อนาคตหุ้นสื่อสาร หลังจบประมูล4จี

อนาคตหุ้นสื่อสาร หลังจบประมูล4จี

การประมูลใบอนุญาตระบบ 4 จี บนคลื่นความถี่ระบบ 900 เมกะเฮิรตซ์

กลับมามีอิทธิพลกับตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะจะมีผลต่อทิศทางราคาหุ้นกลุ่มสื่อสาร ซึ่งนักลงทุนยังเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรอบทสรุปการประมูลในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร  และหากพิจารณาความคิดเห็นของนักวิเคราะห์แล้วพบว่า ส่วนใหญ่ลงความเห็นที่สอดคล้องกัน โดยมองว่า นักลงทุนเกิดความกังวลกับเรื่องดังกล่าวมากเกินไป ทำให้มีแรงเทขายหุ้นสื่อสารที่เกี่ยวข้องออกมาอย่างหนัก ทำให้ราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน ถูกกดดันมากเกินไป

นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ บอกว่า มหากาพย์การประมูล 4 จีนั้น ที่ผ่านมาตลาดค่อนข้างจะกังวลกับการประมูลที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาปรับตัวลงมามากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงไปพอสมควร เมือลองวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดกับราคาหุ้นในการประมูล 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ที่เกิดขึ้น บนสมมติฐานให้ใบอนุญาตมีราคาใบละ 40,000 ล้านบาท และมีการลงทุนเพิ่มขึ้นของ Network ปีละ 15,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปีจากนี้ไป

จะเห็นได้ว่ากรณีแอดวานซ์ ถ้าจำนวนผู้ใช้งานยังคงที่อยู่ที่ 38 ล้านเลขมาย และ อัตราคาบริการต่อเลขหมาย (ARPU) ไม่มีการเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อราคาหุ้นประมาณ 35 บาท ซึ่งหลังจากประมูล 1800 เมกะเฮิรตซ์ ราคาหุ้นแอดวานซ์ปรับลงไปกว่า 40 บาท ถ้าบริษัทต้องการให้การลงทุนครั้งนี้คุ้มทุนแอดวานซ์จะต้องเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานมาเป็น 42 ล้านเลขหมาย และ ARPU เพิ่มอีก 10 บาท

ขณะที่ดีแทค ราคาได้ปรับลงประมาณ 20 บาท ซึ่งถ้าจำนวนผู้ใช้งานของดีแทคยังคงที่อยู่ที่ 24 ล้านเลขหมาย และ ARPU ไม่มีการเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อราคาหุ้นประมาณ 25 บาท ในกรณีที่ดีแทค ได้ใบอนุญาต 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ราคา 40,000 ล้านบาท และ   บริษัททรู มีราคาหุ้นได้ปรับลดลงมาจากประมาณ 3 บาท ซึ่งถ้าคิดกรณีที่ทรู จำนวนผู้ใช้งานคงที่ที่ 18 ล้านเลขหมาย และ ARPU ไม่มีการเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อราคาหุ้นประมาณ 4.4 บาท ในกรณีที่ทรู ได้ใบอนุญาต 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ราคา 40,000 ล้านบาท สำหรับหุ้นจัสมินนั้น ถ้าได้ใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งนี้ คงจะต้องมีการเพิ่มทุนให้กับพันธมิตรต่างประเทศอย่างแน่นอน

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า การประมูลใบอนุญาต 4 จี ย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยถ้าราคาใบอนุญาตไม่แพงมาก คือ ต่ำกว่า จี ย่าน 1800เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมาณใบละ 4 หมื่นล้านบาท ก็มีลุ้นว่าราคาหุ้นกลุ่มสื่อสารที่จ่ายปันผลสูง เช่นแอดวานซ์ ,อินทัช, ดีแทค ซึ่งประเมินว่าราคาหุ้นน่าจะมีโอกาสดีขึ้นได้ เพราะมีจุดเด่นเรื่องปันผลสูง อย่างไรก็ตามอาจจะสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูงถึง 7%

ขณะที่ บล.โนมูระพัฒนสิน ประเมินว่าราคาหุ้นกลุ่ม ไอซีที ปรับตัวลดลงกว่า18.9% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ประมูล 4 จีคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยเชื่ว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง ตอบรับความเสี่ยงของการประมูลไปมากแล้ว รวมถึงเราคาดว่าการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ รอบนี้น่าจะไม่รุนแรงเท่าการประมูลรอบแรก และน่าจะเป็นตัวที่ช่วยหนุนการกลับเข้ามาซื้อเก็งกำไรได้ในกลุ่มไอซีที

บล.เคจีไอ คาดว่าสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย ควรจะรอพิารณาผลการประมูล ซึ่งกรณีที่ราคาประมูลสูงเกินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท มีโอกาสที่หุ้นในกลุ่มสื่อสารจะถูกแรงขายอีกครั้ง เพราะอาจกระทบต่อความสามารถจ่ายเงินปันผลได้ แต่ถ้าราคาประมูลได้ข้อสรุปออกมาไม่สูงเกินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท คาดจะมีแรงซื้อกลับหุ้นในกลุ่มสื่อสาร

จากความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ น่าจะใช้เป็นข้อมูลสะท้อนอนาคตของหุ้นสื่อสาร หลังจากการประมูลใบอนุญาต 4 จีครั้งประวัติศาสตร์ จบลง