วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

อานิสงส์โรดโชว์อเมริกา แต่อย่าชะล่าใจ

อานิสงส์โรดโชว์อเมริกา แต่อย่าชะล่าใจ

ตลอดช่วง1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้นเรื่อยๆ

 ดัชนีหุ้นไตร่ระดับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,400 จุดได้อย่างต่อเนื่อง หุ้นขนาดใหญ่ฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด และราคาปรับตัวขึ้นในครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ เดินทางไปโรดโชว์ในอเมริกา ระหว่างวันที่ 7-8 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนำบริษัทจดทะเบียน 10 แห่งเดินทางไปร่วมงานในครั้งนั้น

หากพิจารณาข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ ก่อนเดินทางไปโรดโชว์ จนถึงวันที่ 19 ต.ค.2558 พบว่า ดัชนีหุ้นไทยจากระดับ 1,376.47 จุด เพิ่มขึ้นมามาอยู่ที่ 1,416.91 จุด คิดเป็น 2.9% ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทที่ร่วมไปโรดโชว์ ก็ปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน และส่วนใหญ่ราคาจะขยับแรงกว่าภาพรวมของดัชนีหุ้นด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ หากนำราคาหุ้นของ 10 บริษัท ระหว่าง วันที่ 7-19 ต.ค.2558 หรือหลังจากเดินทางไปโรดโชว์ พบว่า หุ้นทุกบริษัทราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นขึ้นตั้งแต่ระดับ 1-16% และ หุ้นที่มีราคาปรับตัวสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย ราคาหุ้นบริษัทอมตะ (AMATA)16.41% รองลงมาหุ้นแพลนบี (PLANB) 15.65% หุ้นศรีสวัสดิ์ (SAWAD) 14.58% หุ้นกันกุล (GUNKUL) 13.85% หุ้นนกแอร์ (NOK)13.38% เป็นต้น

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า หุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงเป็นหุ้นขนาดกลางมากกว่าขนาดใหญ่ และบางบริษัทราคาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าที่เหมาะสมที่หลายๆโบรกเกอร์ประเมินไว้ อย่างไรก็ตามตามหากผู้ลงทุนสนใจจะเข้าลงทุนก็ควรพิจารณาให้ดีและต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงโค้งสุดท้าย ดัชนีจะยังคงผันผวน แม้ว่าแนวโน้มกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มขึ้นตั้งแต่มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ( Fed) จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แต่หลังจากนี้ทิศทางอาจมีความผันผวนขึ้น โดยเฉพาะต้องติดตามตัวเลขแนวโน้มเศรษฐกิจจีน   เช่น

ด้านบล.ทิสโก้ประเมินว่าตอนนี้เข้าใกล้เทศกาลรายงานงบการเงินของหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว ที่อาจจะออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ อาจกดดันตลาดหุ้นไทย ประกอบกับตลาดรอปัจจัยสำคัญใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม ECB 22 ต.ค. 2558 ว่าจะส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหรือไม่ หลังการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเริ่มอืดและมีความเสี่ยงภาวะเงินฝืด และตัวเลข PMI เบื้องต้นใน ต.ค. ของหลายประเทศที่สำคัญของโลก 23 ต.ค.2558

อย่างไรก็ตาม จะเห็นปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ยังคงมีอิทธิพลที่จะทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงได้อีก

นอกจากนี้ถ้าดูข้อมูลตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. จะพบว่ากลุ่มนักลงทุนที่ซื้อสุทธิยังเป็นแรงซื้อของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (พอร์ตโบรกเกอร์) มียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ มียอดซื้อสุทธิ 6.78 พันล้านบาท สถาบันขายสุทธิ 4.04 พันล้านบาท และนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 1.57 หมื่นล้านบาท ดังนั้นตัวเลขการซื้อขายของกลุ่มนักลงทุนน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า โอกาสที่จะเกิดแรงขายทำกำไรออกมาให้เห็นในระยะสั้นก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะพฤติกรรมการลงทุนของพอร์ตโบรกเกอร์ ส่วนใหญ่เมื่อถึงระดับเพดานที่ควรทำกำไรก็พร้อมที่จะขายทันทีอยู่แล้ว