เครื่องยนต์เครื่องใหญ่ที่เป็นหลักในการฉุดรั้งการเติบโตของประเทศ ไม่ให้ลดลงอย่างรวดเร็วตอนนี้หนีไม่พ้นเรื่องของ
การท่องเที่ยว ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา นับว่าเป็นความโชคดีของประเทศท่ามกลางความโชคร้ายจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวและการกีฬาในบ้านเราก็มีปัญหาไม่ใช่น้อย ในด้านการกีฬา เรามีปัญหาทั้งในระดับผู้บริหารและบุคลากรในระดับกระทรวง ในการจัดการกับปัญหาของสมาคมกีฬาทั้งหลาย อาทิ สมาคมกีฬายิงปืน ที่มีปัญหาซ้ำซากต่อเนื่องมานับสิบปี หรือสมาคมกีฬาฟุตบอล ที่ยังคงถกเถียงกันถึงอำนาจหน้าที่ของผู้บริหารสมาคม รวมตลอดถึงสมาคมกีฬาอื่นๆ ซึ่งถ้ามองในภาพใหญ่ก็จะพบว่า น่าจะเป็นปัญหาในระดับโครงสร้างใหญ่ของกระทรวง ที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาของสมาคมกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ยังคงปรากฏให้เห็นเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ด้านการท่องเที่ยวก็ยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไข การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เน้นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้เกิดปัญหากับสังคมและชุมชน และการกระทบกระทั่งกันระหว่างองค์กร และระหว่างผู้ประกอบการ การส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้เน้นความยั่งยืน ที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างสมดุลระหว่างธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์ลุกล้ำ หลายๆ เรื่องเป็นสิ่งที่เกินเลย เกินกว่าที่ควรจะเป็น รัฐมิได้มีการวางแผนรองรับผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยวระยะสั้นอย่างเพียงพอ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างขาดการควบคุม เมื่อรวมถึงการเป็นนักท่องเที่ยวที่ด้อยคุณภาพ ทำให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศเสื่อมทรามอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะใช้เวลานานมาก กว่าจะแก้ไขเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิม และในบางพื้นที่อาจไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
ในการรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อการปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ได้ยุบตัวลงหลังลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 เรื่องของประเด็นการท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจพอสมควร โดยพบว่าจากการรับฟังความเห็นของประชาชนกว่าแปดร้อยเวทีทั่วประเทศ การรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากบุคคลทั่วไปผ่านช่องทางต่างๆ กว่าสิบช่องทาง และจากการระดมสมองระดับกลุ่ม (Focus Group) พบว่า
ด้านกีฬา มีประชาชนให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป รวม 850 ข้อความ โดยสามารถเรียงลำดับความสำคัญตามจำนวนความคิดเห็นได้ดังนี้
1.ประเด็นการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา มีทั้งหมด 333 ความเห็น
2.ประเด็นระบบและกระบวนการ มีทั้งหมด 256 ความเห็น
3.ประเด็นโครงสร้างองค์กรและบุคลากร มีทั้งหมด 102 ความเห็น
4.ประเด็นการปรับปรุงกฎหมายกีฬา มีทั้งหมด 46 ความเห็น
5.ประเด็นส่งเสริมการจัดตั้งมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ มีทั้งหมด 46 ความเห็น
6.ประเด็นแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติฉบับที่ 5 มีทั้งหมด 36 ความเห็น และ
7.ประเด็นโครงสร้างกระทรวงที่รับผิดชอบ มีทั้งหมด 31 ความเห็น
ในการรับฟังความเห็นจากสามช่องทางหลักนี้ พบว่า ประเด็นที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญค่อนข้างจะตรงกันคือ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา เรื่องการปฏิรูประบบและกระบวนการ และเรื่องการปฏิรูปโครงสร้าง องค์กรและบุคลากร คิดเป็นจำนวน 691 ความเห็น จากทั้งหมด 850 ความเห็น หรือคิดเป็นร้อยละ 81.29 ซึ่งเกือบจะเรียกได้ว่ารัฐบาลควรให้ความสนใจในสามประเด็นนี้มากที่สุดเพื่อการปฏิรูป
สำหรับด้านการท่องเที่ยว มีประชาชนเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะจากสามช่องทางหลักรวมทั้งสิ้น 455 ความเห็น โดยสามารถเรียงลำดับจำนวนความเห็นได้ดังนี้
1.ประเด็นการปฏิรูประบบและกระบวนการ มีทั้งหมด 110 ความเห็น
2.ประเด็นโครงสร้างองค์กรและบุคลากร มีทั้งหมด 95 ความเห็น
3.ประเด็นการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความสนใจ มีทั้งหมด 94 ความเห็น
4.ประเด็นการจัดระเบียบการใช้พื้นที่สาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งหมด 35 ความเห็น
5.ประเด็นการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการบริการต่างๆ มีทั้งหมด 30 ความเห็น
6.ประเด็นการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ มีทั้งหมด 28 ความเห็น
7.ประเด็นการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านการท่องเที่ยวและบริการ มีทั้งหมด 27 ความเห็น
8.ประเด็นการป้องกันรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มีทั้งหมด 17 ความเห็น
9.ประเด็นการพัฒนาโรดแมพ (Roadmap) และกลไกในการจัดเก็บภาษีท่องเที่ยว จำนวน 12 ความเห็น และ
10.ประเด็นการพัฒนาความร่วมมือทางการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศอินโดจีน มีทั้งหมด 7 ความเห็น
ในจำนวน 10 ประเด็น ที่ประชาชนเสนอแนะมานี้ พบว่าสามประเด็นหลักคือ เรื่องระบบและกระบวนการ เรื่องโครงสร้างองค์กรและบุคลากร และเรื่องการสร้างสรรค์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความสนใจ มีผู้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะรวม 299 ความเห็น จากทั้งหมด 455 ความเห็น หรือคิดเป็นร้อยละ 65.71 ของความเห็นทั้งหมด
เมื่อพิจารณาในภาพรวมขององค์กรกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นที่น่าสนใจว่า ประชาชนให้ความเห็นเหมือนกันว่า สิ่งที่กระทรวงนี้ต้องเร่งปฏิรูปจะเป็นเรื่องโครงสร้างองค์กรและบุคลากร เรื่องระบบและกระบวนการ และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการกีฬา และรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬากำลังรับมืออยู่
การท่องเที่ยวและการกีฬา อาจเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เมื่อเปรียบเทียบกับการปฏิรูปการเมือง การเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้ง การบริหารจัดการท้องถิ่น หรือการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพราะการท่องเที่ยวและการกีฬา แม้ไม่มีการปฏิรูป ก็คงมีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ และถึงแม้จะไม่มีการปฏิรูปอะไร ประชาชนก็ไม่เดือดร้อนมากนัก แต่ถ้ามาพิจารณาในบริบทของการขับเคลื่อนประเทศจะพบว่า เรื่องการท่องเที่ยวและการกีฬา สามารถเป็นหัวหอกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศ รอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจได้ และยังสามารถเป็นตัวชูโรงในการเสริมสร้างสถานะทางเศรษฐกิจ ให้ประคับประคองไปได้อีกนานในอนาคต
การปฏิรูปการท่องเที่ยวและการกีฬาของชาติ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
(หมายเหตุ บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวกับการเป็นอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่อย่างใด)
-----------------------
ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร / นักวิชาการอิสระ
อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการสังเคราะห์ประเด็นปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติ






