัดเขาอย่างแข็งขัน

โดยเฉพาะเจ๊บ บุช จากตระกูลดังที่พ่อและพี่ชายได้เข้าทำเนียบขาวมาก่อนแล้ว แต่ตัวเองยังถูกทรัมพ์ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น ในการสำรวจความเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหลาย

ในการดีเบตรอบล่าสุด เจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดาจึงหันมาฟาดฟันทรัมพ์อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ล่าสุดบอกกับผู้สนับสนุนว่า โดนัล ทรัมพ์นี่งี่เง่าสิ้นดี (“He is a jerk.”)

แต่ทรัมพ์ก็ยังเดินหน้าใช้ความ “ห่าม” ของเขาให้เป็นประโยชน์ เพราะดูเหมือนคนอเมริกันที่เคยเป็น “เสียงเงียบงันส่วนใหญ่” ที่ฝรั่งเรียก Silent Majority ชอบลีลาและน้ำเสียงนักเลงโผงผางอย่างเขาไม่น้อย

ยิ่งได้เสียงเชียร์จากผู้นำที่มีสไตล์ละม้ายกันอย่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ชมทรัมพ์ว่าเป็น “คนฉลาด ไหวพริบดีและเป็นผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดีที่โดดเด่นที่สุดในยามนี้” ก็ยิ่งทำให้ทรัมพ์ลิงโลดใจไม่น้อย

หากเขาได้เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันเพื่อมาปะทะกับฮิลลารี คลินตันของพรรคเดโมแครตจริง การเมืองมะกันจะมีสีสันอย่างยิ่ง เพราะนโยบายขวาตกขอบของเขาจะต้องเผชิญกับแนวทางเสรีนิยมของฮิลลารีซึ่งยืนอยู่คนละข้างโดยสิ้นเชิง

คนอเมริกันจำนวนหนึ่งในพรรครีพับลิกันยังเชื่อว่าจะเกิด “ปาฏิหาริย์” ซึ่งหมายความว่าความนิยมชมชอบต่อทรัมพ์ในหมู่คนอเมริกันจำนวนมากจะสลายหายไปก่อนการเลือกตั้งขั้นต้นที่จะจัดให้มีขึ้นที่รัฐไอโอวาและนิวแฮมเชียร์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แต่ทุกโพลของทุกสำนักถึงวันนี้ก็ยังยืนยันว่าทรัมพ์ยังเป็น ขวัญใจชาวบ้าน ไม่เปลี่ยนแปลง

ตอกย้ำอีกครั้งว่าอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในเวทีการเมือง... ที่อยากเห็นให้เกิดมักไม่เกิด แต่ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดก็เกิด... มีอะไรไหม?