ประมูล 4G สะท้อนถึงอะไร

ประมูล 4G สะท้อนถึงอะไร

ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกล่าวคำสุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าสำหรับผู้อ่านทุกท่าน

เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เรากำลังจะเริ่มต้นศักราชใหม่ จึงเป็นโอกาสอันสมควร ในการทบทวนถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในศักราชที่กำลังจะผ่านไปและสิ่งที่ได้ถูกสะท้อน ซึ่งเป็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในพฤติกรรมของผู้บริโภคและการปรับตัวของอุตสาหกรรม ที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในปัจจุบันและกำลังจะมีผลอย่างทวีคูณ นับจากศักราชหน้าเป็นต้นไป            

เมื่อถึงเวลานี้แล้วคงไม่มีเหตุการณ์ใดที่ต้องจดจำเท่ากับ การประมูลคลื่นความถี่900 MHzในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา            

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพรรณนาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในการประมูลครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งรวมไปถึง การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการ การทำลายสถิติโลก หรือกระทั่งการประมูลอย่างมาราธอน  4 วัน 3 คืน            

แต่สิ่งที่สมควรจะต้องพูดถึงแต่ยังไม่มีผู้ใด ที่ได้ออกมาวิเคราะห์อย่างเป็นหลักเป็นการ นั่นก็คือ สิ่งที่การประมูล 4G ได้สะท้อนถึง คืออะไร และได้แสดงถึงทิศทางของการเปลี่ยนแปลง  ทั้งในพฤติกรรมของผู้บริโภค และการปรับตัวของอุตสาหกรรมหรือไม่และอย่างไร          

1.การหลอมรวมของเทคโนโลยี (Convergence) เป็นความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ 

นับจากยุคของ 3G เป็นต้นมา คลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคม สามารถให้บริการได้ทั้งเสียง ตัวหนังสือ ภาพ วีดิโอ และเนื้อหาทุกอย่าง ที่สามารถถูกแปรสภาพเป็นดิจิทัลได้ คลื่นความถี่ 4G ที่ได้ถูกประมูลไป ไม่เพียงแต่สามารถนำมาให้บริการโทรศัพท์มือถือ แต่ยังสามารถถูกนำมาให้บริการวีดิโอและเสียง นั่นหมายความว่า กิจการโทรทัศน์และวิทยุในปัจจุบัน​ ซึ่งรวมถึงเนื้อหาของทีวีดิทัล สามารถให้บริการผ่าน คลื่นความถี่ 4G ได้ทั้งหมด             จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การประมูลคลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคม ถึงได้มีความดุเดือดยิ่งกว่า คลื่นความถี่ของทีวีดิทัลหลายเท่าตัว          

2.การกำกับดูแล ไม่สามารถแบ่งแยกระหว่างโทรคมนาคมและบรอดคาสต์ได้อีกต่อไป            

ในเกือบทุกประเทศ ที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่าประเทศไทย จำนวนผู้รับชมโทรทัศน์ ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่จำนวนผู้ที่รับชมเนื้อหาของโทรทัศน์ผ่านช่องทางของโทรคมนาคม กลับได้เพิ่มขึ้น แม้ในปัจจุบันยังไม่อาจที่จะเรียกทีวีดิจิทัลได้ว่า อุตสาหกรรมตะวันตกดิน แต่ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก หากแม้ในวันที่อุตสาหกรรมแห่งทีวีดิจิทัล ได้แก้ไขปัญหาในช่วงเปลี่ยนผ่านได้เสร็จสิ้น จำนวนของผู้รับชมโทรทัศน์ ก็คงจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับที่เคยเป็นมาในอดีต             ปัจจุบันการกำกับดูแลในประเทศไทย ยังคงแบ่งแยกกันระหว่างกิจการโทรคมนาคมและบรอดคาสต์ อย่างเกือบจะเบ็ดเสร็จ การปฏิรูปการกำกับดูแล ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของ นโยบายดิจิทัล อีโคโนมี เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่จะหลอมรวมโทรคมนาคมและบรอดคาสต์เข้าด้วยกัน มิเช่นนั้นในอีกไม่นาน อุตสาหกรรมที่ฝั่ง

บรอดคาสต์สามารถกำกับดูแลได้ จะมีขนาดที่เล็กลงเรื่อยๆ จนหน่วยงานกำกับดูแล จะไม่สามารถดูแลปกป้องผู้บริโภคได้อีกต่อไป            

3.ดิจิทัล อีโคโนมี ยังคงมีความสำคัญ ที่ต้องได้รับการสนับสนุน           

แม้ในหลายเดือนนี้ จะไม่ได้ยินคำว่า ดิจิทัล อีโคโนมี บ่อยนัก แต่ไม่ได้หมายความ ดิจิทัล อีโคโนมี ได้หมดความสำคัญไป  ความร้อนแรงของการประมูล รวมทั้งการทำลายสถิติโลก ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อน อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ถึงความสำคัญของกิจการโทรคมนาคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของดิจิทัล อีโคโนมี           

ปัจจุบัน ได้มีข่าวคราวแผนการของภาครัฐ ที่จะนำเงินที่ได้จากการประมูล ไปพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชากรในภาคส่วนต่างๆ อย่างไรก็ดีรัฐควรตระหนักด้วยว่า ดิจิทัล อีโคโนมีรวมทั้งกิจการโทรคมนาคมของไทย ยังคงต้องการการสนับสนุนในเชิงนโยบายด้านต่างๆ ให้มีความแข่งแกร่ง ไม่แพ้ชาติอื่น ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งนี้ ไม่ควรจะลืมว่า ไทยยังคงเป็นรองอีกหลายประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน ที่ภาครัฐได้มียุทธศาสตร์ดิจิทัล อีโคโน มาก่อนไทยไม่น้อยกว่าทศวรรษ           

เงินที่ได้จากการประมูล แม้เพียงส่วนน้อย จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากได้นำกลับมาพัฒนาดิจิทัล อีโคโนมีของไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้           

สุดท้ายนี้ ต้องขอแสดงความยินดีกับ กสทช. ที่ประสบความสำเร็จในการจัดประมูล 4G แต่บทบาทของพวกท่าน ย่อมมิได้จบลงเพียงเท่านี้ ต้องขอติดตามตอนต่อไป ที่ กสทช. จะกำกับดูแลให้อุตสาหกรรมมีความแข่งแกร่ง อย่างที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และการปรับตัวของอุตสาหกรรม และโอกาสที่ภาครัฐจะกลับมาให้ความสำคัญกับ ดิจิทัล อีโคโนมี อีกครั้งหนึ่ง