กระจายบรอดแบนด์สู่ชุมชน เสริมความเท่าเทียมพื้นที่ห่างไกล

กระจายบรอดแบนด์สู่ชุมชน เสริมความเท่าเทียมพื้นที่ห่างไกล

สารพันปัญหา ของประเทศกำลังพัฒนา ทั้งหลายคือความทั่วถึง

 เท่าเทียมด้านต่างๆ รวมทั้งด้านไอซีที ประเทศไทยก็เช่นกัน แต่ปัจจุบันนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ได้กำหนดโครงการสำคัญ (แฟล็กชิพ โปรเจค) ในระยะเร่งด่วน เน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่ชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีเสถียรภาพ ประกอบด้วย โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) สู่ชุมชน 10,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมศูนย์การเรียนรู้ไอซีที ชุมชน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบล (กศน.ตำบล) และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทั่วประเทศ โดยจะให้บริการบรอดแบนด์ พร้อมฟรีไว-ไฟแก่ประชาชนด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม และจะขยายสู่ชุมชนและหมู่บ้านทั่วประเทศภายในระยะเวลา 2 ปี 

นอกจากนั้นยังมีโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งเป็นการต่อยอดปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจำนวนกว่า 2,000 แห่ง เพื่อให้บริการการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต อบรมให้ความรู้ พัฒนาทักษะ รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน

โดยกระทรวงไอซีที ต้องการพัฒนาให้บุคลากรในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับทราบถึงการนำดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติของการให้บริการประชาชน ตลอดจนการนำดิจิทัลมาปรับปรุงกระบวนการทำงานของทางราชการ การบริหารจัดการด้านงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า เนื่องจากรัฐบาลกำลังขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นรากฐานสำคัญเพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างความมั่นคงทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถของคนในชาติ ซึ่งการแปลงนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล 6 ด้าน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การสร้างความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการสร้างบริการดิจิทัล การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ และการสร้างบุคลากรดิจิทัล

นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับในเขตเมืองใหญ่ เน้นการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยขณะนี้ได้ลงพื้นที่และสำรวจความต้องการในจังหวัดนำร่อง คือ ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในซูเปอร์คลัสเตอร์ด้านศูนย์กลางดิจิทัลของรัฐบาลด้วย รวมทั้งมีโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการภาครัฐโดยตรง ได้แก่ โครงการยกระดับคุณภาพงานบริการภาครัฐ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่เน้นการปรับกระบวนการดำเนินงานภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น เช่น บูรณาการข้อมูลและระบบงานภาครัฐ ลดสำเนากระดาษในการให้บริการประชาชน พัฒนาศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน และตู้บริการประชาชนอเนกประสงค์เป็นต้น

การดำเนินการเหล่านี้ นับเป็นกระบวนการที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลก็จะมีโอกาสที่เท่าเทียมมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปล้วนมีศักยภาพ ถ้ามีโอกาสเปิดให้ทุกคนย่อมมีหนทางเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เมื่อประชาชนมั่นคงก็ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งแก่ประเทศ รับมือการแข่งขันกับนานาประเทศได้