ไม่ง่ายนักที่จะรักษาการงานที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ให้ยั่งยืนยาวนานต่อไปได้
หลงเพลินกับความสำเร็จที่ได้มาเพียงไม่นาน ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะมาโดยฝีมือ หรือมาโดยหนทางอื่นใดก็แล้วแต่ ความสำเร็จเมื่อวานกลายเป็นความล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าในวันนี้ได้เสมอ ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการไอที ที่บอกชื่อแล้วใครๆ ก็ต้องรู้จัก ยังบอกกับพนักงานของเขาว่าความสำเร็จที่ยั่งยืน คือความสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการงานในทางที่ดีขึ้น ได้มากกว่าสิบเท่าในเวลาสองสามปี อยากอยู่ยงคงกระพันเป็นหนึ่งในวงการ ต้องสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นมากกว่าสิบเท่า โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เราทำให้เกิดขึ้นเอง ไม่ใช่ไล่ตามการเปลี่ยนแปลงที่คนอื่นทำให้เกิดขึ้น ซึ่งไล่เท่าใดก็ไม่คงกระพัน เพราะได้แค่ตามคนอื่นเท่านั้น
เราอยู่คงกระพันในการงานได้ เพราะเรามีความโดดเด่นบางอย่างที่คนอื่นไม่มี หรือมีก็ไม่เท่ากับที่เรามี ซึ่งการสร้างความโดดเด่นนั้นไม่ใช่การแก้ไขจุดอ่อน จุดอ่อนแก้ไขได้หากเรารู้จักเรียนรู้จากการทำงาน โดยใช้ข้อมูลจากการทำงานนั้นเป็นตัวช่วยบ่งบอกจุดอ่อน ถ้าไม่เข้าข้างตนเองมากเกินไป จนกลายเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด เดินหน้าได้อย่างเดียว ถอยหลังไม่เป็น คงพอมองออกว่า อะไรคือต้นเหตุของจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข รู้จักเรียนรู้จากจุดอ่อน และไม่ทระนงในการงานจนเกินพอดี วันหน้าจุดอ่อนจะหดหายไปเอง การสร้างความโดดเด่นหมายถึง ทำดีแล้ว ต้องทำให้ดีขึ้นอีก เหมือนที่ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการไอทีบอกไว้ว่า ต้องดีขึ้นกว่าเดิมสิบเท่าขึ้นไป จึงจะยืนยงในวงการได้
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยชั้นสุดยอดของโลกนี้ งานหนึ่งบอกว่า การสร้างความโดดเด่นในการงานเกิดขึ้นเป็นคู่ หมายถึงคนอื่นจะเห็นความโดดเด่นในตัวเราได้ ต้องเก่งมากๆ อย่างน้อยสองด้านที่เกี่ยวเนื่องสนับสนุนกัน ความเก่งด้านหนึ่งจะเสริมความโดดเด่นในอีกด้านหนึ่งเสมอ เก่งเดี่ยวๆ ก็ได้ แต่คนอื่นอาจจะมองไม่เห็นความโดดเด่นนั้น ดังนั้น ถ้าอยากโดดเด่นเพื่อให้การงานคงกระพัน ต้องนึกดูก่อนว่าที่เราว่าตัวเราเก่งอยู่นั้น มีความเก่งอะไรอีกบ้างที่เกื้อหนุนความเก่งนั้นของเรา แล้วมุ่งมั่นสร้างความเก่งคู่นี้ให้เกิดขึ้นในตัวเราให้ได้ นักวิ่งทางไกลซ้อมวิ่งอย่างเดียวทุกวัน เอาชนะนักวิ่งที่ฝึกวิ่งด้วย ฝึกโยคะไปด้วยไม่ได้ ความเก่งโยคะช่วยเสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ จึงวิ่งได้นานได้ไกล ได้เร็วกว่านักวิ่งที่ซ้อมวิ่งอย่างเดียว โดยไม่เสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ อยากให้หุ่นดี ควบคุมอาหารการกินอย่างเดียวสู้คนที่ออกกำลังคู่กับการควบคุมอาหารไม่ได้ อยากโดดเด่นต้องเก่งเป็นคู่
ลองถามตัวเองให้แน่ๆ ก่อนว่า เราเก่งอะไรกันแน่ โดยเริ่มต้นจากเลือกความสามารถสักหกเจ็ดเรื่องที่เกี่ยวกับการงานของเรา แล้วลองให้คะแนนความสามารถแต่ละเรื่องที่เลือกมานั้น ในสามประเด็นคือ เราเก่งเรื่องนั้นแค่ไหนแล้วในวันนี้ เราอยากจะเก่งในเรื่องนั้นเพิ่มขึ้นอีกหรือเราสนุกกับความเก่งนั้นแค่ไหน และความเก่งเรื่องนั้น เป็นความเก่งที่เป็นที่ต้องการของหน่วยงานของเรา หรือวงการทำงานของเรามากน้อยเพียงใด
ความสามารถด้านไหนที่ได้คะแนนสูงสุดห้าอันดับแรก คือความเก่งที่เราควรจะเลือกคู่หนึ่งขึ้นมาเป็นความเก่งหลัก และความเก่งเสริมในการงานของเรา ซึ่งจะจับคู่ไหนขึ้นกับบริบทของงานของเรา แต่ให้ยึดหลักไว้ว่า ให้จับคู่ที่ส่งเสริมกันและกัน อย่าเลือกที่ไปคนละทิศคนละทาง เลือกเก่งงานเทคนิค ต้องจับคู่กับเก่งสื่อสารกับคนอื่น เลือกเก่งด้านการบริหาร ก็ต้องจับคู่กับความเก่งในการสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นในหมู่บุคลากรพร้อมกันไปด้วย
ลองนึกดูว่านักบริหารฝีมือดีที่สร้างกลยุทธ์ได้สุดยอด แต่ลูกน้องไม่เอาด้วยนั้น ผลลัพธ์จากการบริหารจะออกมาเป็นอย่างไร ผู้บริหารเดินหน้าสารพัดกลยุทธ์ แต่ลืมดูสารทุกข์สุกดิบของพนักงาน ในยามข้าวยากหมากแพง หัวหน้าใช้เงินตามสารพัดกลยุทธ์เป็นว่าเล่น แต่ลูกน้องต้องรัดเข็มขัดจนเงินล่วงเวลาหายโบนัสหด ผลงานที่ได้แทบไม่ต่างไปจากการใช้เชลยศึก มาสร้างทางรถไฟสมัยสงครามโลก
คู่ความเก่งที่เราเลือกมาพัฒนาให้ตัวเราเก่งมากขึ้นนั้น ควรเป็นความเก่งที่อยู่คนละกลุ่มของความเก่งที่จำเป็นสำหรับการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่การวางตัว ความสามารถในการทำงาน การทำให้บรรลุผล การสื่อสารกับคนอื่น และการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เลือกคู่ความเก่งได้ง่ายขึ้น ก็ให้ลองเลือกความเก่งสักสองเรื่องจากความเก่งทั้งห้าด้านนี้ เลือกเก่งด้านการสร้างนวัตกรรม เพื่อให้งานบรรลุผลโดดเด่นขึ้น ก็ต้องจับคู่กับเก่งเรื่องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่เช่นนั้นทำนวัตกรรมมาได้ก็จริง แต่คนอื่นไม่ยอมเปลี่ยนจากของเดิมมาใช้ของใหม่ เลือกได้แล้วก็ลองหาวิธีการทำให้สิ่งที่เรากำลังทำได้ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีกมากๆ แม้จะไม่ถึงสิบเท่าเหมือนยักษ์ใหญ่ไอทีนั้นก็ตาม การทำให้ดีขึ้นนั้นต้องไม่ใจร้อน ค่อยๆ ทำไปอย่างมีขั้นตอน มีการวางแผนงาน และมีการวัดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การวางตัวเพื่อตระเตรียมรับความโดดเด่น เด่นแล้วต้องวางตัวให้ไม่ไปขวางหูขวางตาคนอื่น ลดอัตตาว่าฉันเก่งกว่าใครในเรื่องนี้ลงไปบ้าง ลดมโนลงไปมากๆ ไม่เช่นนั้นยิ่งเก่งแทนที่จะยิ่งโดดเด่น จะกลายเป็นยิ่งเก่ง ยิ่งน่าเกลียดชังไปแทน

