เป็นเรื่องยากที่จะชี้ว่าใครผิดหรือใครถูก... เพราะเป็นประเด็น “ขัดแย้ง”
ที่ต่างฝ่ายก็หยิบเอามุมของตัวเองออกมาอ้างเหตุผล จนเสมือนว่ากรณีพิพาทที่ “เอแบค” จะเป็นการเอานักศึกษามาเป็น“ตัวประกัน” โดยเฉพาะนักศึกษา 3 พันคนที่มีกำหนดรับปริญญาบัตรในวันที่ 22 พ.ย.
000 ความจริงก่อนหน้านั้นความขัดแย้งที่เกิดขึ้น“ชนวนสำคัญ” ประการหนึ่งคือเรื่องการจัดซื้อ “เครื่องฝึกบินจำลอง” และโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกการบินของมหาวิทยาลัย ที่เชื่อมโยงไปถึงตัวเลข การลงทุน และการร่วมทุนที่มีรายละเอียดมากมาย และมีความพยายามที่จะ“สาวไส้”กันไปบ้างแล้ว และในเรื่องต่อเนื่องกันนั้นก็ยังผูกโยงไปถึงการ“กู้เงิน” เกี่ยวพันไปถึงที่ดินหลายแปลง และยังโยงไปถึง“คนการเมือง” รวมทั้งมีชื่อของบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีการ“แสวงหาผลประโยชน์”
000 เรื่องราวในตอนเริ่มต้น...ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนักศึกษา แต่ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเมื่อ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกรรมการสภาฯ 13 คนไม่เข้าร่วมประชุม จนเป็นเหตุให้หลายวาระดำเนินต่อไปไม่ได้รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับงบประมาณ และหนึ่งในนั้นคือวาระการอนุมัติปริญญาบัตรให้กับนักศึกาที่เรียนจบในปี 2557
000 ต่อจากนั้นมาคน“2ฝ่าย” ก็สลับกันแถลงข่าวที่ยิ่งเป็นการสร้างความ“สับสน”... กระทั่งสำนักงานการอุดมศึกษา (สกอ.) มีคำแนะนำว่าถ้าไม่สามารถมาประชุมร่วมกันได้ ก็ให้มี “จดหมายเวียน” ให้กรรมการลงนามอนุมัติปริญญาบัตร แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยังคง “เล่นแง่” กันในประเด็นผู้ที่จะลงนาม“อธิการบดี”ในใบปริญญา
000 เป็นข้อโต้แย้งระหว่างฝ่ายอธิการบดีที่ถูก“พักงาน” เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบบางประการ กับฝ่ายรักษาการอธิการบดี ที่หยิบระเบียบคนละข้อ หลักฐานคนละชิ้นมาอ้าง...จนสุดท้ายร้อนถึง รมว.ศึกษาธิการ ต้องเป็น“คนกลาง”เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาหย่าศึกเมื่อ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา
000 หลังคุยกันเป็นนาน 3-4 ชั่วโมง...จนเหมือว่าจะพูดจาภาษา...เดียวกันรู้เรื่อง วงประชุมเห็นพ้องกันให้ภราดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอแบค เป็นผู้ลงนามตามประเพณีปฏิบัติเดิมไปก่อน ส่วนใครจะเป็นอธิการบดีที่ถูกต้องยังไม่เป็นที่“ยุติ” แต่ขอให้มีการดำเนินการ“เพื่อเด็ก”ไปก่อน
000 แต่ผ่านไปได้ 2-3 สัปดาห์ก็ปรากฎว่านายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดี ไปให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์“ยักษ์ใหญ่”รายหนึ่ง ในทำนองว่าการให้ภราดาบัญชา เป็นผู้ลงนามในปริญญาบัตร จะทำให้ปริญญาของนักศึกษาเป็น“โมฆะ”จะมีผลกระทบต่อการสมัครงานและการเรียนต่อ
- เป็นการสร้างความสับสนกังวลใจให้กับ“ลูกศิษย์”ของตัวเองอีกครั้ง...ทั้งที่การตกลงกันก่อนหน้านั้นโดยมีรัฐมนตรีนั่ง“หัวโต๊ะ”ก็มีข้อสรุปออกมาชัดเจน โดยยึดเอาประโยชน์ของนักศึกษาเป็นที่ตั้งตามวิสัยของคนเป็น“ครู”พึงกระทำ
000 จนเป็นที่มาของกลุ่มตัวแทนนักศึกษาที่ทำจดหมายและเข้าขอความ“ชัดเจน”จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ อีกครั้ง...โดยบางส่วนของจดหมายระบุว่า... “อย่าได้ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือต่อรองปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว"
000 เช่นเดียวกับพล.อ.ดาว์พงษ์ ที่ระบุว่า “วันนั้นสรุปไปแล้วและได้บอกแล้วว่า จะเป็นคนให้ข่าวเอง นายสุทธิพร ออกมาให้ข่าวผิดๆ ได้อย่างไร แต่ไม่ต้องห่วงจะจัดการให้”
000 แม้กระทั่งสุดท้ายวานนี้ (3พ.ย.) นายสุทธิพร ยังคงออกมาพูดเหมือนที่เคยพูดมาแล้วหลายครั้ง ว่าผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2557 จะได้รับปริญญาบัตรตามกำหนดเดิมทุกคน...แต่ยังคงไม่ได้พูดให้ชัดว่า“ใคร”จะเป็นผู้ลงนามใน“ช่อง”อธิการบดี
000 เรื่องนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ คงปล่อยให้“คาราคาซัง”อย่างนีี้ไม่ได้...เพราะนักศึกษาหลายพันหวั่นไหวและเสียความรู้สึก ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยกำลังจะ“ป่นปี้”และจะกลายเป็นเรื่องน่า“อับอายขายขี้หน้า”ในแวดวงการศึกษา !!!
..................................
นฤพีร์ เพชรดล [email protected]






