รับมือภัยออนไลน์ ทุกฝ่ายต้องพร้อม

รับมือภัยออนไลน์ ทุกฝ่ายต้องพร้อม

นอกจากภัยคุกคามมากมายบนโลกจริงแล้ว โลกออนไลน์ก็เสี่ยง

ภัยคุกคามอยู่ไม่น้อย และมีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี จากข้อมูลของพีดับบลิวซี บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ที่เผยผลสำรวจ The Global State of Information Security Survey 2016: Turnaround and transformation in cybersecurity ที่จัดทำร่วมกับนิตยสารซีไอโอ และซีเอสโอ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นบรรดานักธุรกิจ และผู้นำบริษัทไอทีชั้นนำทั่วโลกกว่า 10,000 ราย ครอบคลุมกว่า 127 ประเทศ แบ่งเป็นผู้ถูกสำรวจจากทวีปอเมริกาเหนือ 37% ยุโรป 30% เอเชียแปซิฟิก 16% อเมริกาใต้ 14% ตะวันออกกลางและแอฟริกา 3% ว่า จำนวนภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Information Security Incident) ทั่วโลก ปี 2558 เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2557 แม้ว่าผู้บริหารทั่วโลกจะเริ่มตระหนักถึงภัยไซเบอร์ และหันมาเพิ่มงบลงทุนทางด้านการรักษาความปลอดภัย ด้านไอทีอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม เพราะปัจจุบันอาชญากรคอมพิวเตอร์ มีทักษะการก่ออาชญากรรมที่เชี่ยวชาญและซับซ้อน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมากขึ้น

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริหารทั่วโลก 91% ตระหนักต่อการนำรูปแบบการรักษาความปลอดภัยมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการนำระบบคลาวด์ และอื่นๆ มาช่วยตรวจจับการกระทำผิด อีกทั้งร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แต่จำนวนภัยคุกคาม ความถี่ในการโจมตี รวมถึงความรุนแรงและผลกระทบจากภัยไซเบอร์กลับขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทจำนวนมากยังขาดการกำกับดูแล และการรับมือกับรูปแบบการโจรกรรมข้อมูลของอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรูปแบบและวิธีการของการโจรกรรมทุกวันนี้มีความหลากหลาย และซับซ้อนมากกว่าอดีตหลายเท่า ทำให้บ่อยครั้งไล่จับอาชญากรเหล่านี้ได้ไม่ทันท่วงที

ปี 2558 การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ขององค์กรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลปรับตัวลดลง 4% อยู่ที่ 4.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 147 ล้านบาท นอกจากนี้ ปีนี้ ยังมีบริษัทที่หันมาใช้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์อย่างแพร่หลาย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปกป้องข้อมูลที่อ่อนไหว หรือเป็นความลับ อีกทั้งช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของเครือข่าย และการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการโจมตี และตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

ขณะเดียวกัน อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (IoT) ก็จะมีมากขึ้น จากผลสำรวจของไอดีซีคาดการณ์ว่า ปี 2563 จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านชิ้น จาก 1.3 หมื่นล้านชิ้นในปี 2558 ดังนั้น การบริหารจัดการ และรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ และข้อมูลที่มาสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของปรากฏการณ์ดังกล่าวในอนาคต อุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นมากนี้ส่วนหนึ่งจะต้องใช้งานในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ทุกหน่วยงานในไทยต้องพร้อมรับมืออย่างถูกต้อง ถูกทาง ไม่ใช่ห้ามการใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างเด็ดขาดในที่ทำงาน เพราะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง และร่วมยุคร่วมสมัย ทางออกของปัญหานี้คืออุดช่องโหว่ของปัญหาได้ถูกต้อง เหมาะสม