คนอื่นชะลอ แต่จีนไล่ซื้อ

คนอื่นชะลอ แต่จีนไล่ซื้อ

ในขณะที่เศรษฐกิจใน ภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ในปีนี้ชะลอตัวลง

ตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่มีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าบริษัทจีนเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเป็นจำนวนมากในปีนี้ และส่งผลให้มูลค่าการทำข้อตกลงควบรวมกิจการ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2569 โดยเหตุผลหนึ่งมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ทำให้บริษัทจีนเข้าซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลระบุว่าบริษัทจีนใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ในการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศในปี 2558 โดยเฉพาะบริษัทฝอซัน อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัทเอกชนอื่นๆของจีน ทั้งที่เป็นบริษัทผู้ผลิตชิพผู้ผลิตสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งปัจจัยรวมถึงความจำเป็นในการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่เพื่อปรับปรุงการผลิต, ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และการอ่อนค่าของหยวน และนักวิเคราะหฺ์ประเมินว่าจีนมีแนวโน้มที่จะเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร์, ไฟฟ้า และการเงิน

การเข้าซื้อกิจการของบริษัทจีนในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่อาจตีความได้ว่าเป็นการเข้าซื้อกิจการในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีนัก ซึ่งแน่นอนว่าจะได้ราคาถูกลงเมื่อเทียบกับการซื้อในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว และเป็นจังหวะเดียวกับนักธุรกิจจำนวนมาก รวมทั้งธุรกิจจากไทยที่เข้าไปซื้อกิจการในหลายประเทศในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งการเข้าซื้อกิจการในช่วงจังหวะนี้ย่อมได้ราคาดีและจะสร้างผลตอบแทนได้มากในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว

สำหรับในไทย เราจะเห็นความคึกคักของนักธุรกิจจีนพอสมควร ทั้งเรื่องการขอส่งเสริมการลงทุน และการเจรจาทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ถึงกระแสที่ชัดเจนว่านักลงทุนจีนมองไทยอย่างไร แต่ก็จะเห็นการค้าการลงทุนจากจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จากการเข้าซื้อกิจการและกระแสลงทุนในภูมิภาค อาจทำให้ต้องประเมินบริษัทจากจีนใหม่อีกครั้งว่าบริษัทจากจีนมีความเข้มแข็งมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

หากแนวโน้มของบริษัทจากจีนยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็ชี้ให้เห็นอีกว่าบริษัทจีนเหล่านี้ กับนโยบายหลักของรัฐบาลจีนในการส่งเสริม สร้างเส้นทางสายใหม่ยุคใหม่ให้เกิดขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ บริษัทเอกชนและรัฐบาลเดินไปในทิศทางเดียวกัน และการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ของรัฐบาลจีนอาจไม่ใช่ความฝันดังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนประเมินไว้ว่าเป็นไปได้ยาก เพราะสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็มาจากบริษัทจีนเหล่านี้เองที่ออกไปลงทุนต่างประเทศและเป็นส่วนสำคัญในสร้างชุมชนการค้าเหมือนยุคโบราณ

ในช่วงก่อนหน้านี้ เราเห็นภาพรัฐบาลจีนไล่ซื้อหรือลงทุนแหล่งทรัพยากรสำคัญไปทั่วโลก แต่จากนี้ไปเราจะเห็นการเข้ามาของบริษัทเอกชนจากจีน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ที่เราเห็นคือในขณะที่ทุนจากตะวันตกในเอเซียพากันถอนตัวออกไป หรือ อย่างน้อยชะลอลงทุนเพื่อรอสถานการณ์ แต่ตรงกันข้ามกับบริษัทจีนที่เห็นเป็นจังหวะเข้าลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้น หากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เราอาจเห็นภาพที่น่าตื่นเต้นและบทบาทของทุนจีน