อุดมเดช : รัฐบาลอุ้ม ปวีณ : รัฐบาลไล่

อุดมเดช : รัฐบาลอุ้ม ปวีณ : รัฐบาลไล่

แปลกไหมที่ท่าทีของรัฐบาล และองคาพยพของรัฐบาล

 แสดงออกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับ 2 คน 2 เหตุการณ์

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ที่กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่โปร่งใส ในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ รัฐบาลแสดงอาการ อุ้มสุดตัว ตั้งกรรมการสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายชุด ขณะที่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ก็เอาแต่เงื้อง่าราคาแพง ไม่เห็นแถลงไว แถลงเช้า แถลงเย็นเหมือนกรณีจำนำข้าว

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ที่โวยว่าถูกผู้ต้องหาที่เป็น คนมีสี ข่มขู่คุกคามจนต้องลาออกจากราชการ และล่าสุดทำเรื่องขอลี้ภัยไปออสเตรเลีย รัฐบาลกลับไม่สนใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไล่ส่ง แม้แต่นายกฯประกาศลุยปราบโกง เร่งแก้ค้ามนุษย์ ก็ยังเฉยๆ

ที่น่าจับตายิ่งกว่านั้นก็คือ กระแสสังคม เพราะกรณี พล.อ.อุดมเดช ชาวบ้านร้านตลาด แม้แต่กลุ่มสนับสนุน คสช.เองยังพากันเรียกร้องให้ลาออก (เพราะไม่อยากให้เป็นตัวถ่วงรัฐบาล) ส่วน พล.ต.ต.ปวีณ เคลื่อนไหวได้ใจผู้คน เนื่องจากใครๆ ก็รู้ว่าปัญหาค้ามนุษย์บ้านเรามันเป็นขบวนการใหญ่โต และ คนมีสี ก็มีเอี่ยวผลประโยชน์มากมาย บางรายอยู่ในระดับ ผู้บงการใหญ่ เสียด้วยซ้ำ

ไม่น่าเชื่อว่ารัฐบาลจะอ่านกระแสสังคมไม่ออก เพราะแสดงท่าที สวนกระแส อย่างรุนแรง อาการเหมือนใกล้สิ้นอำนาจ ประเมินสถานการณ์ผิดๆ ถูกๆ

กรณี พล.ต.ต.ปวีณ มีบางฝ่ายตั้งคำถามว่าถูกข่มขู่คุกคามถึงขนาดอยู่ในประเทศไทยไม่ได้เลยหรือ รับงานใครมาหรือเปล่า หรือว่าเล่นการเมือง

คำถามนี้ ตอบเป็นประเด็นๆ ให้ได้พิจารณากันดังนี้

1. ทีมสอบสวนถูกข่มขู่โดยตรงจากกลุ่มอิทธิพลค้ามนุษย์ที่ถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะนายทหารระดับสูง ซึ่งเพื่อนร่วมรุ่นของเขามีอำนาจเต็มอยู่ในภาคใต้ และนายตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ก็รุ่นเดียวกับทหารที่ถูกจับ

2. มีการข่มขู่พยานปากสำคัญ ทำให้พยานบางคนไม่กล้าเข้าให้ปากคำ และผู้ต้องหาที่เป็นคนมีสีบางคน ไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน

3. ระหว่างการทำคดี ผู้ต้องหาสำคัญบางรายปฏิเสธเข้ามอบตัวกับทีมพนักงานสอบสวน แต่กลับเข้ามอบตัวกับนายตำรวจระดับสูงในกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีอำนาจอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

4. พล.ต.ต.ปวีณ ถูกย้ายระนาบไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลของเครือข่ายค้ามนุษย์ และเคยเป็นพื้นที่รับราชการของผู้ต้องหาคนสำคัญซึ่งเป็นนายทหารระดับสูง ขณะที่ตำรวจในทีมสอบสวนคดีค้ามนุษย์ ไม่มีใครได้ดำรงตำแหน่งที่ดีขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ พล.ต.ต.ปวีณ นำมาเป็นเหตุผลของการยื่นหนังสือลาออก แต่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับไม่ได้แก้ไขหรืออธิบายความ ทว่าไปมุ่งเล่นงานในประเด็นให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศทำลายชาติ ทำลายองค์กร เผาบ้านที่เคยอยู่แทน

น่าสนใจว่าถ้าข้อมูลของ พล.ต.ต.ปวีณ ถูกต้อง เขาคือผู้กล้าที่ควรยกย่อง หรือเป็นผู้ร้ายทำลายประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังจับตาการแก้ปัญหาของไทยในเรื่องค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการถูกกีดกันทางการค้า

ส่วน พล.อ.อุดมเดช นอกจากให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ลาออกแล้ว ยังไม่เคยนำเอกสารหลักฐานใดมาอธิบายว่า ยอดเงินบริจาคทั้งหมดมีเท่าไร ใช้ไปมากน้อยแค่ไหน และยังเหลืออีกจำนวนเท่าใด ปล่อยให้สังคมนั่งบวกเลขกันเองว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างพระบรมรูปบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ รวมๆ แล้ว 300 กว่าล้านบาท บวกกับงานปรับพื้นที่ สร้างลานสักการะ สร้างรั้ว ถนนและป้ายทางเข้าอุทยานฯ รวมๆ อีกอีกร้อยกว่าล้านบาท ทั้งหมดยังไม่ถึง 500 ล้านบาท แล้วเงินบริจาคที่ว่ากันว่าได้รับจากผู้มีจิตศรัทธา 800-1,000 ล้านบาท ส่วนต่างไปอยู่ที่ไหน

ยอดเงินที่เหลือในมูลนิธิราชภักดิ์ ก็อยู่ที่ราวๆ 106 ล้านบาทเท่านั้น...

ตกลงรัฐบาลควรอุ้มใคร และควรไล่ใคร...ช่วยบอกที!