วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเติบโตของเศรษฐกิจแบบ “กิ๊กๆ”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาฯ​ ได้จัดกิจกรรมร่วมกับ LOL Market ภายใต้ชื่อ

LOL go CU โดยนำเอาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของคณะบัญชีและคณะอื่นๆในจุฬาฯ​ ที่เป็นผู้ประกอบการทางดิจิทัล (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางInstagram) มาร่วมออกร้านรวมทั้งจัดนิทรรศการการเติบโตของแบรนด์ที่เติบโตผ่านทางIG เหล่านี้ผมได้มีโอกาสเดินชม และพบเจอศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาจากคณะหลายคนและเมื่อสัมภาษณ์ลงไปลึกเข้าก็พบว่า ศิษย์เก่าเหล่านี้เพิ่งจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีตั้งแต่2-5 ปีและส่วนใหญ่เคยทำงานในองค์กรขนาดใหญ่มาก่อนไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการจัดการอันดับหนึ่งของโลกหรือบริษัทไอทียักษ์ใหญ่

ความน่าสนใจคือ คนรุ่นหนุ่มสาวเหล่านี้กลับตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำที่มั่นคงมีอนาคตที่จะก้าวไกลไปเป็นผู้บริหารระดับสูงกลับมาเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเองและธุรกิจของตนเองนั้นก็เป็นการขายสินค้าผ่านทางSocial media platform อย่างInstagram สินค้าที่คนเหล่านี้ขาย ก็มีตั้งแต่เสื้อผ้ารองเท้าสำหรับสุภาพสตรีกระเป๋าถือผู้หญิงกระเป๋าผู้ชายกำไลข้อมือฯลฯถ้าท่านผู้อ่านอยากจะรู้จักหน้าตาของสินค้าเหล่านี้ ก็ลองเข้าไปหาแบรนด์เหล่านี้ในIG (Instagram) ดูได้นะครับเป็นของศิษย์เก่าที่คณะทั้งสิ้นทั้งlookbook, mywarisa, ladyjane, zettino, kimmamae, shoestory หรือ blackeyes เป็นต้น

ได้มีโอกาสพูดคุยและรับฟังความคิดของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์เหล่านี้ก็จะพบในหลายๆอย่างที่ตรงกันครับทั้งต้องการความเป็นอิสระจากงานประจำชอบอยากลองกล้าที่จะเสี่ยงแต่ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่มีการศึกษาที่ดีดังนั้น ธุรกิจที่แต่ละคนทำ จึงไม่ใช่ทำแบบไร้หลักการพบว่าทุกร้านจะมีการนำหลักการทางการจัดการต่างๆที่ได้เรียนมาปรับใช้อย่างเต็มที่เช่นบางร้านจะมีเสื้อผ้าcollection พิเศษที่จะมีคนมาเข้าคิวตั้งแต่ตี5 เพื่อรอร้านเปิดเพื่อแย่งซื้อcollection พิเศษแต่ขณะเดียวกันcollection ปกติมาตรฐานก็มีขายเป็นปกติส่วนบางร้านก็สามารถขยายและเติบโต ไปได้ถึงขั้นไปบุกตลาดต่างประเทศกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าความสำเร็จของแบรนด์เหล่านี้จะได้มาอย่างง่ายดายเบื้องหลังการทำงานนั้นเท่าที่ฟังมาก็เหน็ดเหนื่อยกันพอสมควรดังนั้น ใช่ว่าทุกคนที่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจแบบนี้ จะพบกับความสำเร็จเสมอไปครับ

กระแสการไม่ทำงานประจำที่มั่นคงและหันมาประกอบอาชีพอิสระเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อย (ย่อยกว่าย่อม) นั้น ใช่ว่าจะเป็นแต่เฉพาะในประเทศไทยนะครับในต่างประเทศก็เป็นกันเยอะมากโดยเฉพาะที่อเมริกาถึงขนาดตั้งชื่อเศรษฐกิจในยุคใหม่ว่าGig Economy (ไม่ใช่เศรษฐกิจที่คนนิยมมีกิ๊กนะครับ) กันเลยทีเดียวโดยเศรษฐกิจแบบกิ๊กๆนั้นจะพบว่า อาชีพของคนจำนวนมากจะกลายเป็นอาชีพอิสระเป็นนายจ้างของตนเองทำงานหลายๆอย่างพร้อมๆกันและงานจำนวนมากก็เป็นงานช่วงระยะเวลาสั้นๆหรือระยะเวลาหนึ่ง

ซึ่งถ้าให้เข้าใจง่ายขึ้นเศรษฐกิจแบบกิ๊กๆก็ครอบคลุมทั้งบรรดาผู้ประกอบการขนาดย่อย(micro enterpreneurs) แบบที่ผมยกตัวอย่างมากหรือบรรดาฟรีแลนซ์ซึ่งรับงานมาทำเป็นชิ้นๆหรือพวกที่เป็นนายจ้างของตนเองซึ่งทั้งหมดนั้นจะไม่ทำงานประจำเป็นลูกจ้างองค์กรใหญ่ๆและที่น่าสนใจคือ บรรดาบุคคลเหล่านี้ตัดสินใจและเลือกที่จะทำงานในอาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้านายตนเองเหมือนกับบรรดาลูกศิษย์ของคณะ ที่เคยทำงานอยู่บริษัทยักษ์ใหญ่ แล้วผันตัวเองมาเป็นผู้ประกอบการขนาดย่อย

ความตื่นตัวในกระแสของเศรษฐกิจแบบกิ๊กๆในอเมริกานั้นรุนแรงพอสมควรครับถึงขั้นที่กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อการหาเสียงของบรรดาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ

Gig Economy เกิดขึ้นมาได้ด้วยหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากการถือกำเนิดของคนยุคใหม่ที่กล้าที่จะเสี่ยงกล้าที่จะลองขณะเดียวกัน ก็ไม่ชอบทำงานภายใต้รูปแบบการบริหารองค์กรแบบดั้งเดิม ขององค์กรขนาดใหญ่และสำคัญสุดคือ พัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทำให้การเข้าถึงลูกค้าการนำเสนอสินค้าและบริการเป็นไปได้อย่างเร็วทั่วถึงและถูก

เป็นที่น่าสนใจนะครับว่า นโยบายของรัฐบาลนั้นจะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจแบบกิ๊กๆในประเทศไทยเพียงใดเพราะบรรดาผู้ประกอบการขนาดย่อยเหล่านี้ ก็ถือเป็นกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยเนื่องจากพวกเขาเองก็ต้องไปจ้างหรือซื้อสินค้ามาจากผู้อื่นอีกต่อเนื่องอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจก็คือองค์กรธุรกิจต่างๆจะทำอย่างไรเมื่อเศรษฐกิจแบบกิ๊กๆเติบโตขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของทรัพยากรบุคคลที่นอกจากเด็กรุ่นใหม่จะเกิดน้อยลงแล้วคนในยุคใหม่ยังมีทางเลือกของการประกอบอาชีพได้มากขึ้น