เมื่อลูกน้อง..ไม่ได้ดั่งใจ

คนที่มีลูกน้อง ยิ่งลูกน้องมีจำนวนมาก ก็ยากและแทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะให้ลูกน้องทุกคน “คิดและทำได้ดั่งใจ” ไปทุกเรื่องทุกครั้ง
ลูกน้องก็มีหลายประเภท บ้างขยัน บ้างเรื่อยๆ เฉื่อยชา บ้างสร้างปัญหา บ้างขี้เกียจ ก็เป็นเรื่องธรรมดาของทุกๆ ที่
แต่ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แต่ละที่ เมื่อลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ บรรดาเจ้านาย / ผู้จัดการ หรือหัวหน้า ก็จะมีวิธีแสดงออกในเรื่องลูกน้องไม่ได้ดั่งใจที่แตกต่างกัน...ขึ้นอยู่กับว่า เจ้านาย / ผู้นำทีม หรือผู้จัดการคนนั้น “เป็นแบบใด”
เมื่อลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ...สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละที่จะเป็นแบบนี้
1. “ด่า!”
การด่าลูกน้อง ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ “เป็นมาตั้งแต่กำเนิด” ของเจ้านายหรือผู้จัดการประเภทนี้ (เข้าใจว่าเจ้านาย หรือผู้จัดการแบบนี้ คงจะผ่านการอบรมเรื่อง “ด่าอย่างไรมิให้ซ้ำคำ ด่าเช้าได้ถึงค่ำ” มาตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้ว)
ความสามารถในการด่าที่โดดเด่น เช่น “ด่าลั่น” ให้ได้ยินกันทั้งแผนกทุกคน รวมคนที่มิรู้เรื่องมิรู้ราวไปด้วย หรือ “ด่าเรียงตัว” หรือเรียกมาด่าเมื่องานหรืออะไรไม่ได้ดั่งใจ เป็นเรื่องที่เชี่ยวชาญและยากแก่การลอกเลียนแบบ...
ประเภทนี้..เป็นเจ้านาย / ผู้นำ / ผู้จัดการ ประเภท...ปากไวไม่มีหูรูด!
2.“บ่น”
เมื่อลูกน้องทำอะไรไม่ได้ดังใจ เจ้านายหรือผู้จัดการประเภทนี้ ก็จะบ่น บ่น และบ่น ได้ตั้งแต่เช้ายันเย็นเช่นกัน
มีความสามารถในการ “บ่นเรื่องเดียว ที่เป็นเรื่องเดิมๆ” ได้อย่างที่มิเบื่อหน่าย ซึ่งมักจะสร้างความรำคาญ ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษทางเสียง ถึงแม้จะไม่รุนแรงเท่าประเภทแรกที่เน้นด่า...แต่ก็ “น่ารำคาญจริงๆ!”
ประเภทนี้ ..เป็นเจ้านาย / ผู้จัดการประเภท...บ่นจนน้ำลายเหนียว!
3.“เฉย”
เฉยและเฉื่อยชา คืออาการที่ไม่ยินดี ยินร้าย อาจจะชินและคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่รู้จะเครียด จะด่า จะบ่นไปทำไม เฉยๆเอาไว้สบายใจกว่า (เอาที่พี่สบายใจเลยนะพี่!) ใครจะดี ใครจะแย่ ที่แน่ๆ “เฉยซะให้ชินซะงั้น!”
ประเภทนี้...เป็นเจ้านาย / ผู้จัดการประเภท...ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว
4.“ตำหนิ”
ไม่ใช่เรื่องผิด ที่จะเรียกลูกน้องมาตำหนิ เมื่อลูกน้องไม่ได้ดังใจ หรือทำงานผิดพลาด..แต่จะเป็นเรื่องพลาด ถ้าวิธีไม่รู้วิธีตำหนิอย่างสร้างสรรค์ ถึงแม้การตำหนิจะไม่รุนแรงเท่ากับการด่า แต่ถ้าตำหนิเพียงอย่างเดียว ไม่ให้ลูกน้องเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ให้โอกาสอธิบายและแก้ไข..การตำหนิเพียงอย่างเดียวก็มักจะทำลายขวัญ กำลังใจแต่ไม่ได้ใจ!
ประเภทนี้..เป็นเจ้านาย / ผู้จัดการประเภท..สุขใดเล่าจะเท่านั่งจับผิดและตำหนิลูกน้อง!
5.“ลงโทษ!”
เอะอะอะไรก็เอาแต่ลงโทษ เมื่อลูกน้องไม่ได้ดังใจ ใช้ความกลัว “ควบคุมและปกครอง” ก็ไม่ต้องแปลกใจ ที่ลูกน้องจะทำงานด้วยความลนลาน ระมัดระวังเกินไปจนขาดความคิดสร้างสรรค์ ดูแล้ว เจ้านายประเภทนี้จะออกแนวกึ่งเผด็จการ วันๆ คงจะนั่งคิดแต่ว่า...วันนี้จะหาวิธีลงโทษ (พวกมัน) อย่างไรดี ให้สมกับที่จ้างมาเพื่อรับกรรม!
ประเภทนี้..เป็นเจ้านาย / ผู้จัดการประเภท..ลงโทษเอามัน ทั้งวันฟินเฟร่อส์!
6."บอก-สอน-Coach!"
เมื่อลูกน้องไม่ได้ดังใจ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม...ผู้นำ(ไม่ใช่เจ้านาย!) / หรือผู้จัดการ..จะคุย จะบอกกับลูกน้องอย่างสร้างสรรค์ บอกอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายขององค์กร ของหน่วยงานและความคาดหวัง ที่ผู้จัดการมีกับลูกน้อง และสอน ชี้แนะข้อดี ข้อเสียถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เป็นผลจาก การกระทำของลูกน้องแต่ละคน..แล้วปรับแก้ เสริมสร้างทัศนคติที่ถูกต้องของแต่ละคน..ใครที่ทัศนคติดีหรือใช้ได้ ก็ไปเน้นที่เสริมสร้างทักษะ ใครที่ทักษะดีหรือใช้ได้ แต่มีปัญหาที่ทัศนคติ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติลบ กับงาน กับองค์กร กับลูกค้า กับเพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งกับผู้จัดการเอง ก็ต้องคุยให้ชัด ปรับให้มองเห็นภาพเดียวกัน แต่ต้องเน้นที่คุย ปรับอย่างสร้างสรรค์
ประเภทนี้..ไม่ใช่เป็นแค่เจ้านาย..แต่เป็นผู้นำ ประเภท.....Coach!
สรุปแล้ว...เมื่อลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ท่านเป็นผู้นำหรือผู้จัดการประเภทไหน เพราะแต่ละประเภทก็จะมีวิธี แสดงออกหรือบริหารจัดการที่แตกต่างกัน
ท่านเป็นแบบไหน ก็จะได้ลูกน้องแบบนั้นแหละครับ







