ขอประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มก่อการร้ายในประเทศฝรั่งเศส นอกจากจะเป็นฆาตกรที่บ้าคลั่งแล้ว
พวกเขายังไร้สติปัญญา เพราะไม่ได้ตระหนักเลยว่า การกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบที่น่ากลัวกว่าที่คาดคิด
อุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น จะส่งผลให้เกิดการควบรวมอำนาจเพื่อสถาปนา "จักรวรรดิ" ที่มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะความกลัวของผู้คนย่อมเปิดโอกาสให้ประเทศทุนนิยมศูนย์กลางที่สร้าง "จักรวรรดิ" สามารถเถลิงอำนาจครอบคลุมโลกได้เข้มข้นขึ้น
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สำคัญในประวัติศาสตร์โลกได้เกิดขึ้นแล้ว
ภายหลังสงครามเย็นยุติลง การขยายตัวของทุนนิยม ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ในโลก พร้อมกันนั้น ความพยายามจะสร้าง "อำนาจ" ของกลุ่มทุนในการควบคุมและจรรโลงระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลก ให้ดำเนินไปตามที่ต้องการ ก็ได้เกิดขึ้นในสองด้านด้วยกัน
ด้านแรก ได้แก่ การสร้าง "อำนาจทางเศรษฐกิจ" เป็นความพยายามที่จะประสานผลประโยชน์ของกลุ่มทุน เกิดขึ้นในนามของการสร้างระบบการค้าเสรี ผ่านองค์กรโลกบาลทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรการค้าโลก (WTO) แต่เมื่อยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เพราะมีแรงคัดค้านจากการเกาะกลุ่มกันของบรรดาประเทศที่ตระหนักว่า ตนเองจะเสียเปรียบ ก็ได้เกิดการสร้างข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกลุ่มย่อยต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็จะสามารถนำ "การค้าเสรี" เข้าสู่องค์กรโลกบาลหลักได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
อีกด้านหนึ่ง ได้แก่ การสร้าง "อำนาจการควบคุม" เป็นความพยายามสร้างอำนาจการควบคุมของกลุ่มทุน เพื่อที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกครอบงำเหนือพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโลกใบนี้
ความพยายามสร้าง "อำนาจการควบคุม" ได้เริ่มต้นจากการทำลายพันธมิตรเดิม ที่ครั้งหนึ่งกลุ่มทุนเคยอุ้มชูเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่ยอมรับอำนาจของ “จักรวรรดิ” โดยดุษณี จะเห็นได้ว่ารัฐใดก็ตามเริ่มแข็งข้อหรือเริ่มมีกำลังเข้มแข็งโดดเด่นขึ้นมา ก็จะถูกแสนยานุภาพทางการทหารของ “จักรวรรดิ” รุกเข้าไปยึดครองเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นกลุ่มที่สยบต่อ “จักรวรรดิ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศที่มีน้ำมันเป็นอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นอิรัก อิหร่าน (สงครามอ่าว) ตลอดจนในช่วงหลัง ก็ขยับมาถึงประเทศอื่นๆ เช่น กรณีโคโซโวและซีเรีย เป็นต้น
จริงๆ แล้ว กลุ่มทุนก็คาดการณ์ผิด ในแง่ที่คิดไม่ถึงว่าตนเองจะค้นพบเทคโนโลยีใหม่ในการทำน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้อิทธิพลและอำนาจของกลุ่มประเทศที่มีน้ำมันเป็นอาวุธ ลดลงอย่างรวดเร็ว โดย “จักรวรรดิ” ไม่จำเป็นต้องใช้แสนยานุภาพทางการทหารจนต้องสูญเสียพันธมิตรและสร้างศัตรูขึ้นมาแทนในหลายประเทศแต่อย่างใด
ความพยายามสร้าง "อำนาจควบคุม" ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในรัฐทุนนิยมมากขึ้น เมื่อการตอบโต้ของกลุ่มที่แข็งข้อเลือกใช้วิธีการที่ไร้มนุษยธรรมต่อคนบริสุทธิ์ทั่วไปในสังคม เห็นได้ชัดเจนว่าความชอบธรรมในการใช้ "อำนาจ" ทำลายผู้ที่แข็งข้อจะเพิ่มมากขึ้น หลังกรณีเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำลายชีวิตผู้คนในตึกเวิลด์เทรด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรอบการอธิบายการกระทำรุนแรงต่อสังคมว่าเป็น "การก่อการร้าย" จะมีพลังในการสร้างความเห็นพ้องหรือการยอมรับ "อำนาจการควบคุม" ของ “จักรวรรดิ” แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะถักสานสายใยของเครือข่ายทุนได้ชัดเจน เพราะทุกกลุ่มทุนยังคงแอบอิงอยู่กับเงาของรัฐอยู่ จนกระทั่งเกิดการก่อการร้ายระลอกใหม่ในปัจจุบัน
เหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ในกรุงปารีสที่เกิดขึ้น ได้สั่นสะเทือนระบอบอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนทั่วโลกอย่างใหญ่หลวง นอกจากยังทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเหตุการณ์รุนแรงร้ายกาจเช่นนี้ สามารถจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของผู้คน (เช่น ขณะไปดูการแสดงดนตรี ดูกีฬา นั่งจิบกาแฟในร้านฯลฯ) ยังเป็นการแสดงความโหดร้ายต่อคนจำนวนมากแม้แต่ในบริเวณที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด (ผู้นำประเทศชมฟุตบอลอยู่ในบริเวณใกล้เคียง)
ผู้คนในประเทศฝรั่งเศสและทุกแห่งในโลก ล้วนแล้วแต่ตกใจและสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง จนรู้สึกได้ว่าไม่สามารถที่จะปล่อยให้ "การก่อการร้าย " เช่นนี้ดำเนินต่อไปได้อีกแล้ว และหนทางเดียวที่จะยุติ "การก่อการร้าย" เช่นนี้ได้ ก็คือต้อง "อนุมัติ" ให้รัฐและพันธมิตรของรัฐตนเองทำลายกลุ่ม "ก่อการร้าย" นี้ให้สิ้นซาก โอกาสของการสถาปนาเครือข่ายทุน/รัฐให้กลายเป็น "จักรวรรดิ" ที่แข็งแกร่งจึงได้เกิดขึ้น
การประกาศสภาวะสงครามของประเทศฝรั่งเศส การขอความร่วมมือทางการทหารจากกลุ่มประเทศยุโรป การประกาศร่วมหัวจมท้ายอย่างแข็งขันของสหรัฐอเมริกา การระดมสรรพกำลังจากสมาชิก "จักรวรรดิ" ในการถล่มกลุ่มต่อต้านในซีเรีย จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นปรากฏการณ์แรกของ "จักรวรรดิ" ใหม่ที่จะมีบทบาทอย่างแข็งขันในระบบโลกต่อไปในอนาคต
แม้ว่าจะยังคาดการณ์ไม่ได้ว่า "การก่อการร้าย" จะลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่โอกาสการทำลายชีวิตผู้คนธรรมดาเพื่อกดดัน "จักรวรรดิ" ก็จะกลายเป็นทางเลือกเดียวของกลุ่มที่ต่อต้านอำนาจ “จักรวรรดิ” ที่ยิ่งใหญ่นี้ ดังนั้น ชีวิตของผู้คนธรรมดาก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
แต่ที่แน่นอนที่สุด การสยายปีกแห่งอำนาจของ "จักรวรรดิ" จะดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน และจะครอบงำเข้าไปในทุกปริมณฑลของชีวิตของผู้คนในโลกอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางมากขึ้น
วันนี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมวลมนุษยชาติได้เปิดขึ้นแล้ว
เราคนธรรมดาสามัญจะอยู่กันอย่างไรในการควบคุมของ "จักรวรรดิ" และ "การก่อการร้าย" ที่ต่างก็คุกคามชีวิตประจำวันของเราไม่น้อยไปกว่ากันเลย เพียงแต่แสดงออกแตกต่างกันเท่านั้นเอง





