วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำแหน่งของไทยในการท่องเที่ยวจีน

เมื่อพูดถึงนักท่องเที่ยวจีนแล้ว ทุกวันนี้นับว่าเป็นพระเอกสำหรับประเทศไทยทีเดียว

แล้วนางเอกของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นไทยอย่างแน่นอนหรือไม่ หรือจะเป็นใครกันแน่ เราจึงต้องมาดูการศึกษาล่าสุดของ ดร.อัครพงศ์ อั้นทอง ที่ได้ทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งพบว่า

นอกจากประเทศในอาเซียนแล้ว ประเทศไทยยังเผชิญกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญในเอเชียตะวันออกอย่าง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น (ไม่นับรวม ฮ่องกง และมาเก๊า เนื่องจากเป็นหนึ่งในเขตปกครองพิเศษของจีน) โดยทั้ง 3 ประเทศเป็นหนึ่งในสิบจุดมุ่งหมายที่คนจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว (Euromonitor, 2013) ในปี 2557 คนจีนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศทั้งสามรวมกันกว่า 12.5 ล้านคน และมีสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 50.30 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอาเซียน +3 (นับรวมประเทศคู่แข่งที่สำคัญในเอเชียตะวันออก ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น) โดยในช่วงปี 2552-2557 คนจีนเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 65.88, 60.01 และ 33.86 ตามลำดับ (ตารางที่ 1)

ตารางที่ 2 เป็นผลการศึกษาความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดนักท่องเที่ยวจีนของอาเซียน +3  พบว่า ในปี 2552 เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม ญี่ปุ่น สหภาพพม่า และสิงคโปร์ มีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดนักท่องเที่ยวจีน (มีค่า NCAR มากกว่า 0) ต่อมาในปี 2557 เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเวียดนาม ยังคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดนักท่องเที่ยวจีน ส่วนที่เหลือสูญเสียความได้เปรียบจากตลาดนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันในปีดังกล่าว   

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่า NCAR ระหว่างประเทศ พบว่า ตำแหน่งความได้เปรียบในการแข่งขันของแต่ละประเทศในปี 2552 และ 2557 มีความแตกต่างค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับการวิเคราะห์เฉพาะประเทศในอาเซียน โดยประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีลำดับความได้เปรียบในการแข่งขันดีขึ้นมากที่สุด ขยับจากลำดับที่ 11 ในปี 2552 (จาก 12 ลำดับ) เป็นลำดับที่ 4 เรียงตามค่า NCAR ในปี 2557 ขณะที่สิงคโปร์กลับเป็นประเทศที่มีลำดับความได้เปรียบในการแข่งขัน ลดลงมากที่สุดเช่นเดียวกัน จากลำดับที่ 4 ในปี 2552 เป็นลำดับที่ 11 ในปี 2557

สำหรับข้อมูลในคอลัมน์ “การเปลี่ยนแปลงของ CAR” แสดงให้เห็นว่า ในช่วงปี 2552-2557 มีเพียงประเทศเกาหลีใต้และไทยเท่านั้น ที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยอยู่ในสถานการณ์ “ดาวรุ่ง” เนื่องจากสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ได้มากกว่าการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในอาเซียน +3 ส่วนสหภาพพม่าเป็นประเทศเดียวที่ตกอยู่ในสถานการณ์ “เสียโอกาส” หรือสูญเสียความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน เพราะความไม่พร้อมด้านการรองรับ ซึ่งสวนทางกับการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนในอาเซียน +3  สำหรับประเทศที่เหลือตกอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า “คว้าไม่ทัน” เนื่องจากมีความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนต่ำกว่าอาเซียน +3

สรุปได้ว่า ไทยเป็นดาวรุ่งในตลาดจีน แต่จะแซงเกาหลีใต้กับไต้หวันได้คงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะ 2 ประเทศนี้ได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ เนื่องจากอยู่ใกล้กับจีนมากกว่าเรา แต่ถ้าไทยจะหันไปมุ่งตลาดในภาคตะวันตกของจีนแทน ก็อาจจะพอเป็นไปได้