วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิสัยทัศน์ Thailand 2025 : Mega Projects คอคอดกระ-อู่ตะเภา

ผมให้ดูแผนที่นี้อย่างใคร่ครวญ จะเห็นว่าที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย

 เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อภูมิภาคนี้เพียงใด

ปัญหาของเราอยู่ที่เราไม่รู้จักใช้ข้อได้เปรียบนี้สร้างศักยภาพทุก ๆ ด้านให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างเต็มที่ เพราะความไร้คุณภาพของการศึกษา ที่นำไปสู่ความเสื่อมทรามของคุณภาพคน ที่อาสาเข้ามาดูแลประเทศชาติ จนกลายเป็นวิกฤตอย่างที่เห็นอยู่ขณะนี้

มองไปข้างหน้า เราต้องทำให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลาง” หรือ hub ของภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง

ครั้งสุดท้ายที่เราสร้างฐานแห่งความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้คือเมื่อเราสร้าง Eastern Seaboard ที่วันนี้กลายเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ใหญ่จนได้ชื่อว่าเป็น Detroit of the East

แต่นั่นมันกว่า 30 ปีมาแล้ว และหลังจากนั้นประเทศไทยก็ไม่ได้สร้างอะไร ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางของเรา

วันนี้ได้เวลาที่เราจะระดมสรรพกำลังอีกครั้งเพื่อสถาปนาความเป็นสากลของไทย เป็น hub ของการลงทุนทางด้าน logistics และศูนย์กลางคมนาคม อีกทั้งยังเป็นฐานแห่งการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเพื่ออนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่อง medical tourism, digital economy, nano technology หรือ robotics ที่จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่ออนาคตของไทยและของภูมิภาคนี้

สองโครงการใหญ่ที่ควรจะได้รับการพิจารณา ประเมิน ตัดสินและเดินเครื่องอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ

1. โครงการ “คอคอดกระ”  และ

2. “เมืองใหม่” ที่เป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ชายฝั่งตะวันออกที่มาพร้อมกับสนามบินนานาชาติแห่งที่สามของประเทศไทยคือสนามบินอู่ตะเภา

สองโครงการนี้ประเทศไทยต้องประกาศเป็นโครงการระดับโลก และเชื้อเชิญรัฐบาลและเอกชนจากมหาอำนาจทั้งหลายมาร่วมลงทุนไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ ยุโรป รัสเซียและเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหลายทั้งปวง

โครงการยักษ์สองโครงการนี้คือปักธง Vision Thailand 2025 ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการค้า การลงทุน การขนส่งและการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาในยุคดิจิทัลระดับโลก ที่พร้อมจะเปิดประตูต้อนรับผู้ที่มีทุน สมอง เทคโนโยลีและความร่วมมือกับชาติอื่น

โดยที่จะต้องให้คนไทยทุกภาคส่วนโดยเฉพาะระดับฐานราก ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการรุกคืบของประเทศไทย เพื่อสร้างอนาคตอย่างแท้จริง

คลองคอคอดกระสามารถเป็นทางผ่านของพาณิชย์นาวีที่สำคัญของภูมิภาคนี้ เชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิกแทนหรือเสริมช่องแคบมะละกาอย่างมีนัยสำคัญ

อู่ตะเภาที่จะยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่สามของประเทศ มีศักยภาพมากกว่าเพียงแค่สนามบิน สามารถต่อยอดเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ขนาดใหญ่ เพราะมีทั้งท่าเรือน้ำลึก แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ อีกทั้งสามารถเสริมให้เป็นศูนย์การศึกษา ค้นคว้าวิจัยสำหรับเอเชียได้

ที่สำคัญคือการทำโครงการ mega-projects ที่เกี่ยวกับการสร้างอนาคตของประเทศเช่นนี้จะต้องไม่ถูกมองว่าเป็นการสนองประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจเอกชนใดกลุ่มหนึ่ง หรือประเทศมหาอำนาจใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

แต่จะต้องเป็น “โครงการระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย... โดยให้คนไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดกว้างให้เป็นโครงการมาตรฐานโลก”

ข้อถกเถียงว่าควรหรือไม่ควรจะขุดคอคอดกระมีมายาวนาน ได้เวลาจะต้องสรุปเพื่อเดินหน้า และประเมินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพราะนี่ไม่ใช่ยุคสงครามเย็น คำนิยาม “ความมั่นคง” แบบเก่าต้องปรับให้ทันกับปัจจุบัน

เรากำลังก้าวสู่ยุคของการสร้างชาติด้วยความร่วมมือระดับสากล การไหลเทของทุนและการค้าเป็นกระแสใหม่ คำว่า “เชื่อมโยง” หรือ connectivity เป็นหัวใจของการพัฒนา

นี่คือวาระสำคัญที่ไทยจะก้าวพ้น “กับดักรายได้ปานกลาง”

และนี่คือการก้าวกระโดดของไทย สู่ความเป็นประเทศทันสมัยในยุคที่คนไทยต้องกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่เคยกลัว หวาดหวั่น สงสัยและท้อถอยมาก่อน

แน่นอนว่าการเปิดศักราชใหม่แห่งการสร้าง “เครือข่ายคอคอดกระ-อู่ตะเภา” เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่รัฐบาลไทยชุดใดเคยคิดมาก่อน

แต่หากเราไม่สร้างโอกาสจากศักยภาพของเรา คนอื่นก็จะทิ้งเราห่างออกไป หรือที่อยู่ข้างหลังก็จะแซงหน้าเราไปในไม่กี่ปีข้างหน้า

พรุ่งนี้ก็สายไปเสียแล้ว