ได้เวลาการเมืองยุค Digital สลายนักเลือกตั้ง Analog!

ได้เวลาการเมืองยุค Digital สลายนักเลือกตั้ง Analog!

ข่าวเรื่องความพยายามจะตั้งพรรคใหม่ แยกจากประชาธิปัตย์

คงจะเป็นพาดหัวสื่ออยู่พักหนึ่ง เป็นเพียงสีสันการเมืองในช่วงที่ทุกคนรอคอย ว่าเมื่อไหร่บ้านเมืองจะกลับสู่ “ภาวะปกติ” ที่คำว่า “ประชาธิปไตย” จะมีความหมายเกี่ยวโยงกับการที่ “ประชาชนจะเป็นเจ้าของประเทศ” อย่างแท้จริง

ไม่ว่า Roadmap ของ คสช. จะเดินหน้าไปตามที่รับปากกับประชาชนคนไทย และประชาคมโลกอย่างไรหรือไม่ ผมยังมองไม่เห็นความหวังที่จะได้เห็น การเมืองคุณภาพที่จะดึงประเทศไทยออกจาก กับดักเก่า ๆ ที่เราประสบอยู่ขณะนี้

นั่นคือวงอุบาทว์ของการเลือกตั้งและรัฐประหาร ที่วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่ว่าจะมีความพยายามทำเรื่อง “ปฏิรูป” มากี่รอบแล้วก็ตาม

ครั้งนี้ก็ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ปฏิรูป” หรือ “ปรองดอง” เป้าหมายที่ยกขึ้นมาชูเพื่อให้ประชาชนยอมร่วมในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ก็ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ความแตกแยกและการแบ่งฝ่ายเป็นมาก่อนอย่างไร วันนี้ก็ยังดำรงอยู่แม้จะไม่ปรากฏออกมาชัดเจน ในการแสดงออกในที่สาธารณะ แต่วิถีชีวิตและวิธีคิดของสังคมไทยก็ยังหนีไม่พ้นเรื่อง ฝักฝ่ายและ เลือกข้าง ทั้ง ๆ ที่ต่างก็ตระหนักว่าหากไม่มีการ “ปรองดอง” จริง ก็จะไม่มีการ “ปฏิรูป” เกิดขึ้น

และหากไม่มีการปฏิรูป การเมืองไทยก็จะยังอยู่ในสภาพฟอนเฟะอย่างที่เป็นมา เพราะเงินกับเส้นสายก็จะยังเป็นตัวกำหนดอำนาจ และอำนาจก็จะเป็นตัวชี้ทิศทางของสังคม

ตราบเท่าที่เงินและอำนาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ความรู้ความสามารถและความถูกต้องชอบธรรมก็จะเป็นปัจจัยที่ไร้ความหมาย คนดีคนเก่งก็จะหมดหวัง คนชั่วและนักฉวยโอกาสก็จะเป็นใหญ่

ด้วยเหตุนี้ข่าวเรื่องจะมีการแยกตัวมาตั้งพรรค มีชื่ออดีตนักการเมืองและนักเลือกตั้งมาเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมี นายทุนพร้อมจะลงขันหลายพันล้านเพื่อตั้งพรรคเตรียมเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงไม่ชวนให้ผมตื่นเต้นติดตามเพื่อวิเคราะห์ให้เกิดสติปัญญาแต่อย่างไร

เพราะหากระบบการเมืองไทยยังผูกติดอยู่กับนักเลือกตั้ง ที่เราได้ยินชื่อทุกครั้งที่ปี่กลองการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้น หากการเมืองไทยยังเกิดและดับด้วย “นายทุนการเมือง” และตัวละครเก่า ๆ ก็กลับขึ้นเวทีมาบรรเลงกันอย่างสนุกสนาน เล่นเกมเงินและอำนาจเหมือนทุกครั้ง ก็ยืนยันได้เลยว่าเรากำลังกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกรอบหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พรรคการเมืองใหญ่ของประเทศทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดล้วนไม่อาจเป็นความหวังของคนไทยในการ “ปฏิรูป” บ้านเมืองได้เลยเพราะ “พรรคการเมือง” ยังเป็นที่รวมตัวของนักเลือกตั้งและนายทุนกับผู้มีอำนาจเดิม ๆ เท่านั้น

ยังไม่ใช่การรวมตัวของประชาชนที่มีอุดมการณ์ และเป้าหมายของการผลักดันบ้านเมือง ไปในทิศทางที่จะสร้างเสริมประเทศชาติ อย่างที่ควรจะเป็นในความหมายของ “ประชาธิปไตย” ที่แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า

ของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน

ถ้าคนรุ่นใหม่ คนเก่ง คนดี คนมีความสามารถของประเทศยังเห็นการเมือง เป็นเรื่องของนักเลือกตั้งร่วมก๊วนกับ นักลงทุนการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องเสียสละอาสามาทำงานเพื่อสาธารณะหรือที่ฝรั่งเรียกว่า public’s good

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตาม Roadmap ที่เห็นอยู่ปัจจุบันก็เป็นเพียงการเปลี่ยนฉากหน้าร้านเท่านั้น เนื้อหาสาระและปัญหาสั่งสมที่เตรียมระเบิดได้ทุกเวลายังอยู่เต็มอัตราศึก

การเมืองไทยจะให้ความหวังกับคนไทยได้ก็ต่อเมื่อไดโนเสาร์การเมืองถูก Big Bang ของคนรุ่นใหม่ที่จะอาสาเข้ามารับใช้ประเทศชาติด้วยความกล้าหาญ เสียสละและทุ่มเท

ผมกำลังรอ Digital Big Bang ของคนรุ่น Gen Y สร้างการเมืองในยุคดิจิทัลที่ทำลายล้างการเมืองแบบ Analog อย่างเต็มรูปแบบ!