วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องเร่งรับมมือทีพีพี

ผู้นำ 12 ประเทศได้ประกาศบรรลุข้อตกลงกัน TPP

 (Trans-Pacific Strategic Partnership) หรือความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก เป็นความตกลงการเปิดเสรีทางการค้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็น 40% ของการค้าโลก โดยสมาชิกประกอบด้วย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม แคนาดา เม็กซิโก และญี่ปุ่น ซึ่งหากมองในแง่ของภูมิศาสตร์การเมืองแล้วจะเห็นว่าขอบเขตของข้อตกลงทีพีพี กินอาณาบริเวณกว้างขวางที่ไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้

หากข้อตกทีพีพีมีผลในทางปฏิบัติ ย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนทั่วโลก เนื่องจากสมาชิกทีพีพีมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นหากข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ก็จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศสมาชิกและประเทศที่ไม่อยู่ในกลุ่มทีพีพี ย่อมมีทั้งสองด้าน ซึ่งอาจมีบางอุตสาหกรรมได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับมีบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับมีประเทศที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

แต่ประเด็นสำคัญสำหรับประเทศไทย คือ ช่วงเวลาของการประกาศลงนาม ในข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทย กำลังมีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมครั้งใหญ่ จากนโยบายการปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) หากประเมินเวลาที่ข้อตกลงทีพีพีจะมีผลบังคับใช้ คาดว่าภายใน 1-2 ปีจากนี้ไป ก็ถือว่าเป็นช่วงจังหวะเวลาในช่วงเปลี่ยนผ่านสำหรับสังคมไทย ดังนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะตัดสินใจอย่างไรหรือจะปล่อยให้รัฐบาลต่อไปเป็นผู้พิจารณา

หากมองในแง่ของทุนนิยมโลก ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจหลักที่ทุกประเทศยึดถือกันอยู่ในขณะนี้ การรวมกลุ่มขนาดใหญ่เช่นนี้ เท่ากับว่าทุกประเทศเข้ารวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าความเกี่ยวพันทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกมีความแนบแน่นมากขึ้น ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นด้วย และเมื่อทุกประเทศถูกดึงดูดเข้าร่วมระบบเศรษฐกิจเดียวกัน ผลกระทบย่อมลงลึกถึงระดับรากหญ้าเพราะทุกอย่างจะถูกดึงเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจโลก

นัยสำคัญสำหรับประเทศไทย คือ ในด้านหนึ่งเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทางการค้าขนาดใหญ่ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ เนื่องจากระบบเศรษฐกิจไทยเป็นระบบเปิดมานาน ดังจะเห็นได้จากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกต่อภาคเกษตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าวิถีชีวิตของคนไทยนั้นมีความเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจโลกจนถึงก้นครัว ในอีกด้านหนึ่ง จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องหันมาทบทวนตัวเองและมีนโยบายพึ่งพาตัวเองในหลายด้าน โดยการสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันภายใน

เราเห็นว่าเศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลนี้ กำลังจะเกิดการเปลี่ยนผ่านหลายด้าน แต่รัฐบาลก็ยังคงเดินหน้านโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนเช่นที่เป็นมา นั่นเท่ากับว่าเราไม่อาจปฏิเสธ หรือพยายามต้านทานการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจโลกได้ ดังนั้น ในเมื่อเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งเวลาของรัฐบาลเองที่ต้องทำตามโรดแมพและระยะเวลาการบังคับใช้ทีพีพี ทำให้เราต้องเร่งพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะถึงอย่างไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะมาถึงในไม่ช้า เราไม่มีเวลาจะซื้อเวลาได้อีกต่อไป