วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มศักยภาพขีดแข่งขัน สื่อสารโทรคมต้องแข็งแกร่ง

อุตสาหกรรมแสนล้าน อย่างอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ที่แข่งขันชิงใบอนุญาต

ให้บริการ4จี คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2558 และยังคงเคาะราคากันต่อเนื่อง สู้ราคาอย่างไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมแพ้ใคร ก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประเมินไว้ว่า การสู้ราคาอาจใช้เวลาสูงถึง 3 วัน ด้วยราคาเริ่มต้น 12,864 ล้านบาท ราคาในวันที่ 3 จะขึ้นได้ถึง 66,638 ล้านบาท แต่รายงานข่าว ณ เวลา15:00น. ของวันที่ 16 ธ.ค. 2558 การเคาะราคารอบที่ 72 ล็อตที่ 1 เคาะ 1 ราย อยู่ที่ 37,658 ล้านบาท ล็อตที่ 2 เคาะราคา 2 ราย อยู่ที่ 37,658 ล้านบาท รวมเงิน 75,316 ล้านบาท ทุกรอบการแข่งขันมีผู้เคาะราคาโดยตลอด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบราคาต่อเมกะเฮิรตซ์ คลื่น1800เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลกันเมื่อเดือน พ.ย.2558 ราคาอยู่ที่ 2,652 ล้านบาท แต่คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเกิน 3,000 ล้านบาทไปแล้ว

นักวิเคราะห์แสดงความเห็นถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่า เป็นศึกที่ยอมกันไม่ได้โดยเฉพาะ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ที่ครองตลาดเป็นอันดับ 1 มียอดลูกค้าประมาณ38ล้านเลขหมาย มีฐานะการเงินแข็งแกร่งช่วงที่ผ่านมาเผชิญความยากลำบากจากการไม่มีคลื่นความถี่ให้บริการลูกค้า จึงลงสนามแข่งขันด้วยความพร้อมและแสดงความต้องการแน่วแน่ว่าจะต้องประมูลคลื่นความถี่ให้ได้ทั้งสองคลื่นคือ1800เมกะเฮิรตซ์ที่ชนะประมูลและได้รับใบอนุญาตไปแล้ว และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ที่กำลังชิงชัยอย่างเข้มข้น เพื่ออนาคตในการรักษาลูกค้าซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญไว้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ก็จำเป็นต้องมีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพบริการ 3จี เป็นหลัก และช่วยลดต้นทุนค่าบริการ ส่วนบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น พยายามก้าวสู่แท่นผู้นำ การครอบครองคลื่นความถี่จำนวนมาก จะมาเสริมความแข็งแกร่งด้านงานบริการได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องระวังการทุ่มเงินประมูลอัตราสูงๆ จะกระทบฐานะทางการเงิน

ส่วนน้องใหม่ไฟแรงอย่างแจส การประมูลครั้งที่ผ่านมาพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์มาครอบครอง เพื่อเดินหน้าเข้าสู่บริการมือถือแต่พลาดไปเพียงเล็กน้อย การประมูลรอบนี้จึงสู้ศึกอย่างไม่ท้อถอย แต่หากคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์อาจไม่เหมาะแก่การทำธุรกิจเท่าคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และการเข้าตลาดด้วยต้นทุนที่สูงอาจทำให้เผชิญภาวะที่หนักหนาไปอีกนาน แต่การเข้าสู่สนามบริการของแจสจะทำให้ลูกค้ามีทางเลือกใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่าการมีผู้ให้บริการรายเดิมๆ

ที่สุดแล้วผลการแข่งขันจะเป็นเช่นไร แน่นอนว่าจะต้องมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ศึกครั้งนี้ไม่ว่าผู้ชนะจะเป็นเจ้าเก่าหรือเจ้าใหม่ ประชาชนผู้ใช้บริการล้วนคาดหวังจะได้รับบริการที่ดี มีประโยชน์ ด้วยค่าบริการที่เป็นธรรม มีสัญญาณใช้งานได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ติดๆ ดับๆ เหมือนดังอดีต ยิ่งเครือข่ายโทรศัพท์เครือข่ายสื่อสารที่มีคุณภาพมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มคุณภาพชีวิตประจำวันของผู้คน และเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันเชิงธุรกิจของประเทศโดยส่วนรวม