เริ่มมีความแน่นอนแล้วว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ที่คาดว่าจะมีขึ้นกลางปี 2560
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังคงมีหน้าที่ในการบริหารและควบคุมดูแลการเลือกตั้งต่อไป แต่ก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับ กกต.หลายอย่าง
+++ เริ่มจากเดิมกรรมการการเลือกตั้งมี 5 คน หรือที่เรียกว่า “5 เสือกกต.” ก็จะเพิ่มเป็น “7 เสือกกต.” มีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปี
+++ มีการปรับบทบาทหน้าที่กกต. ให้สามารถระงับการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่พบการทุจริตการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างเที่ยงธรรมได้ จากเดิมที่การออกคำสั่งระงับการลงคะแนนเลือกตั้ง ต้องรอนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต.เต็มคณะ ก็ให้เป็นอำนาจ กกต.เพียงคนเดียวที่พบเห็นเหตุการทุจริตสามารถมีคำสั่งได้
+++ นอกจากนั้น “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” ที่กำลังร่างขึ้น ยังให้อำนาจ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ได้ กรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
+++ แต่เรื่องการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
+++ เรื่องอำนาจการแจก “ใบแดง” เป็นสิ่งที่ "กกต."เรียกร้องอยากให้ "คงอำนาจ" ไว้ที่ กกต. เพื่อจะได้เป็น "เครื่องมือ" ในการกำราบ "ผู้สมัครส.ส." ที่คิดจะโกงเลือกตั้งได้เกรงกลัว ที่ผ่านมาจะเห็นว่า “นักการเมือง” มักออกมาสนับสนุนให้ “ศาล” เป็นผู้พิจารณาเรื่องใบแดง ซึ่งกระบวนการของศาลกว่าจะรู้ผลว่า “ผู้สมัคร”คนดังกล่าวทำผิดจริงหรือไม่ ก็คงใช้เวลานานพอสมควร ที่ผ่านมาก็เคยมีมาแล้ว ที่ผู้สมัครได้รับรองให้เป็น ส.ส. เข้าไปทำหน้าที่ในสภา โหวตเรื่องสำคัญ ๆ ไปแล้ว แต่กลับมาถูก “สอย” ภายหลัง
+++ ดังนั้น เมื่อ “กกต.” ไร้ซึ่ง “อาญาสิทธิ์” ไว้คอยกำราบนักการเมือง ก็คงไม่ต่างอะไรกับ “ยักษ์ที่ไม่มีกระบอง” นั่นเอง
+++ คงต้องคอยดูว่า สูตรที่ “กรธ.” ภายใต้การนำของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ที่คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในแก้ไขปัญหาการ “ซื้อสิทธิขายเสียง” ของ “นักเลือกตั้ง” จะได้ผลหรือไม่
+++ หันไปดูผลการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศเพื่อนบ้านเราอย่าง “พม่า” ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งของพม่า แถลงช่วงเย็นวานนี้(10 พ.ย.) ว่า ผลการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ของ อองซาน ซูจี ได้ 78 ที่นั่ง พรรคสหสามัคคีและการพัฒนาหรือยูเอสดีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ 5 ที่นั่ง พรรคอื่น ๆ ได้ไปอีก 5 ที่นั่ง ส่วนสภาภูมิภาคที่ประกาศผลแล้ว 107 ที่นั่งพรรคเอ็นแอลดีได้ไปถึง 97 ที่นั่ง ถือเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลาย ขณะที่พรรคยูเอสดีพีได้ 5 ที่นั่ง พรรคอื่น ๆ อีก 5 ที่นั่ง
+++ ผลการเลือกตั้งที่ กกต.ทยอยประกาศนี้ชี้ให้เห็นว่าพรรคยูเอสดีพี ของ ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ไม่ใช่แค่ถูกเอ็นแอลดีแซงหน้าไปได้เท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยินด้วย
+++ อย่างไรก็ดี กองทัพพม่าก็ยังมีอำนาจที่มองข้ามไม่ได้ เพราะสามารถแต่งตั้งทหารเข้าไปนั่งในสภาได้ถึงหนึ่งในสี่ของสภา อีกทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังเป็นคนเสนอชื่อรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญสามกระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย กลาโหม และความมั่นคงชายแดน และผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีสิทธิบริหารประเทศภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้ ซึ่งแม้ว่ากองทัพได้ประกาศแล้วว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่นักวิเคราะห์หลายคนยังเชื่อว่า ความไม่แน่นอนได้ส่อเค้าขึ้นแล้ว เพราะยังไม่แน่ว่า อองซาน ซูจี จะเจรจาแบ่งสรรอำนาจกับเหล่านายพลได้ง่าย ๆ
...............................
แหลมเชิงดอย:[email protected]

