นับเป็นเรื่องน่าแปลกอย่างมาก สำหรับการเมืองไทย ภายหลังรัฐบาล
ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าบริหารประเทศ ที่ปรากฏว่ามีข่าวในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบค่อนข้างน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่มาจากทหารในอดีต ซึ่งมักจะปรากฏข่าวอยู่เสมอ และอาจเป็นไปได้ว่าปัญหาคอร์รัปชันในรัฐบาลนี้เบาบางลง ดังจะเห็นได้จากผลการสำรวจและการจัดทำตัวชี้วัดระบุว่าปัญหาลดลงไปมาก
หากย้อนกลับไปตรวจสอบรัฐบาลในอดีตก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะที่มาจากทหาร จะพบว่ามักจะเกิดกรณีการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องอยู่เสมอ แม้ว่าจะสามารถทำได้ แต่มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาอย่างมากสำหรับสังคมไทยที่คนมักจะวิ่งหาคนที่มีอำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการขนาดใหญ่และโครงการที่มีเม็ดเงินจำนวนมาก ซึ่งมักจะมีปัญหาตามมาเสมอหลังจากพ้นอำนาจหน้าที่
ปัญหาคอร์รัปชันมักจะเป็นจุดตายของรัฐบาลเสมอ ไม่ว่ารัฐบาลมาจากประชาธิปไตยหรือมาจากทหาร บางเรื่องเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน แต่บางเรื่องก็มีข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้เห็น ซึ่งเสถียรภาพของรัฐบาลจึงขึ้นกับว่าประชาชนรับรู้ต่อเรื่องนี้อย่างไร หรือที่เรียกว่าความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และหากรัฐบาลยังสร้างความเชื่อถือได้ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นจากประชาชน ซึ่งสำหรับกรณีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นปัญหา ซึ่งสะท้อนได้จากผลการสำรวจความเห็นจากหลายสำนัก
คำถามว่าคอร์รัปชันหมดไปจริงหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือไม่หมดไป เนื่องจากการคอร์รัปชันถือเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมมานาน จนทุกคนเห็นว่าการประพฤติปฏิบัติเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติธรรม แต่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ได้พยายามหลายด้านในการแก้ปัญหา ทั้งเรื่องการออกกฎหมายใหม่ และการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐถือว่ามีความอ่อนไหวอย่างมากในเรื่องนี้ โดยตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)ขึ้นมามีบทบาทสำคัญ
หากพิจารณาผลงานการตรวจสอบของคตร.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าไปตรวจสอบในหลายโครงการของรัฐ และส่งผลให้การอนุมัติโครงการต่างๆต้องล่าช้าออกไป จนกระทั่งมีการกล่าวโทษว่าการทำงานของคตร.นี้เองทำให้กระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐต้องล่าช้า อย่างไรก็ตาม ล่าสุด คตร.ได้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งกำลังกลายประเด็นถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ และเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่งว่าในที่สุดแล้วจะออกมาอย่างไร
การเข้าตรวจสอบการทุจริตต่างๆ ของคตร. ในฐานะมือไม้ของรัฐบาล และคตร.ถือว่าเป็นสิ่งดีอย่างยิ่ง หากทุกอย่างทำอย่างตรงไปตรงมาและประกาศใช้ประชาชนรู้ความจริง ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทใหม่และเป็นปรากฏการณ์การเมืองใหม่พอสมควรในยุคนี้ กล่าวคือ แทนที่ประชาชนหรือองค์กรต่างๆจะเป็นผู้ตรวจสอบหรือคอยสอดส่องการทำงานของรัฐบาล ก็ปรากฏว่ากลับถูกตรวจสอบเสียเองโดยรัฐบาลทหาร และที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าโดนตรวจสอบการทุกกลุ่มการเมือง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นคาดกันว่ากลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลจะไม่ถูกตรวจสอบ
ดังนั้นในฐานะประชาชนทั่วไป เราเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าติดตามอย่างมาก โดยเฉพาะความพยายามสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นว่าจะสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องแค่ไหน เราเชื่อว่าหากสามารถทำได้และสร้างกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็งหลังจากเปลี่ยนผ่านอำนาจการเมืองไปสู่การเลือกตั้งแล้ว สังคมไทยก็อาจจะปรับโฉมหน้าอย่างสิ้นเชิง หากสามารถควบคุมปัญหาใหญ่ของประเทศ หลังจากสิ่งเหล่านี้กัดกร่อนสังคมไทยมานาน






