วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ได้เวลาการเมืองยุค Digital สลายนักเลือกตั้ง Analog!

ข่าวเรื่องความพยายามจะตั้งพรรคใหม่ แยกจากประชาธิปัตย์

คงจะเป็นพาดหัวสื่ออยู่พักหนึ่ง เป็นเพียงสีสันการเมืองในช่วงที่ทุกคนรอคอย ว่าเมื่อไหร่บ้านเมืองจะกลับสู่ “ภาวะปกติ” ที่คำว่า “ประชาธิปไตย” จะมีความหมายเกี่ยวโยงกับการที่ “ประชาชนจะเป็นเจ้าของประเทศ” อย่างแท้จริง

ไม่ว่า Roadmap ของ คสช. จะเดินหน้าไปตามที่รับปากกับประชาชนคนไทย และประชาคมโลกอย่างไรหรือไม่ ผมยังมองไม่เห็นความหวังที่จะได้เห็น “การเมืองคุณภาพ” ที่จะดึงประเทศไทยออกจาก “กับดัก” เก่า ๆ ที่เราประสบอยู่ขณะนี้

นั่นคือวงอุบาทว์ของการเลือกตั้งและรัฐประหาร ที่วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่ว่าจะมีความพยายามทำเรื่อง “ปฏิรูป” มากี่รอบแล้วก็ตาม

ครั้งนี้ก็ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ปฏิรูป” หรือ “ปรองดอง” เป้าหมายที่ยกขึ้นมาชูเพื่อให้ประชาชนยอมร่วมในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ก็ยังไม่มีผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

ความแตกแยกและการแบ่งฝ่ายเป็นมาก่อนอย่างไร วันนี้ก็ยังดำรงอยู่แม้จะไม่ปรากฏออกมาชัดเจน ในการแสดงออกในที่สาธารณะ แต่วิถีชีวิตและวิธีคิดของสังคมไทยก็ยังหนีไม่พ้นเรื่อง “ฝักฝ่าย” และ “เลือกข้าง” ทั้ง ๆ ที่ต่างก็ตระหนักว่าหากไม่มีการ “ปรองดอง” จริง ก็จะไม่มีการ “ปฏิรูป” เกิดขึ้น

และหากไม่มีการปฏิรูป การเมืองไทยก็จะยังอยู่ในสภาพฟอนเฟะอย่างที่เป็นมา เพราะเงินกับเส้นสายก็จะยังเป็นตัวกำหนดอำนาจ และอำนาจก็จะเป็นตัวชี้ทิศทางของสังคม

ตราบเท่าที่เงินและอำนาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ความรู้ความสามารถและความถูกต้องชอบธรรมก็จะเป็นปัจจัยที่ไร้ความหมาย คนดีคนเก่งก็จะหมดหวัง คนชั่วและนักฉวยโอกาสก็จะเป็นใหญ่

ด้วยเหตุนี้ข่าวเรื่องจะมีการแยกตัวมาตั้งพรรค มีชื่ออดีตนักการเมืองและนักเลือกตั้งมาเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังมี “นายทุน” พร้อมจะลงขันหลายพันล้านเพื่อตั้งพรรคเตรียมเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงไม่ชวนให้ผมตื่นเต้นติดตามเพื่อวิเคราะห์ให้เกิดสติปัญญาแต่อย่างไร

เพราะหากระบบการเมืองไทยยังผูกติดอยู่กับนักเลือกตั้ง ที่เราได้ยินชื่อทุกครั้งที่ปี่กลองการเลือกตั้งกำลังจะเกิดขึ้น หากการเมืองไทยยังเกิดและดับด้วย “นายทุนการเมือง” และตัวละครเก่า ๆ ก็กลับขึ้นเวทีมาบรรเลงกันอย่างสนุกสนาน เล่นเกมเงินและอำนาจเหมือนทุกครั้ง ก็ยืนยันได้เลยว่าเรากำลังกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกรอบหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พรรคการเมืองใหญ่ของประเทศทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดล้วนไม่อาจเป็นความหวังของคนไทยในการ “ปฏิรูป” บ้านเมืองได้เลยเพราะ “พรรคการเมือง” ยังเป็นที่รวมตัวของนักเลือกตั้งและนายทุนกับผู้มีอำนาจเดิม ๆ เท่านั้น

ยังไม่ใช่การรวมตัวของประชาชนที่มีอุดมการณ์ และเป้าหมายของการผลักดันบ้านเมือง ไปในทิศทางที่จะสร้างเสริมประเทศชาติ อย่างที่ควรจะเป็นในความหมายของ “ประชาธิปไตย” ที่แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า

“ของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน”

ถ้าคนรุ่นใหม่ คนเก่ง คนดี คนมีความสามารถของประเทศยังเห็นการเมือง เป็นเรื่องของนักเลือกตั้งร่วมก๊วนกับ “นักลงทุนการเมือง” ไม่ใช่เป็นเรื่องเสียสละอาสามาทำงานเพื่อสาธารณะหรือที่ฝรั่งเรียกว่า public’s good

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตาม Roadmap ที่เห็นอยู่ปัจจุบันก็เป็นเพียงการเปลี่ยนฉากหน้าร้านเท่านั้น เนื้อหาสาระและปัญหาสั่งสมที่เตรียมระเบิดได้ทุกเวลายังอยู่เต็มอัตราศึก

การเมืองไทยจะให้ความหวังกับคนไทยได้ก็ต่อเมื่อไดโนเสาร์การเมืองถูก Big Bang ของคนรุ่นใหม่ที่จะอาสาเข้ามารับใช้ประเทศชาติด้วยความกล้าหาญ เสียสละและทุ่มเท

ผมกำลังรอ Digital Big Bang ของคนรุ่น Gen Y สร้างการเมืองในยุคดิจิทัลที่ทำลายล้างการเมืองแบบ Analog อย่างเต็มรูปแบบ!