เสียงประชาชนเพื่อการปฏิรูป ด้านการเมือง

เสียงประชาชนเพื่อการปฏิรูป ด้านการเมือง

ข่าวคราวเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรนูญ หรือ กรธ. ที่ออกมาเป็นระยะๆช่วงเวลานี้

ทำให้เกิดประเด็นคำถามมากมายเกี่ยวกับรูปแบบของรัฐธรรมนูญและระบบเลือกตั้งที่ควรจะเป็น คำถามทั้งหลายมีทั้งถามเพื่อค้นหาคำตอบ ถามเพื่อเป็นการโยนหินถามทาง หรือถามเพื่อให้เป็นประเด็นถกคิด ต่างก็ทำให้สังคมเฝ้าติดตามว่า แล้วการเมืองบ้านเราจะเป็นอย่างไร

จริงๆแล้ว เจตนาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ก็ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าการร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่อดีตสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ได้ทำการศึกษาไว้แล้ว และให้นำมาใช้ปฏิบัติขับเคลื่อนประเทศ ไม่ได้ให้สภาเพื่อความปรองดองและขับเคลื่อนประเทศ หรือ สปท. และ กรธ. มาดำเนินการใหม่ทั้งหมด จึงมีเหตุผลที่สมควรนำความเห็นของประชาชนจากการรับฟังผ่านเวทีปฏิรูปกว่าแปดร้อยเวทีทั่วประเทศ และผ่านทางช่องทางรับฟังจากบุคคลทั่วไป ตลอดระยะเวลาเกือบสิบเอ็ดเดือนว่าประชาชนคิดและต้องการให้มีการปฏิรูปการเมืองของประเทศไทยอย่างไร

ณ วันสุดท้ายที่ข้อมูลทั้งหมดได้บรรจุไว้ในฐานข้อมูลครบถ้วนแล้ว พบว่าประเด็นการปฏิรูปการเมืองมีประชาชนให้ความสนใจสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งจากทั้งหมดสิบแปดประเด็นเลยทีเดียว โดยมีผู้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งผ่านเวทีปฏิรูปทั่วประเทศ ทั้งในฐานะบุคคลทั่วไป และจากการระดมสมองแบบกลุ่ม (Focus Group) รวมทั้งสิ้น 17,456 ความเห็น จากทั้งหมดเกือบหนึ่งแสนความเห็น หรือคิดเป็นร้อยละ 17.46 การเสนอความเห็นมีความหลากหลายเป็นอันมาก ทางคณะทำงานที่ปรึกษาด้านเก็บรวบรวมข้อมูลของอดีตคณะอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้จัดหมวดหมู่ไว้ดังนี้

1.เรื่องรูปแบบของรัฐสภา มีจำนวน 162 ความเห็น

2.เรื่อง พรรคการเมือง มีจำนวน 502 ความเห็น

3.เรื่อง โครงสร้างองค์กรที่เกี่ยวข้อง มีจำนวน 391 ความเห็น

4.เรื่อง การปฏิรูปด้านโครงสร้าง มีจำนวน 1,132 ความเห็น

5.เรื่อง อำนาจหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีจำนวน 24 ความเห็น

6.เรื่อง อำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีจำนวน 39 ความเห็น

7.เรื่อง อำนาจหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้ง มีจำนวน  391 ความเห็น

8.เรื่อง อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีจำนวน 116 ความเห็น

9.เรื่อง องค์กรตามรัฐธรรมนูญ มี 225 ความเห็น

10.เรื่อง ระบบเลือกตั้ง มีจำนวน 3,676 ความเห็น

11.เรื่อง ระบบการตรวจสอบ มีจำนวน 1,798 ความเห็น

12.เรื่อง การเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วม มีจำนวน 2,058 ความเห็น
13.เรื่อง การปฏิรูประบบและกระบวนการ มีจำนวน 2,366 ความเห็น

14.เรื่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจำนวน 1,144 ความเห็น

15.เรื่อง สมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน 769 ความเห็น

16.เรื่อง คณะรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี) มีจำนวน 1,000 ความเห็น และ

17เรื่อง การปฏิรูปด้านบุคคลากร มีจำนวน 1,663 ความเห็น

เมื่อเรียงลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากความถี่ของจำนวนความเห็นและข้อเสนอแนะ พบว่าสามารถเรียงลำดับ แปดอันดับแรกที่มีจำนวนเกินร้อยละห้าขึ้นไป และมีนัยสำคัญสูงสุดและรองลงมาตามลำดับได้ดังนี้

1.เรื่องระบบเลือกตั้ง คิดเป็นร้อยละ 21.05 ของทั้งหมด

2.เรื่องการปฏิรูประบบและกระบวนการ คิดเป็น ร้อยละ 13.58 ของทั้งหมด

3.เรื่องการเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมคิดเป็นร้อยละ 11.79 ของทั้งหมด

4.เรื่องระบบการตรวจสอบคิดเป็นร้อยละ 10.30 ของทั้งหมด

5.เรื่องการปฏิรูปด้านบุคคลากรคิดเป็นร้อยละ 9.53 ของทั้งหมด

6.เรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดเป็นร้อยละ 6.55 ของทั้งหมด

7.เรื่องการปฏิรูปด้านโครงสร้างคิดเป็นร้อยละ 6.48 ของทั้งหมด และ

8.เรื่องคณะรัฐมนตรี (นายกฯและรัฐมนตรี) คิดเป็นร้อยละ 5.23 ของทั้งหมด

เท่าที่ติดตามการดำเนินการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ กรธ. ในขณะปัจจุบันถือได้ว่าสอดคล้องกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่เสนอเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะไว้เกือบทุกเรื่อง ยกเว้นบางเรื่องที่ กรธ. ไม่ได้จัดลำดับความสำคัญเป็นลำดับต้นๆเมื่อเทียบกับความเห็นของประชาชน คือเรื่องการเมืองภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน และเรื่องการปฏิรูปด้านบุคคลากร ซึ่งประชาชนได้สื่อไว้อย่างชัดแจ้งว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมืองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ประชาชนต้องรับรู้รับทราบและต้องเป็นความเห็นชอบของเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ และการเดินหน้าประเทศไทยไม่ใช่แค่เรื่องปรับโครงสร้างและระบบเลือกตั้ง แต่เรื่องของบุคคลากรในโครงสร้างทางการเมืองก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม การเข้าสู่การเมืองไม่ว่าจากการเลือกตั้งก็ดี หรือการสรรหาก็ดี จะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติในทางการเมืองที่ดีของผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในรัฐสภาและองค์กรทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ ทั้ง กรธ. และ สปท. สามารถเรียกดูได้จากฐานข้อมูลที่สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ปัญหาของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมิใช่แค่เรื่องการเลือกตั้งและระบบเลือกตั้ง แต่ต้องทำให้เป็นประชาธิปไตยที่มาจากการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง และการคัดสรรบุคคลากรทางการเมืองที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ  มีเจตน์คติที่ดีกับบ้านเมือง และมุ่งทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

(หมายเหตุ บทความนี้เป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวข้องกับการเป็นอดีตคณะอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่อย่างใด)