Curve Fitness ก่อตั้งครั้งแรกในปี 1992 โดยสองสามีภรรยาชาวอเมริกัน คือ Gary และ Diane Heavin ที่มีความสนใจจะสร้างฟิตเนสสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ
Curves แห่งแรกตั้งขึ้นที่ เท็กซัส แพร่หลายมายังเอเชีย และโด่งดังมากในญี่ปุ่น ก่อนจะมาเปิดให้บริการสาขาแรกในไทยในเมื่อปี 2556 “สาขาเรนฮิลล์” ที่อาคาร Rain Hill สุขุมวิท 47 โดยในปีเดียวกันนั้น ได้มีการขยายสาขาที่สอง “สาขาอารีย์” ที่อาคารพหลโยธินเพลส ฝั่งพลาซ่า ชั้น 2
Curve Fitness เป็นสถานที่ออกกำลังกายเพื่อสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยลักษณะโปรแกรมการออกกำลังกายของที่นี่จะเป็นแบบครบวงจร (Circuit Training) คือ มีการฝึกบริหารกล้ามเนื้อ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ร่วมกับการฝึกแบบแอโรบิค ซึ่งเป็นการเล่นเครื่องออกกำลังที่เรียงกันเป็นวงกลมภายใน 30 นาที และเปลี่ยนเครื่องออกกำลังกายทุกๆ 30 วินาที โดยทำซ้ำจำนวน 2 รอบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบในเวลาที่เท่ากัน วิธีการออกกำลังกายในลักษณะนี้ จะทำให้สามารถเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่าการออกกำลังกายในรูปแบบปกติ โดยทุกครั้งที่ออกกำลังกายจะมีการเผาผลาญพลังงานสูงสุด 500 แคลอรี่
ที่สำคัญคือ เครื่องออกกำลังกายของ Curve Fitnessเป็นระบบไฮดรอลิกที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยในห้องปิดสำหรับการออกกำลังกายจะถูกออกแบบจัดวางเครื่องออกกำลังกายจำนวน 12 เครื่องเป็นวงกลม ทำให้สมาชิกสามารถมองเห็นหน้ากันได้ เกิดการพูดคุยสื่อสาร ให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้ และด้วยลักษณะการเล่นไปเรื่อยๆ หมุนเป็นวงกลมจนครบหนึ่งรอบ ใช้เวลาเพียง 30 นาที ได้ผลลัพธ์เท่ากับการใช้เวลาออกกำลัง 90 นาที จึงทำให้ Curve Fitnessแตกต่างจากฟิตเนสทั่วๆ ไป
ที่ Curve Fitness นั้น รูปแบบการออกกำลังกายสามารถเล่นได้ตั้งแต่อายุ 20-60 ปี คนที่ออกกำลังกายไม่เก่งก็สามารถเล่นได้ โดยโปรแกรมการออกกำลังกายจะกำหนดโดยประสบการณ์การออกกำลังกายที่ผ่านมารวมถึงดูสุขภาพของลูกค้าเป็นรายๆ เน้นการออกกำลังโดยการสลับการออกกำลังกายแบบเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สลับกับการออกกำลังแบบแอโรบิก ทำให้ช่วย Burn แคลอรีได้เป็นอย่างดี เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจจะมีการขึ้นลงตลอดเวลา ซึ่งเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่มีทั้งแม่บ้าน และพนักงานออฟฟิศ และที่สำคัญคือ สมาชิกเป็นผู้หญิงทั้งหมด พนักงาน ตลอดจน Trainer ก็เป็นผู้หญิง คอยให้คำปรึกษาแบบรายบุคคลและมีการติดตามความก้าวหน้าในการออกกำลังกาย เป็นประจำทุกเดือน
จากการสัมภาษณ์คุณ Naoko Urano ซึ่งเป็น GM ของ Curve Fitness พบว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ Curve Fitnessธุรกิจฟิตเนสเพื่อผู้หญิงเติบโต เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จ จนที่ญี่ปุ่นมีถึง 1,423 สาขา สมาชิกกว่า 600,000 คน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลยุทธ์การเลือกเจาะตลาดผู้หญิงเท่านั้น ทั้งนี้เพราะผู้หญิงเป็นผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจซื้อสินค้า บริการ รวมไปถึงการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬา เสื้อผ้า รองเท้า มากกว่าผู้ชาย
สำหรับ Positionของ Curve Fitness นั้นกำหนดให้เป็นฟิตเนสที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยผู้หญิงโดยเฉพาะ บนพื้นฐานความคิดที่ว่า "ไม่ว่าจะอายุแค่ไหน ก็สามารถเป็นตัวฉัน ที่สวย และแข็งแรง ได้เสมอ" สำหรับในญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันจัดเป็นสังคมผู้สูงอายุ พบว่า กลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่เข้ามาใช้บริการจะมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งแตกต่างจากตลาดลูกค้าผู้หญิงในไทย ที่ลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมากจะอยู่ในช่วง 25-40 ปี ซึ่งคุณ Naoko Urano มองว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นสังคมผู้สูงอายุเหมือนกันกับที่ญี่ปุ่น ดังนั้นสังคมไทยจึงควรที่จะส่งเสริมให้ผู้หญิงการออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้
เพื่อรองรับความต้องการผู้หญิงที่เข้ามาใช้บริการ ทาง Curve Fitness มีการคิดค่าบริการเพื่อตอบโจทย์ด้วยกัน 3 คอร์ส คือ 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน โดยปกติจะมีค่าแรกเข้าอยู่ที่ 4,500 บาท ซึ่งหากลูกค้าสมัครเป็นคอร์ส ค่าแรกเข้าก็จะมีการปรับลดหลั่นลงไป และมีค่ารายเดือน เดือนละ 1,500 บาท โดยมีแผนที่จะขยายสาขาที่สามในปลายปีนี้ ที่ศรีราชา เพื่อให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้รู้จักกับแบรนด์ Curve Fitness และรองรับตลาดผู้หญิงออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โมเดลธุรกิจของ Curve Fitness สะท้อนให้เห็นว่า การมองหาโอกาสทางการตลาดที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ การเข้าใจผู้หญิงที่ชอบการออกกำลังกาย แต่มีเวลาไม่มากหรือต้องการเทรนเนอร์ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับสรีระทางร่างกายของผู้หญิงโดยเฉพาะ เป็นจุดที่สร้างความแตกต่างของ Curve Fitness จากฟิตเนสทั่วๆ ไป
ยิ่งไปกว่านั้นการออกแบบบริการที่ทำให้ผู้หญิงที่มีความชอบเหมือนกัน มาออกกำลังกายด้วยกัน ช่วยให้กำลังใจซึ่งกันและกันในการออกกำลัง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สมาชิกมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นับเป็นการนำเสนอคุณค่าให้ทั้งร่างกายและจิตใจของผู้หญิงที่มาออกกำลังกายไปพร้อมๆ กันนั่นเอง
(เครดิต : กรณีศึกษาและการสัมภาษณ์คุณ Naoko Urano โดย คุณมาริสา เกษมสุขพัฒน์ นักศึกษาปริญญาโทสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล)

