รัฐบาลรณรงค์ “Stronger Together” หรือขยายความเป็นภาษาไทยว่า “เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน
เพราะที่นี้คือประเทศไทยบ้านของเรา” เพื่อให้กำลังใจประเทศภายหลังจากเกิดเหตุุการณ์ระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์ที่รุนแรงอีกครั้งในสังคม โดยหวังว่าจะทำให้คนในสังคมไทยหันกลับร่วมกันช่วยกัน ดูแลประเทศของตัวเองเองที่กำลังบอบช้ำ จากผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าว และเชื่อว่าหากคนไทยร่วมมือกัน ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต
หากเทียบเคียงเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากเกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จากการลอบวางระเบิดในใจกลางกรุงเทพมหานคร ดังนั้นการฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้ ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องอธิบายสังคมให้ได้ว่าสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้มาจากอะไร และเมื่อไม่มีผู้ประกาศความรับผิดชอบและหาตัวคนผิดไม่ได้ ก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นในการอธิบายให้กับสังคมเข้าใจ และเกิดความเชิื่อมั่นขึ้นมาได้ในชั่วข้ามคืน
การรณรงค์ของรัฐบาลดูเหมือนว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จะร่วมสนับสนุนอย่างแข็งขัน เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งไม่เพียงแค่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมย่านใจกลางเมือง รวมถึงภาพลักษณ์ในเรื่องของการท่องเที่ยวของประเทศ แต่คนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างกังวลต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่าจะเป็นรางบอกเหตุ ว่านับจากนี้ไปความรุนแรงอาจสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และไม่สามารถคาดการณ์ได้
หากติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ นับว่าน่าเห็นใจไม่น้อยที่ต้องทำงานด้วยความยากลำบาก และยังเผชิญกับแรงกดดันทางสังคมให้เอาตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว ซึ่งเวลาผ่านไปเก็บสัปดาห์ ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถรายงานความคืบหน้าของคดีนี้ให้ประชาชนเกิดความสบายใจได้ นั่นยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่เราก็หวังและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ต่อไปในการคลี่คลายคดี เพื่อหาทางป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ของรัฐบาลในครั้งนี้อาจเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ในลักษณะนี้เหมือนกับหลายประเทศที่เผชิญกับปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยเป็นการรณรงค์ให้เกิดการตื่นตัวในหมู่ประชาชน ในการร่วมกันป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น แต่มาตรการระยะยาวและสามารถป้องกันอย่างได้ผล รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งคือเรายังรับมือกับเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้ไม่ดีพอ
เราเห็นว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลต่อๆไป จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรการที่ดีพอในการรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ โดยถือเอาบทเรียนในครั้งนี้เป็นแบบอย่างในการวางมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว เราเชื่อว่าคนในรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้น่าจะรู้ดีถึงปัญหาและอปุสรรคต่างๆ ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การเตรียมความระดับเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เหมือนกับหลายประเทศที่มีความตื่นตัวเรื่องก่อการร้าย
หากเราไม่มีการเตรียมความรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต อย่างมากที่เราทำได้หากเกิดเหตุอีกครั้งก็คือการรณรงค์เหมือนปัจจุบัน ซึ่งเราหวังว่าความสำเร็จในการผนึกความรู้สึกนึกคิดของคนไทยในขณะนี้ในครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเตรียมความพร้อมในอนาคต






