เก่ง + เฮง = ดวง(1)

เก่ง + เฮง = ดวง(1)

“ความพยายามอยู่ที่คน ผลสำเร็จอยู่ที่ฟ้า” ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้มาสมใจ

เรื่องราวบางอย่างถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่คุณเกิด

เป็นเรื่องแปลกที่คนเราเมื่อผ่านโลกผ่านชีวิตมามาก แต่กลับยอมรับในสิ่งที่เหมือนงมงาย คนเก่งมากมายเมื่อหนุ่มสาวไม่เคยเชื่อถือสิ่งใด มุ่งหน้าบากบั่นและบุกเบิกสร้างตัว ครั้นถึงวัยชราสูงอายุได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ของผู้คนทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กลับเปลี่ยนแปลงความเชื่อตัวเอง ยอมรับว่าโชคชะตามีจริง ดวงชะตาเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว

ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? เพราะชะตาคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้ “เวลา” ในการพิสูจน์ ความสำเร็จที่แท้จริงของคนเรา อาจวัดได้เมื่อวันที่เขาจากโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น ผู้ชราที่ผ่านวันคืนมากกว่า ได้รู้ได้เห็นเรื่องราวมากกว่า มีสายตาที่คร่ำโลก และเข้าใจจิตมนุษย์ลึกซึ้งกว่า ย่อมไม่อาจปฏิเสธลิขิตฟ้าไปได้

“เก่ง” กับ “เฮง” คือประเด็นที่ถกเถียงกันมายาวนาน เก่ง หมายถึงคนเก่ง-คนที่มีความสามารถสูง เฮง หมายถึงคนโชคดี-ที่ไม่มีความสามารถเท่าใด (บางทีก็ไม่มีความสามารถในเรื่องที่ประสบความสำเร็จเลย) เก่งหรือจะสู้เฮง เฮงหรือจะยั่งยืน ถ้าไม่เฮงก็ต้องเก่ง ถ้าไม่เก่งแล้วจะเฮงได้อย่างไร?

ความสามารถคือเงื่อนไขของความสำเร็จ นี่คือสิ่งที่ทุกคนยอมรับ แต่ที่แปลกคือคนมีความสามารถจำนวนมาก กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คนที่ความสามารถอ่อนด้อยและใช้ชีวิตไปตามกระแส กลับบรรลุถึงความสำเร็จระดับสูง

คนเก่งแต่ไม่รุ่ง ยังพอคิดได้ว่า คนเราไม่ได้เก่งไปหมดทุกเรื่อง บางเรื่องที่ไม่เก่ง อาจ(บังเอิญ)เป็นเงื่อนไข “สำคัญ” ของความสำเร็จพอดี เมื่อไม่มีมัน ย่อมไม่อาจก้าวไปได้ไกล สำหรับคนที่ไม่เก่งสักเรื่อง แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากล่ะ จะอธิบายอย่างไรดี?

ที่สุดของคำตอบที่ได้ยินมา มักลงเอยที่บุญเก่ากรรมเก่า บางทีอาจเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่มันไม่ช่วยสร้างสรรค์พัฒนาปัญญาและชีวิตสักเท่าไร กฎแห่งกรรมเมื่อมีจริง ผลแห่งกรรมเมื่อมีจริง กรรมปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องรอรับผลชาติหน้าชาติไหน การประยุกต์หลัก “กรรม (การกระทำ)” เข้ากับโหราศาสตร์ ทำให้เราสามารถเห็นมุมมองใหม่ๆ ในเรื่องนี้

ในโหราศาสตร์ เคล็ดลับของความสำเร็จขั้นสูงสุด คือ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา”

ถูกคนหรือทำตนเป็นคนที่ถูกต้อง (กับงาน) คือรากฐานของความสำเร็จ เมื่อถูกคน ผู้นั้นย่อมประสบความสำเร็จขั้นต้น ถูกที่คืออยู่ในสถานที่ที่ต้องการความสามารถของตน หรือตนได้แสดงความสามารถที่โดดเด่นเหนือใครถ้าถูกคนและถูกที่ ย่อมประสบความสำเร็จขั้นกลาง แต่ถ้าต้องการความสำเร็จขั้นสูงสุด ผู้นั้นต้องอยู่ถูกเวลา คืออยู่ในจังหวะโอกาสและสถานการณ์ที่ถูกต้องเหมาะสมด้วย

คนส่วนใหญ่ทราบว่า ดวงชะตา (Horoscope) คือแผนที่ชีวิต แต่สำหรับโหราจารย์แล้ว ดวงชะตายังเป็นแผนผังที่แสดงถึงศักยภาพ (Potential) และพรสวรรค์ (Talent) ของบุคคลอีกด้วย โหราศาสตร์สามารถชี้ถึงนิสัยใจคอ บุคลิกภาพ จุดแข็งจุดอ่อน แรงขับ ทักษะ เมื่อเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงและศักยภาพที่แฝงเร้น เขาย่อมสามารถพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง นี่คือ “ถูกคน” เมื่อถูกคน ย่อมเอาตัวรอด-ตั้งตัว-สร้างกิจการได้สำเร็จมั่นคง

ความสามารถคือปัจจัยสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือมีคนรู้คนเห็นถึงความสามารถนั้นหรือไม่? การอยู่ในสถานที่ที่ผู้คน “เห็นค่า” ความสามารถของตน จึงเป็นยอดปรารถนาของคนเก่งทั้งหลาย

บิล เกตส์ คือตัวอย่างที่ดีมาก เกตส์หยุดเรียนฮาร์วาร์ดตอนปี 2 เพื่อก่อตั้งไมโครซอฟท์ เขาไม่จบปริญญาตรีด้วยซ้ำ ทุกคนรู้ว่าเกตส์เป็นอัจฉริยะที่บ้าไอที พูดและเข้าสังคมไม่เก่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า เขาเป็นโรคไดเร็คเซีย (Dyslexia) หรือระบบการเรียนรู้บกพร่อง (Cognitive Disorder)

ลองคิดดู ถ้าบิล เกตส์ เกิดและเติบโตในเมืองไทย เด็กเนิร์ดที่เข้ากับมนุษย์ไม่ได้และเรียนไม่จบปริญญาสักใบ ควรมีอนาคตอย่างไร? เขาจะได้เป็นเจ้าของบริษัทไมโครซอฟท์ หรือมหาเศรษฐีอันดับ1 ของโลกไหม? แต่โชคดีที่เกตส์เกิดถูกที่ เขาเกิดในอเมริกา ประเทศที่เห็นค่าและยกย่องอัจฉริยภาพของผู้คน บิล เกตส์ จึงประสบความสำเร็จใหญ่หลวงเช่นทุกวันนี้

ไม่ใช่แค่บิล เกตส์ ยังมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากมายที่เป็นโรคไดเร็คเซีย ริชาร์ด แบรนสัน ก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะไดเร็คเซีย แบรนสันจึงเรียนได้แย่มาก ครูประจำชั้นทำนายว่า อนาคตเขาต้องจบลงที่คุก หรือไม่ก็เป็นมหาเศรษฐี โชคดีที่แบรนสันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและให้โอกาสผู้คน เขาจึงกลายเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าของ Virgin Group ที่มีมากกว่า 400 บริษัท และมีทรัพย์สินถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ (กรกฎาคม 2015 โดยนิตยสารฟอร์บ)

ใครรู้บ้างว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โทมัส เอดิสัน สองนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เป็นไดเร็คเซีย ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน นายกรัฐมนตรีลี กวนยู ก็เป็นไดเร็คเซีย นักแสดงอย่างทอม ครู๊ซ นักกีฬาอย่างโมฮัมหมัด อาลี ผู้กำกับอย่างสตีเว่น สปิลเบอร์ก นักดนตรีอย่างเชอร์อัจฉริยะอย่างลิโอดาโน ดาวินชี มหาเศรษฐีอย่างเดวิด ร็อคกี้เฟลเลอร์ เจ้าของบริษัทการลงทุนยักษ์ใหญ่อย่างชาร์ล ชว็อบ ทั้งหมดล้วนเป็นโรคไดเร็คเซีย ถ้าไม่ได้อยู่สถานที่ที่ถูกต้องเหมาะสม ชีวิตพวกเขาจะไม่มีวันเป็นอย่างที่เป็น !

ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือศรีนิวะสา รามานุจัน (Srinivasa Ramanujan) นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะชาวอินเดีย เกิดในครอบครัวยากจน เรียนจบแค่มัธยม แต่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แตกฉานคณิตศาสตร์ได้ด้วยตัวเอง ในอินเดียเขาแทบหางานทำไม่ได้ ต้องดิ้นรนเกือบตาย กว่าจะได้งานเสมียนเล็กๆ ที่เงินเดือนแทบไม่พอยาไส้

แต่รามานุจันไม่เคยทิ้งฝันของตนเอง เขาเขียนงานวิจัยทางคณิตศาสตร์ และส่งให้กับศาสตราจารย์ 3 ท่านของเคมบริดจ์ ซึ่ง 2 ท่านโยนจดหมายของเขาทิ้งไป มีเพียง G.H. Hardy ที่เห็นถึงอัจฉริยภาพของรามานุจัน และเชิญมาทำงานร่วมกับเขาที่เคมบริดจ์

รามานุจันย้ายไปทำงานที่อังกฤษ 5 ปี สร้างผลงานและได้รับการยกย่องมากมาย เขาได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์จากการวิจัย (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ปริญญาเอก) ได้เป็นสมาชิกสมาคมคณิตศาสตร์ลอนดอน เป็นชาวอินเดียคนที่2 ที่ได้เป็น Fellow of the Royal Society ทั้งยังมีอายุน้อยที่สุด (31 ปี) ในประวัติศาสตร์ของสมาคม และเป็นชาวอินเดียคนแรกที่ได้เป็น Fellow of Trinity College ของเคมบริดจ์

คนเราต่อให้เก่งกาจสามารถเพียงใดก็ตาม ถ้าผู้อื่นไม่ให้โอกาสขึ้นเวที-ไม่มีแสงไฟสาดส่อง ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จสูงส่งได้ แต่ถ้าเมื่อใด ก้าวไปอยู่ “ถูกที่” มีผู้คนเห็นค่าความสำคัญ เมื่อนั้นเกียรติยศชื่อเสียง-ความมั่งคั่งร่ำรวย ย่อมมาถึงอย่างแน่นอน