วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใครว่าจะเกิด ‘สงครามโลก’ รอบใหม่?

มีคนตั้งคำถามว่า “สงครามโลก” รอบใหม่กำลังจะเกิดขึ้นใช่ไหม?

เหตุที่ถามเพราะคำประกาศสงคราม ของผู้นำฝรั่งเศสหลังเหตุการณ์ วินาศกรรมรุนแรงที่กรุงปารีส และความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจในกรณีซีเรีย

ทั้งการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับจีนในทะเลจีนใต้ เมื่อวอชิงตันส่งเครื่องบินลาดตระเวน และเรือพิฆาตเข้าไปในน่านน้ำใกล้กับเกาะเทียมของจีน

อีกทั้งความรุนแรงในตะวันออกกลาง ก็ดูเหมือนจะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันชัดเจนขึ้นทุกขณะ

แต่เมื่อผมเห็นประธานาธิบดีโอบามาของสหรัฐ กับปูตินของรัสเซียจับเข่าซุบซิบ (ผ่านล่าม) กันนอกห้องประชุมที่ตุรกีระหว่างการประชุม G-20 วันก่อนหลังเหตุการณ์ที่กรุงปารีส ก็พอจะเบาใจได้ว่าทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ตระหนักแล้วว่า

ทั้งสองมีศัตรูร่วมอย่างน้อยก็ชั่วคราว...นั่นคือ ISIS

ปูตินยอมรับแล้วว่าเครื่องบินโดยสารสายการบิน Metrojet ของรัสเซียที่ตกในคาบสมุทรไซนายของอียิปต์มีคนตาย 224 คนนั้นมีสาเหตุมาจากระเบิด และเป็นฝีมือการก่อการร้าย

เป็นคำประกาศที่ออกมาหลังจากเหตุร้ายที่กรุงปารีสมีคนตายกว่า 130 คนและบาดเจ็บกว่า 350

ทั้งสองเหตุการณ์พุ่งเป้าไปที่ ISIS เหมือนกัน สะท้อนว่ามหาอำนาจอย่างอเมริกาและรัสเซีย รวมถึงพันธมิตรอย่างฝรั่งเศสและส่วนอื่น ๆ ของยุโรปนั้นกำลังเจอกับการคุกคาม ของกลุ่มคนหัวรุนแรงที่ประกาศจะตั้ง “รัฐอิสลาม” โดยไม่สนใจว่าผู้ไร้เดียงสาจำนวนมากมายจะต้องสูญเสียอย่างใหญ่หลวงเพียงใด

ตอนนั้นเครื่องบินของรัสเซีย อเมริกาและฝรั่งเศสร่วมกันถล่มเป้าของ ISIS ในซีเรียอย่างรุนแรงเพราะเห็นพ้องกันว่า หากปล่อยให้กลุ่มสุดขั้วสามารถปฏิบัติการทั้งในซีเรีย อิรักและข้ามเขตมาก่อเรื่องร้ายแรงในกรุงปารีสได้ ก็ไม่มีเมืองใดในโลกที่จะปลอดภัยได้อีกต่อไป

กลุ่ม ISIS ประกาศว่านอกจากปารีสแล้ว เป้าต่อไปก็คือวอชิงตัน ก่อนหน้านี้เมื่อปูตินส่งเครื่องบินไปถล่มเป้าของ ISIS บางแห่ง ก็มีคำขู่ว่ามอสโกก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยจากการก่อเหตุร้าย

ก่อนหน้านี้ ปูตินกับโอบามาต่างก็มีเรื่องระแวงสงสัยกันและกัน เพราะรัสเซียอยู่ข้างประธานาธิบดีบาชาห์ อัล อัสซาดของซีเรียขณะที่โอบามาบอกว่าจะต้องจัดการให้พ้นจากตำแหน่ง

พอรัสเซียส่งเครื่องบินไปซีเรีย อเมริกาก็ตั้งข้อสงสัยว่าเป้าการถล่มเป็นพวกต่อต้านอัสซาด ที่สนับสนุนโดยอเมริกามากกว่าจะทำลายที่มั่นของไอซิส

ต่างฝ่ายต่างกลัวว่าจะเกิดกรณีปะทะกันกลางเวหา ระหว่างเครื่องบินรัสเซียกับสหรัฐ จึงต้องประชุมวางแผนปฏิบัติการทางอากาศร่วมกัน

ข้อบาดหมางหดหายไปอย่างชัดเจน หลังเหตุการณ์เครื่องบินรัสเซียถูกสอย และปารีสถูกถล่มอย่างหนัก

ปูตินเจอโอบามาที่ตุรกี ดูเหมือนต่างจะยิ้มแย้มกว่าทุกครั้งที่พบกันก่อนหน้านี้

ผมจำภาพที่ทั้งสองจับมือกันด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับทั้งคู่ ที่สหประชาชาติเมื่อประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ได้ เพราะตอนนั้นมอสโกกับวอชิงตันยังพันตูกันเรื่องซีเรียอยู่

แต่ภาพที่ทั้งสองนั่งสุมหัวกันบนโต๊ะเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กับบาร์ของโรงแรม ถ้อยทีถ้อยคุยกันยาวนานถึง 30 นาที เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบอกว่าเป็น “บทสนทนาที่สร้างสรรค์ว่าด้วยเรื่องซีเรียเป็นหลัก”

เพราะมีข่าวรั่วออกมาว่าปูตินสนับสนุนให้มีกระบวนการ “เปลี่ยนผ่าน” ในซีเรียหลังจากอัล อัสซาดลงจากตำแหน่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการปรองดองระหว่างทั้งสองค่ายยักษ์กันได้ระดับหนึ่ง

ปูตินบอกว่าเดิมรัสเซียเคยเสนอจะร่วมมือในการสร้างพันธมิตรที่สหรัฐเป็นผู้นำเพื่อต่อต้านกลุ่ม ISIS แต่ตอนนั้นข้อเสนอนี้ถูกบอกปัดโดยวอชิงตัน

วันนี้ แม้ว่าหน่วยรบของสหรัฐกับรัสเซียยังไม่ได้เป็น “ทีมเดียวกัน” แต่ดูเหมือนว่าจะมีข้อตกลงที่จะ “ประสาน” กันดีกว่าเดิม

โอกาสที่สหรัฐกับรัสเซียจะ “ปะทะกันกลางหาว” ก็ลดน้อยลงกว่าตอนเริ่มต้นปฏิบัติการใหม่ ๆ

ล่าสุด ก่อนการถล่มเป้า ISIS หนักหน่วงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัสเซียส่งคำเตือนล่วงหน้าให้สหรัฐรู้

เป็นจังหวะเดียวกับที่ฝรั่งเศสก็ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด ใส่เป้าหมายไอซิสในซีเรียอย่างรุนแรงเช่นกัน

ความบาดหมางระหว่างสหรัฐกับรัสเซียเรื่องยูเครน ที่เป็นสาเหตุแห่งความขัดแย้งกันมาตลอดก็ดูเหมือนจะถูกกด “pause” เอาไว้ก่อน เพราะต้องกด “start” ตรงปุ่ม ISIS พร้อม ๆ กันเสียแล้ว

ตราบที่ปูตินกับโอบามายังนัดพบและแลกเปลี่ยนกันในเรื่อง “ศัตรูร่วม” โอกาสที่จะเกิด “สงครามโลก” ยังไม่มีครับ