วิถีแห่งฟ้าแม้กว้างใหญ่ไพศาล แต่ยังอาจหยั่งถึงได้ แต่จิตมนุษย์นี้ไซร้ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร
ยากที่จะหยั่งรู้ตื้นลึก
ศุกร์ที่ 13 พ.ย.2015 คือวันที่น่าเศร้าของชาวฝรั่งเศส เกิดเหตุก่อการร้ายหลายจุดในปารีส (1) เวลา 21.20 น.ได้เกิดระเบิด 2 ครั้ง ที่ด้านนอกสนามกีฬา State de France ขณะแข่งฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับเยอรมัน ซึ่งประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ร่วมชมอยู่ด้วย
(2) คนร้ายที่ใส่หน้ากากใช้ปืนกราดยิงเข้าไปในร้านอาหารเลอ คาริออน (3) คนร้ายใช้ปืนกราดยิงเข้าไปในร้านอาหารเลอ พิทิธ คัมบอดจ์ (4) คนร้ายใช้ปืนยิงกราดเข้าไปในร้านคาเฟ่ลาเบล อีควิป ทั้ง 3 จุดเกิดช่วงเวลา 22.20 น. (5) เวลา 22.30 น.คนร้ายใช้ปืนกราดยิงในโรงละครบาทาคลัน ขณะมีการแสดงคอนเสิร์ตของวงร็อค และจับตัวประกันร่วมร้อย ก่อนที่ตำรวจบุกเข้าคลี่คลายและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
เวลา 23.00 น.ประธานาธิบดีออลลองด์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและสั่งปิดพรมแดนไม่มีกำหนด กลุ่ม ISIS อ้างความรับผิดชอบครั้งนี้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 129 คน บาดเจ็บ 352 ราย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของปารีส เมื่อ 7 ม.ค.2015 เวลา 11.30 น. ได้เกิดเหตุก่อการร้ายโจมตีสำนักงานสื่อชาร์ลี เฮ็บโด้ (Charlie Hebdo) มีผู้เสียชีวิต 11 คน และบาดเจ็บ 11 ราย
ทำไมต้องเป็นปารีส? ฝรั่งเศสอยู่ตรงกลางความขัดแย้งระหว่างอเมริกา-อังกฤษ-เยอรมัน (กลุ่มแองโกลอเมริกัน) กับรัสเซีย ประธานาธิบดีออลลองด์มีจุดยืนที่ประนีประนอมกับรัสเซีย เพราะไม่อยากให้ฝรั่งเศสกลายเป็นสนามรบของสงครามโลกครั้งต่อไป ทั้งไม่ต้องการให้เศรษฐกิจเสียหายจากการตอบโต้ของรัสเซีย แต่จุดยืนดังกล่าวขัดกับความต้องการของกลุ่มแองโกลฯ
วันที่ 5 ม.ค.2015 ออลลองด์เสนอให้ยกเลิกมาตรการแซงชั่นเศรษฐกิจกับรัสเซีย และหาทางอื่นในการแก้ไขวิกฤติยูเครน อีก 2 วันต่อมา ก็เกิดเหตุก่อการร้ายชาร์ลี เฮ็บโด้ บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ! ออลลองด์จำต้องถอย ทั้งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าร่วม (กับอเมริกา) ถล่มไอซิสในอิรักทันที
ตั้งแต่รัสเซียส่งกองกำลังเข้าถล่มไอซิส (ตัวจริง) ในซีเรีย สถานการณ์ก็พลิกกลับ กลุ่มแองโกลฯถล่มไอซิสเกือบ 3 ปี ไม่เพียงไม่ตาย กลับเติบโตมากขึ้น รัสเซียถล่มแค่ไม่กี่สัปดาห์ ก็ควบคุมสถานการณ์และยึดพื้นที่กลับคืนได้เกือบหมด กลุ่มแองโกลฯกำลังสูญเสียฐานที่มั่น ฝรั่งเศสที่แอบเข้าข้างรัสเซียเสมอ จึงต้องถูก (มือมืด) ก่อการร้ายเพื่อ “เตือน” ไม่ให้แปรพักตร์ ปารีสต้องกำสรวลอีกครั้ง
แต่เหตุการณ์นี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายของโหราศาสตร์ ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะดาวอย่างลงตัว อย่างไรก็ตาม เราควรเริ่มต้นที่ดวงเมืองฝรั่งเศสกันก่อน
ฝรั่งเศสเปลี่ยนจากระบอบกษัตริย์เป็นสาธารณรัฐ (ที่ 1) เมื่อ 22 ก.ย.1792 และกลับมาเป็นระบอบกษัตริย์อีกครั้ง ในสมัยนโปเลียนช่วงปี 1804-1815 จากนั้นเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐที่ 2 เมื่อ 24 ก.พ.1848 หลังความพ่ายแพ้ในสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย (Franco-Prussian War) เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และกลายเป็นสาธารณรัฐที่ 3 เมื่อ 4 ก.ย.1870
ปี 1940 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมันเข้ายึดครองฝรั่งเศส เมื่อสงครามยุติ เยอรมันพ่ายแพ้ ฝรั่งเศสกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง และก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 4 เมื่อ 10 ต.ค.1946 แต่เพราะความอ่อนแอและไร้เสถียรภาพทางการเมือง ชาร์ล เดอ โกลด์ (Charles de Gaulle) จึงได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี และก่อตั้งสาธารณรัฐที่ 5 เมื่อ 5 ต.ค.1958
ดวงชะตากำเนิดของฝรั่งเศสจึงมีหลายดวง แต่นักโหราศาสตร์ส่วนใหญ่ยึดถือการกำเนิดของสาธารณรัฐที่ 5 เป็นสำคัญ แต่มันก็ยังมีข้อมูลหลายชุด คือ (1) วันที่ 22 ก.ย.1958 เวลา 22.00 น. (2) วันที่ 5 ต.ค. 1958 เวลา 0.00 น. (3) วันที่ 6 ต.ค.1958 เวลา 18.30 น. โดยข้อมูลที่ 2 และ 3 มาจากหนังสือ The Book of World Horoscopes ของ Dr. Nicholas Campion
เมื่อทดสอบกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว (ผู้เขียน) ขอเลือกใช้วันที่ 5 ต.ค.1958 เวลา 0.00 น. ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ และสอดคล้องกับเหตุการณ์ในอดีตมากกว่า โดยได้ลัคนาที่ 1 องศา 33 ลิปดาในราศีกรกฎ มฤตยูร่วมลัคน์ พลูโตสิงห์ อาทิตย์พุธศุกร์ราหูอยู่กันย์ พฤหัสเนปจูนตุลย์ เสาร์พิจิก อังคารพฤษภ จันทร์เมถุน และทศมลัคน์ (MC) อยู่ที่ 7 องศา 13 ลิปดาในราศีมีน
ดวงเมืองฝรั่งเศสมีจุดแข็งหลายประการ เช่น ลัคน์เกาะวรโคตมนวางค์ เข้มแข็ง-ให้คุณสูง แสดงถึงชะตาเมืองที่ยิ่งใหญ่ พฤหัสกุมเนปจูนสนิทในภพ 4 ชี้ถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความร่ำรวยมั่งคั่งของทรัพยากรในดินแดน ฯลฯ
จุดอ่อนสำคัญก็มีหลายประการ เช่น เกิดก่อนสุริยคราส (เต็มดวง) 12 ต.ค.เพียง 7 วัน จึงได้รับอิทธิพลคราสอย่างเต็มที่ พุธกุมอาทิตย์สนิท กลายเป็น “พุธดับ” พุธคือดาวเจ้าเรือน 3 และ 12 ประเทศเพื่อนบ้านบ่อนทำลาย อังคารทำมุม 90 กับพลูโตสนิท บอกถึงภัยอันตรายจากกลุ่มก่อการร้าย ฯลฯ
เมื่อดูดาวจร (Transit) ยิ่งเห็นภาพชัดเจน วันที่ 22 ธ.ค.2014 เกิดอมาวสี (จันทร์ดับ) ที่ 6 องศา 2 ลิปดาในราศีธนู เล็งจันทร์-ดาวเจ้าเรือนลัคน์และทำมุม 90 กับทศมลัคน์สนิท วันที่ 7 ม.ค.2015 อังคารที่เพิ่งยกเข้ากุมภ์ ทำมุม 45 กับพลูโตจรและทำมุม 150 กับลัคน์สนิท เกิดเหตุก่อการร้ายชาร์ลี เฮ็บโด้
ปรากฏการณ์สำคัญที่สุด คือวันที่ 20 มี.ค.2015 เกิดสุริยคราส (เต็มดวง) ที่ 5 องศา 23 ลิปดาในราศีมีน จุดคราสทับทศมลัคน์ เล็งศุกร์เดิม (ดาวเจ้าเรือนภพ 4) ซึ่งหมายถึงสภาพการณ์ภายในประเทศ และทำมุม 90 กับจันทร์เดิมสนิท บอกถึงปัญหาใหญ่เกี่ยวกับสวัสดิภาพของประชาชนในประเทศ
ภายใน 1 เดือนหลังคราส ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระวังให้ดี เพราะสุริยคราสมีอิทธิพล (อย่างน้อย) 1 ปี
ยังมีจังหวะดาวเตือนภัยอีกหลายครั้ง เช่น วันที่ 16 ก.ค.เกิดอมาวสีที่ 29 องศา 10 ลิปดาในราศีเมถุน ทับลัคนาสนิท วันที่ 13 ก.ย.เกิดสุริยคราส (บางส่วน) ที่ 26 องศา 6 ลิปดาในราศีสิงห์ ทำมุม 90 กับเสาร์เดิมในภพ 6 (อริ) วันที่ 28 ก.ย.เกิดจันทรคราส (เต็มดวง) ที่ 10 องศา 36 ลิปดาในราศีมีน เล็งศุกร์เดิมสนิทอีกเช่นกัน
วันที่ 12 พ.ย.เกิดอมาวสีที่ 24 องศา 56 ลิปดาในราศีตุลย์ ทำมุม 90 กับมฤตยูเดิมที่ร่วมราศีกับลัคน์ มฤตยูคืออุบัติภัยที่คาดไม่ถึง ระเบิด เพลิงไฟ ฯลฯ ลัคนาอยู่ราศีกรกฎ จันทร์คือดาวเจ้าเรือนลัคน์ เมื่อเกิดจันทร์ดับ เท่ากับลัคน์ดวงเมืองอ่อนแอไปด้วย ข้อสังเกตคือจันทร์ดับในตุลย์-ภพที่ 4 อันหมายถึงสถานการณ์ภายในประเทศ
แต่ดาวเจ้าการสำคัญคืออังคาร อังคารยกเข้ากันย์ 3 พ.ย.วันที่ 12 อังคารสวนราหูที่ 5 องศา 50 ลิปดา ทับ IC (ภพ 4) - ทำมุม 90 กับจันทร์เดิม - เล็งทศมลัคน์สนิท ที่สำคัญ ทับรอยสุริยคราส 20 มี.ค.แบบเต็มๆ มันเท่ากับกระตุ้นพลังงานของคราสขึ้นมาอีกครั้ง อังคาร-ราหูคือลอบทำร้าย-เพลิงไหม้-ระเบิด ฯลฯ
นี่จึงเป็นที่มาของปารีสกำสรวล






