รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่า ดร. วีรพงษ์ รามางกูร
อดีตรองนายกฯบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ฟื้น เป็นรูปตัว U
“ผมบอกว่าถ้าเราทำเต็มที่ในวันนี้จะเป็นเครื่องหมายไนกี้” คุณสมคิดพูดระหว่างสัมมนางาน “โพสต์ ฟอรั่ม 2015” เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา
เครื่องหมายไนกี้ในที่นี้คงจะหมายถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นเครื่องหมายถูก ซึ่งเท่ากับเป็นการวิ่งขึ้นเป็นเส้นตรงเฉียงไปทางทางด้านขวา คล้ายกับตัว V ซึ่งจะกระฉับกระเฉงกว่าตัว U ที่ต้องใช้เวลาคลานต้วมเตี้ยมอยู่ระดับพื้นสักระยะหนึ่ง
แน่นอนว่าในฐานะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล คุณสมคิดก็จะต้องพยายามระดมสรรพกำลังทั้งหลายทั้งปวง ให้เศรษฐกิจเชิดหัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะประชาชนตั้งความคาดหวังไว้สูง
มาตรการต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้น คุณสมคิดอธิบายว่าเป็นความพยายามหยุดยั้งการชะลอตัว หรือการทรุดตัวของเศรษฐกิจ
มาตรการหลายชุดที่ออกมาถี่ ๆ นั้นต้องการเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ แต่ก็ระวังไม่ให้ต้องใช้มาตรการ “กระตุ้น” มากเกินไปทำให้เกิดการบิดเบือนจากความเป็นจริง
แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องพยายามวางพื้นฐาน ปูลู่ทางสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลชุดนี้
คุณสมคิดบอกว่าเวลาที่เหลืออีก 1 ปีเศษ จะมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหารากฐานของประเทศจริง ๆ
แปลว่าหลักการใหญ่ไม่ได้มุ่งจะ “กระตุ้น” อย่างเดียวแต่จะต้องตั้งเป้าให้มีการ “ปฏิรูป” เศรษฐกิจอย่างแท้จริง
เพราะการกระตุ้นเป็นเรื่องระยะสั้น เป็นมาตรการชั่วคราว ไม่อาจจะแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวได้
การสร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงจะต้องอยู่ที่ความกล้า “ปฏิรูป” พื้นฐานของประเทศ ไม่พึ่งพาการส่งออกอย่างหนักดั่งที่เป็นมาตลอด แต่จะสร้างความยั่งยืนด้วยการสร้างอำนาจซื้อภายใน และที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศ
เพราะถ้าไม่ “ปฏิรูป” เศรษฐกิจ อนาคตของบ้านเมืองจะลำบาก
เพราะการกระตุ้นด้วยมาตรการระยะสั้นนั้นเหมือนฉีดสเตรอยด์ สร้างความคึกคักชั่วขณะ ไม่ยั่งยืน และอาจจมีผลเสียระยะยาวด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงต้องมีการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม เหมือนคนป่วยที่ต้องทำกายภาพบำบัด สร้างกล้ามเนื้อที่ถาวร ทำให้สามารถทำงานหนักได้อย่างต่อเนื่อง
ผมมองว่า 4 ภารกิจหลักที่วางเอาไว้สำหรับระยะกลางและระยะยาวเป็นเรื่องที่จะต้องทำกันอย่างจริงจัง หาไม่แล้วการฟื้นตัวระยะยาวจะไม่ใช่ทั้งตัว V หรือตัว U แต่เป็น L ที่เรี่ยพื้นและไม่กระดกหัวขึ้นเพราะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้น
ภารกิจที่รองนายกฯสมคิดวางเอาไว้จึงมีความสำคัญมากนั่นคือ
1. สร้างความเข้มแข็งที่จะเติบโตภายใน ไม่พึ่งแต่เพียงการส่งออก ต้องสร้างอำนาจซื้อของภาคเกษตรที่มีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งหมายถึงการทำให้ระดับฐานรากเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่ด้วยนโยบายประชานิยม แต่ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งผ่านการช่วยเหลือที่จะทำให้ชาวไร่ชาวนาลุกขึ้นมาสร้างพลังของตนเอง ไม่ใช่นั่งรอของฟรีจากรัฐบาลกลางเท่านั้น
2. สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทุ่มเทในการสร้างนวัตกรรม เพื่อคุณค่าของสินค้า ส่งเสริม SMEs อย่างจริงจัง ผลักดันผู้ประกอบการ start-ups รุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ไม่หวังพึ่งแต่เพียงบริษัทใหญ่ ๆ ไม่กี่บริษัทในประเทศที่จะเป็น “นักรบเศรษฐกิจ” ในโลกกว้าง
3. สร้าง clusters ของอุตสากรรม เพื่อสร้างพลังเป็นกลุ่มเป็นก้อนแทนที่จะกระจายกันทำงานซึ่งไม่ทำให้เกิดอำนาจต่อรองและผลักดันให้เกิดผลต่ออุตสาหกรรมที่แท้จริงได้
4. ไทยต้องสร้างความแข็งแกร่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเศรษฐกิจหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การลงทุน การคมนาคมหรือ logistics รวมไปถึงการรักษาพยาบาลและนวัตกรรม เป็นทั้ง Trading Nation และ Hub ของนวัตกรรมในภูมิภาคนี้
การที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นเป็นเครื่องหมาย “ไนกี้” อย่างที่ ดร.สมคิด ตั้งความหวังเอาไว้จะต้องเป็นการระดมสรรพกำลังของคนทั้งชาติ สร้างสำนึกของความเป็นคนไทยในยุคสมัยที่ต้องไม่ยอมให้การเมืองเน่า ๆ มากระชากลากถูให้เราตกอยู่ในกับดักแห่งความขัดแย้งอย่างที่เป็นมากว่าสิบปี
ถ้าเราทำไม่ได้ในจังหวะนี้ ไทยก็จะไม่สามารถโผล่ออกจาก The Lost Decade หรือ “ทศวรรษที่หล่นหาย” ได้เลย
จะฟื้นแบบนี้ ก็ต้องทำตามคำประกาศของไนกี้คือ Just do it!






