ปลุกความเชื่อมั่นประเทศไทย ในวันเคาท์ดาวน์กันอีกครั้ง

นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2558 ต้อนรับปีใหม่ 2559 อีกเพียง 50 กว่าวัน
บรรยากาศเฉลิมฉลอง และ วันเคาท์ดาวน์ มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างยิ่งยวด ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมา “แบงค็อก เคาท์ดาวน์” ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ย่านเคาท์ดาวน์ระดับโลก เทียบเคียงย่านไทม์สแควร์ นิวยอร์ก สหรัฐ ซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ประตูบราเดอร์เบิร์ก กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ลอนดอนอาย และบิ๊กเบน แห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต้องมาลุ้นกันว่า เคาท์ดาวน์ ที่กรุงเทพฯ ปีนี้จะคึกคักแค่ไหน
ปีนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างระดมความร่วมมือและเม็ดเงินในการปลุกปั้นงานเคาท์ดาวน์ยิ่งใหญ่อลังการ นอกเหนือจากงานประจำปีที่ “ย่านราชประสงค์” หน้าตาของประเทศไทย จะมีแลนด์มาร์กใหม่ๆ เกิดขึ้นในหลายย่านการค้า และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เรียกว่า มี “ทางเลือก” งานเคาท์ดาวน์ให้ประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าทุกปี
หนึ่งงานไฮไลท์สำหรับปีนี้ อยู่ที่เคาท์ดาวน์วัดอรุณราชวราราม มหาราชวรวิหาร ที่สวยโดดเด่นริมน้ำเจ้าพระยา เป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ถึงแนวทางการจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28-31 ธ.ค. 2558 บริเวณวัดอรุณฯ เพื่อส่งสารสื่อความไปยังชาวต่างชาติให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันงดงามและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ททท. ยังสนับสนุนการจัดงานเคาท์ดาวน์ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และ หัวเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่
สำหรับมหานครกรุงเทพ งานเคาท์ดาวน์ถูกยกระดับความสำคัญเป็นอีเวนท์หลัก ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ของบรรดาผู้ประกอบการศูนย์การค้าย่านใจกลางเมือง โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทที่เป็น “ชอปปิงสตรีท” ของไทย ตั้งแต่แยกปทุมวัน ที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และรายเล็กในย่านดังกล่าวผนึกความร่วมมือในนาม “พลังสยาม” เตรียมเคาท์ดาวน์ใหญ่ นอกเหนือจากการประดับประดาไฟอลังการตระการตาในทุกปี
ย่านการค้าใหญ่นับจากแยก “ปทุมวัน” จรด “เพลินจิต” ต่อเนื่้อง “ดิ เอ็มดิสทริค” น่าจะเต็มไปด้วยสีสันจากการตกแต่ง จะได้เห็น ต้นคริสมาสต์ยักษ์ใหญ่เรียงราย เรียกได้ว่ามากที่สุดในกรุงเทพฯ กระตุ้นให้เกิดบรรยากาศแห่งความสุข สนุกสนาน หลังจากคนไทยและประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤติการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ภัยพิบัติ และเหตุการณ์ระเบิดย่านราชประสงค์ ฝันร้ายทุบความเชื่อมั่นประเทศไทย!!
โจทย์ใหญ่...ภารกิจเร่งด่วนประเทศไทย ขณะนี้ จะทำให้กรุงเทพฯ กลับมาเป็นหนึ่งบนแผนที่การท่องเที่ยวแห่งภูมิภาค และจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกดั่งเดิมได้อย่างไร?
แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ความเชื่อมั่นยังไม่กลับมา 100% ท่ามกลางเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” คือหนึ่งในฟันเฟืองพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยกลับสู่ขาขึ้นได้ในเร็ววัน
ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ เคยประเมินว่า นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ช่วง 1 สัปดาห์คาบเกี่ยวระหว่างปลายเดือน ธ.ค. ถึงต้น ม.ค. มีปริมาณไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เรียกว่า รอบ 1 ปีมีหนเดียวที่นักท่องเที่ยวเข้ามามากสุด เกิดการใช้จ่ายตามมาไม่น้อยในทุกภาคส่วนตั้งแต่ที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าและบริการต่างๆ
บรรยากาศการเฉลิมฉลองและงานเคาท์ดาวน์ที่จะถูกแพร่ภาพความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของชาวไทย ออกไปทั่วโลกแบบไม่สะดุด!! จากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ น่าจะพลิกภาพลักษณ์ ปลุกความเชื่อมั่นประเทศไทยกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง




