ชาวอุยกูร์ มณฑลซินเจียง และแนวทางรัฐบาลปักกิ่ง

ชาวอุยกูร์ มณฑลซินเจียง และแนวทางรัฐบาลปักกิ่ง

ระยะหลังคนไทยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “อุยกูร์” บ่อยขึ้น

 ถามไถ่กันมาว่าพวกเขามาจากส่วนไหนของจีน และเกี่ยวอะไรกับเรื่องเหตุร้ายในมณฑลซินเจียง?

ดูจากแผนที่จะเห็นว่ามณฑลซินเจียงอยู่ด้านตะวันตกของจีน ติดกับปากีสถาน อัฟกานิสถาน เคอร์จิสสถาน และคาซักสถาน

ผมเคยไปทำสารคดีเรื่อง เส้นทางสายไหม ที่เมืองอูรุมมูฉี เมืองหลวงของซินเจียง สัมผัสได้ถึงความเป็นคนอุยกูร์ ที่มีเอกลักษณ์ของตนในฐานะเป็นคนนับถือศาสนามุสลิม พูดภาษาของตนและภาษาจีนผสมผสานกันไป

ช่วงหลังมีข่าวคราวความรุนแรงจากซินเจียงเป็นประจำ เพราะมีกลุ่มอุยกูร์ที่ไม่พอใจนโยบายรัฐบาลกลางที่ปักกิ่ง

เมื่อปี 2009 ชาวอุยกูร์หลายพันคนก่อเหตุที่เมืองอูรุมมูฉี รัฐบาลจีนส่งกองกำลังเข้าจัดการ มีผู้เสียชีวิต 197 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีนเชื้อสายฮั่นซึ่งคนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งเห็นว่าไม่ใช่พวกเดียวกับตน

จากนั้นก็มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ที่ทางการจีนอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอุยกูร์ ที่ต้องการจะก่อเหตุร้ายผิดกฎหมาย

วันนี้ ซินเจียงมีความสำคัญเพราะเป็นส่วนสำคัญของ เส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21” ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง

นักข่าวฝรั่งบางคนเรียกซินเจียงว่าเป็น The Wild West หรือพื้นที่ตะวันตกที่ยังไม่ได้รับการหักร้างถางพงให้เหมือนกับส่วนอื่น ๆ ของประเทศ

รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งส่งเสริมให้ชาวฮั่นอพยพไปอยู่ในซินเจียง อย่างเป็นระบบในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา จากที่เคยเป็นเพียง 6% ของประชากร วันนี้พุ่งขึ้นไปกว่า 40% ของซินเจียงทั้งหมด ทำให้ชาวอุยกูร์ดั้งเดิมไม่พอใจ มองว่านี่เป็นแผนของรัฐบาลกลางที่ต้องการจะส่งชาวฮั่นเข้ามาสลายเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

แต่สีจิ้นผิงต้องการให้ซินเจียงเป็น ประตูสู่เส้นทางสายใหม่ยุคใหม่และเป็นพื้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ เพื่อลบภาพของการเป็นดินแดนแห่งความยุ่งเหยิงซับซ้อนหรือ Wild West

ซินเจียงจึงกลายเป็นจุดอ่อนไหวสำหรับผู้นำจีนทั้งในแง่ของอดีต ปัจจุบันและอนาคต

ซินเจียงมีความสำคัญต่อจีนเพราะเป็นบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติในระดับที่สูง เช่นแก๊สธรรมชาติ

ที่แน่ ๆ ก็คือ 40% ของถ่านหินและ 22% ของน้ำมันที่จีนใช้มาจากซินเจียง

ที่สำคัญไม่น้อยกว่านั้นคือซินเจียง เป็นประตูสู่แหล่งพลังงานมหาศาลในเอเซียกลาง อันเป็นหัวใจของการผลักดันเศรษฐกิจของจีนต่อไปในวันข้างหน้า

ถ้าซินเจียงไม่สงบ เส้นทางพลังงานทั้งในและนอกประเทศก็จะมีปัญหา เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม อันเป็นเครื่องยนต์หลักของการรักษาอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ

จีนจึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในซินเจียงอย่างมโหฬารเพื่อค้นหา ขนส่งและบริหารทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้

หนึ่งในโครงการยักษ์เพื่อการนี้คือท่อน้ำมันที่วิ่งจากคาซักสถาน และท่อส่งแก๊สธรรมชาติจากเตอร์กเมนิสสถาน

ท่อน้ำมันทางบกผ่านซินเจียงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับจีน เพราะน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจากเอเซียกลาง ไม่ต้องวิ่งผ่านช่องแคบมาละกา และทะเลจีนใต้ที่มีความเสี่ยงเหมือนกับน้ำมันจากตะวันออกกลาง

รัฐบาลกลางจีนทุ่มงบประมาณมหาศาล เพื่อพัฒนาซินเจียงให้เป็นศูนย์กลาง สำหรับทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นทางผ่านสำหรับการลำเลียงขนส่งน้ำมัน และแก๊สธรรมชาติจากเพื่อนบ้านด้านตะวันตก

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสีจิ้นผิงก็ทุ่มงบไม่อั้นเพื่อให้มีหน่วยทหาร ตำรวจและความมั่นคงในซินเจียงเพื่อป้องกันและปราบปราม “คนสามกลุ่ม” ที่เป็นอุปสรรคสำหรับรัฐบาลกลาง ในการสร้างความสงบและเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ

สามกลุ่มที่รัฐบาลจีนถือว่าเป็นศัตรูและต้องจัดการอย่างเด็ดขาดคือ

    1. กลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการแยกดินแดน
    2. กลุ่มหัวรุนแรงสุดขั้วทางศาสนา
    3. กลุ่มก่อการร้ายที่มีเครือข่ายระหว่างประเทศ

แต่นักวิเคราะห์บางสายฟันธงว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากนโยบายรัฐบาลกลาง ที่พยายามโดดเดี่ยวชุมชนคนอุยกูร์ ด้วยการส่งคนจีนฮั่นเข้ามาสลายความเป็นชาติพันธุ์ดั้งเดิม จึงเกิดขบวนการต่อต้านจากคนท้องถิ่น

ประชากรซินเจียงมีทั้งหมด 23 ล้านคน ทุกวันนี้เป็นชาวอุยกูร์ประมาณ 43% ซึ่งลดลงจากเดิม 90% ก่อนการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 1949

รัฐบาลจีนบอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแคว้นนี้ ไม่เกี่ยวกับนโยบายจากปักกิ่ง ซึ่งพยายามจะพัฒนายกระดับความเป็นอยู่ ของผู้คนที่นั่นอย่างเต็มที่ แต่มีคนบางกลุ่มที่พยายามจะ “แยกดินแดน” และได้รับอิทธิพลจากทั้งในซินเจียงเองและต่างประเทศต่างหาก

ใครเดินทางไปส่วนไหนของซินเจียงทุกวันนี้ จึงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความระแวง ระหว่างคนอุยกูร์และชาวฮั่น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตประจำวัน