การสร้างเครือข่ายประสานการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
และเสริมสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประเทศต่าง ๆ สำหรับประเทศไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เป็นเจ้าภาพความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งใน และต่างประเทศ โดยใช้กลไกหน่วยงานในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้แก่ สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและการก่อการร้ายสากล และศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์
>>> ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน นี้ เวลา 10.30 น. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะบรรยาย สถานการณ์การลักลอบขนคน และค้ามนุษย์ จะชี้ให้เห็นสาเหตุและผลที่จะตามมาของอาชญากรรมข้ามชาติประเภทนี้
>>> สอดคล้องกับสถานการณ์ ประเทศไทยในเวลานี้ ที่เกิดข้อถกเถียงเรื่องขบวนการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของชาวอุยกูร์ เข้ามาก่อเหตุวางระเบิดศาลองค์ท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม แต่การแก้ปัญหานี้จะต้องอาศัยองคาพยพของหลายหน่วยงานสอดส่องเป็นหูเป็นตา ตั้งแต่การคัดกรองคนเข้าประเทศ การอนุญาตให้อาศัยในประเทศ การติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย และขบวนการภายในประเทศที่คอยวิเคราะห์กลุ่มที่จะเป็นภัยของประเทศ
>>> อาชญากรรมข้ามชาติ ยังรวมถึงอาชญากรรมเศรษฐกิจ ที่อาศัยทุนข้ามชาติ เข้ามาสร้างปัญหาทั้งคดีการเงิน การบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ กลุ่มนี้เข้ามาตั้งตัวเป็น ‘มาเฟีย’ ในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญๆ ของประเทศ คดีประเภทนี้ดีเอสไอ เข้าไปทลายทั้งกลุ่มแบนดี้โด้ส ที่เกาะสมุย กลุ่มมาเฟียตันเต๊กไฮ้ ที่เกาะยาว จังหวัดพังงา
>>> พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า จากการประเมินล่าสุดของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า แม้เราจะเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเทพฯ แต่ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ดีขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวน 30.45 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 22% ส่งผลให้ตลอดทั้งปีประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนดไว้
>>> นายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ทำหนังสือถึงทุกหน่วยงาน เพื่อแจ้งการดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต สร้างจิตสำนึกไทยไม่โกง ภายหลังจากได้รับหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย โดยให้กทม.ดำเนินการ 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาชนในการสร้างจิตสำนัก และ 2.การประชาสัมพันธ์เผยแพร่และนำเสนอข่าวการต่อต้านทุจริต
>>> ทั้งนี้ให้หน่วยงานในสังกัดกทม.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคประชาชนที่มาติดต่อราชการให้งดการจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับความสะดวกในการติดต่อราชการผ่านทางป้ายประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ เฟซบุ๊คของหน่วยงาน รวมทั้งการขอความร่วมมือภาคเอกชนภาคประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการและบุคลากรกทม.ในสังกัด โดยขอให้ทุกหน่วยงานส่งเอกสาร หลักฐาน รวมทั้งภาพถ่ายการดำเนินการให้สำนักงานข้าราชการกรุงเทพมหานคร ภายในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เพื่อรายงานให้กระทรวงมหาดไทยรับทราบต่อไป
...................................
สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี [email protected]





