ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็ง

ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็ง

ความผันผวนในตลาดเงิน และตลาดทุนทั่วโลก

    รวมทั้งการร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมันและราคาทองคำโลก ตลอดจนสินค้าโภคภัณฑ์ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความกังวลอย่างมากต่อการประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐรัฐหรือเฟด และนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ประเมินว่า เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากดำเนินนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี และการคงดอกเบี้ยต่ำมายาวนานเกือบสิบปี ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐเริ่มฟื้นตัวตามเป้าหมายของเฟด แม้ในระยะจากนี้ไปยังประเมินค่อนข้างยากว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายอีกหรือไม่

  นักวิเคราะห์และบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดเงินตลาดทุน หลายคนเคยเตือนก่อนหน้านั้นว่าตลาดวิตกกันมากเกินไป ต่อผลกระทบจากเฟดขึ้นดอกเบี้ย ด้วยการขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาเพื่อถือเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ต่างๆลดลงอย่างมาก แม้ภาวะตลาดจะเกิดแรงเทขายที่มากเกินไป แต่นักลงทุนก็ไม่ไว้วางใจถึงผลกระทบที่ตามอยู่ดี จึงพากันเทขายออกมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดเงินตลาดทุนในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ขึ้นกับการเก็งกำไรหรือนักวิชาการบางคนเรียกว่าระบบทุนนิยมกาสิโน แม้ด้านหนึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ แต่อีกด้านหนึ่งก็สามารถสร้างความผันผวนและความเสียหายได้ง่ายเช่นกัน

    จากความผันผวนข้างต้นมีนัยเชิงนโยบายที่สำคัญ กล่าวคือ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งต้องสร้างความเข้มแข็งภายในและเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจระยะยาว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ดำเนินนโยบายหลายด้านเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว และการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจภายใน รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปในหลายด้าน โดยเฉพาะนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันง่ายว่าเป็นปัญหา แต่เป็นเรื่องยากในเชิงปฏิบัติอย่างมาก เราหวังว่านโยบายต่างๆที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนนั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในระยะยาว

   ความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดเงินตลาดทุนในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือเกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็วยิ่งขึ้นและเป็นไปอย่างกว้างขวางในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งยิ่งระบบเศรษฐกิจโลกมีทิศทางเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าในอนาคต เราจำเป็นต้องเร่งการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศให้ได้ หาไม่แล้วเศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิดและพึ่งพาตลาดโลกค่อนข้างมาก ก็ยิ่งเผชิญกับความผันผวนมากยิ่งขึ้นในอนาคต แต่หากเรามีความเข้มแข็งภายในเสียแล้ว เราก็สามารถรับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นได้ หรืออย่างน้อยผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

    อย่างไรก็ตาม การสร้างความเข้มแข็งจากภายในนั้น เราจำเป็นต้องทำให้เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพากันเองมากยิ่งขึ้น และต้องสร้างให้ธุรกิจของไทยสามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอยู่จำนวนมาก คำถามสำคัญจากนี้ไปคือเราเห็นนโยบายในเรื่องนี้มานานนับปี ซึ่งล่าสุดก็ยังอยู่ขั้นวางแผนพัฒนา แม้ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกนโยบายให้ความช่วยเหลือไปแล้วหลายด้าน แต่ทุกอย่างยังเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น บทเรียนจากความผันผวนที่เกิดขึ้น อาจเป็นตัวเร่งสำคัญให้รัฐบาลต้องรีบดำเนินการ ซึ่งการสร้างความเข้มแข็งอย่างแท้จริงเท่านั้นจึงจะเป็นภูมิคุ้มกันที่แท้จริงได้ ขณะมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น