background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน”

“ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน”

คนไทยเราส่วนหนึ่งดูจะเริงร่า เมื่อได้ยินข่าวอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับประเทศไทย

“ผู้รู้” จะออกมาให้ข่าวกันสนุกสนาน สื่อก็โดดเข้าเล่นด้วย ดูไปแล้วเหมือนคนเป็นโรคจิต อะไรดีๆ เกี่ยวกับบ้านเรากลับไม่เป็นข่าว เข้าอีหรอบ ‘ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน’ ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงชอบกันนัก ที่จะพูดถึงเรื่องไม่ดีของบ้านเรา วันนี้ขอเอาเรื่องดีๆ ที่ได้ยินมาแบ่งปันกันบ้างเพื่อแก้ไขความเจ็บป่วยทางใจ

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านไปนี้ มีรายงานข่าวจาก CNN และ CNBC ตลอดจนสื่อต่างประเทศและไทยบางส่วนว่า บัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดได้จัดทำดัชนีความนิยมเมืองต่างๆ ในโลก (Global Destination Index) โดยถามความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และนำมาจัดทำเป็นรายงานเมืองยอดนิยมของโลกเป็นประจำทุกปี ในรายงานประจำปี 2558 นั้น ลอนดอนกับกรุงเทพมหานคร แย่งชิงตำแหน่งที่หนึ่งกันอย่างดุเดือด โดยในที่สุดกรุงเทพมหานครถูกเฉือนไปอย่างหวุดหวิด

สองเมืองนี้ผลัดกันเป็นที่หนึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในปีนี้ปารีสมาอันดับ 3 และไล่ลงมาดังนี้ ดูไบ อิสตันบูล นิวยอร์ก สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ โซล และฮ่องกง

ในปี 2015 คาดว่าทั้งกรุงเทพมหานครและลอนดอน จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนไล่เลี่ยกัน คือ 18.24 ล้านคน และ 18.82 ล้านคน ตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายเงิน 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในกรุงเทพมหานคร และ 20,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในลอนดอน ปารีสในอันดับ 3 จะมีนักท่องเที่ยว 16.06 ล้านคน สิงคโปร์ 11.88 ล้านคน และกัวลาลัมเปอร์ 11.12 ล้านคน

ข่าวนี้ดังไปทั่วโลก สร้างภาพพจน์ที่ดีแก่ประเทศไทยเป็นอันมาก ถึงแม้จะเป็นข่าวอยู่บ้างในบ้านเรา แต่ก็ไม่มีใครสานต่อกันมากนักอย่างน่าน้อยใจ

เมื่อสงสัยว่าชาวโลกตะวันตกโดยทั่วไป เขามองบ้านเราอย่างไร ผู้เขียนก็มองไปที่ application ชื่อ QUORA ซึ่งตอบคำถามสารพัดเรื่องโดยผู้เชี่ยวชาญ เมื่อลองถามว่า มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคนไทยและประเทศไทย ก็ได้คำตอบซึ่งน่าสนใจมาก

ผู้เขียนคุ้นกับบทความเกี่ยวกับประเทศไทย ในหนังสือพิมพ์ฝรั่งฉบับยักษ์หลายฉบับ และหลายนิตยสารที่เขียนโดยคนไทยกันเองและสื่อตะวันตก อ่านแล้วก็รำคาญและหงุดหงิดใจ ในความไร้เดียงสา และเอนเอียงในทางต่อต้าน ตรรกะของคนตะวันตกนั้นมีง่ายๆ (จนถูกหาประโยชน์โดยผู้ไม่หวังดีต่อชาติ) กล่าวคือเมื่อมีรัฐประหารหรือปฏิวัติ แล้วก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ดังนั้น ต้องเป็นสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ถูกต้องก็คือการเลือกตั้งโดยเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คนอเมริกันโดยทั่วไปมีตรรกะเช่นนี้จริงๆ โดยลืมไปว่า ถ้าไม่มีการปฏิวัติประกาศอิสรภาพจากอังกฤษโดยใช้กำลังในปี ค.ศ.1776 แล้ว จะมีประเทศสหรัฐอเมริกาในวันนี้หรือ

คำตอบที่ได้จาก QUORA ล้วนเป็นบวกกับบ้านเราทั้งสิ้น คำตอบของคำถามข้างต้นก็คือ รอยยิ้มที่มีอยู่รอบตัว ประเพณีการไหว้ที่งดงาม ผู้คนที่เป็นมิตร อาหารนานาชนิดที่แสนถูก และเชื่อใจได้ว่า เลวที่สุดก็แค่ทำให้ท้องเสีย ผลไม้ไทยนั้นยอดเยี่ยม ค่าครองชีพที่ต่ำกว่าหลายประเทศ น้ำใจของคนไทย ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในหลายคำตอบของ QUORA ที่เกี่ยวกับคนไทยและประเทศไทย มีคำตอบหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เขาชอบในวัฒนธรรมของเรา นั่นก็คือ การที่ทุกคนมีชื่อเล่น (พ่อแม่ตั้งให้กับชื่อที่เพื่อนเรียก) ซึ่งใช้กันในทุกโอกาส ยกเว้นเวลาที่เป็นทางการ เขาเห็นว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้หลุดพ้นภัยจากการปลอมบัตรเครดิต หรืออาชญกรรมอื่นๆ เพราะเป็นวิธีการรักษาความเป็นส่วนตัวที่ดีมากฯ็นส่Ho็น

มนุษย์มักมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว หรือเห็นก็แค่เพียงองค์ประกอบโดยไม่เห็นภาพรวม ดังนั้น เราจึงมองข้ามสิ่งที่ดีของสังคมเราไปได้ และไปเชื่อสิ่งที่คนอื่นบอก ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป เพราะเขามองเห็นจากจุดยืนของเขา

ประเด็นอยู่ตรงที่คนไทยบางคน โดยเฉพาะคนที่สังคมเชื่อถือเพราะตำแหน่ง ชอบที่จะเอาสิ่งไม่ดีที่คนอื่นมองเห็น มาบอกคนไทยกันเองอย่างสนุกสนาน และสื่อก็ขยายความเพราะมันตื่นเต้นดี

ยกตัวอย่างเรื่องที่ WEF (World Economic Forum) ระบุว่า คุณภาพการศึกษาของไทยอยู่ในอันดับแปดหรือท้ายๆ ของอาเซียน คนชอบพูดกันมากอย่างสนุกปาก ยกตัวอย่างคำถามง่ายๆ ว่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ท่านยินดีส่งลูกไปเรียนในประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ของเราที่มิได้อยู่ทางทิศใต้ไหม

ข้อสรุปของ WEF นั้นมาจากการถามคำถามนักธุรกิจ ที่อยู่ในแต่ละประเทศจำนวนไม่กี่คนว่า มีความเห็นอย่างไรกับคุณภาพของการศึกษาของประเทศที่ตนเองอยู่ และก็นำคำตอบเหล่านั้น มาปรับค่าแล้วเอามาเรียงกันเป็นอันดับ ถึงแม้คุณภาพการศึกษาของไทยจะเลวร้ายจริง แต่ถ้าใครที่เดินทางไปหลายประเทศในอาเซียน ก็จะเห็นว่าสภาพแวดล้อมในหลายประเทศ ไม่น่าจะทำให้มีคุณภาพการศึกษาสูงกว่าไทยได้ น่าเสียดายที่ไม่มีคะแนนการสอบ PISA ของหลายประเทศในอาเซียนมาเทียบเคียงกับไทย มิฉะนั้นจะมีหลักฐานสนับสนุนความเห็นของผู้เขียนว่า คุณภาพการศึกษาของไทยไม่อยู่ในระดับครึ่งท้ายของอาเซียนอย่างแน่นอน

ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องคุณภาพของประชากรอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันมิได้เลวร้ายขนาดที่พูดกัน เรามีปัญหาเรื่องโครงสร้างการเมืองและเศรษฐกิจ มีปัญหาประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ มีปัญหาคอร์รัปชันที่เลวร้าย มีสภาพความเหลื่อมล้ำของฐานะทางเศรษฐกิจสูง มีปัญหาทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้ประเทศอื่นๆ ก็มี มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันออกไป ทุกปัญหามีทางแก้ไขเสมอ ถึงแม้อาจจะไม่ได้ผลที่ดีที่สุดก็ตาม

สิ่งที่สังคมเราควรช่วยกันคือ การสร้างความหวังในการแก้ไขปัญหาของชาติ สื่อควรให้บรรยากาศที่เป็นบวกบ้างในหลายเรื่อง เพื่อให้กำลังใจสนับสนุนในโอกาสที่เหมาะสม บางครั้งสิ่งที่ไม่ดีก็อาจกลายเป็นดีได้ถ้าทุกคนคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี

ไม่มีบทสวดมนต์ใดที่กล่าวถึงความอัปมงคล ล้วนมีแต่การสรรเสริญคุณงามความดีและคุณธรรมอันประเสริฐ อย่าลืมว่าผู้ที่สวดมนต์คือผู้ให้พรตนเองให้ประสบแต่ความดี ความงามและความเจริญ แ