เดือนที่แล้วผมตอบรับคำเชิญธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นองค์ปาฐกงานดินเนอร์ทอล์ค
ปิดการสัมมนา “เสถียรภาพระบบการเงิน” ของธนาคารแห่งประเทศไทยกับภาคเอกชน ซึ่งผมได้พูดในประเด็นเสถียรภาพการเงินระยะยาว วันนี้ก็อยากจะแชร์ความเห็นของผมในเรื่องนี้ ให้แฟนคอลัมน์ "เศรษฐศาสตร์บัณฑิต” ทราบ
เสถียรภาพของระบบการเงิน มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ เพราะระบบการเงินเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ เป็นตัวกลางที่เชื่อมการออมของประชาชนกับการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกสร้างการเติบโตของประเทศ ดังนั้น ทุกครั้งที่ระบบการเงินมีปัญหา ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่เศรษฐกิจก็จะถูกกระทบ ในกรณีรุนแรงที่ระบบการเงินเกิดปัญหาเชิงวิกฤติ คือ ไม่มีความเข้มแข็งเชิงระบบ ขาดสภาพคล่องและขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง การเติบโตของเศรษฐกิจก็จะถูกกระทบรุนแรงตามไปด้วย
ดังนั้น ในทุกประเทศที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สังเกตุได้ว่าระบบการเงินของประเทศจะเกิดปัญหาไปด้วย ล่าสุดกรณีกรีซก็เช่นกัน ที่ปัญหาเศรษฐกิจส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบธนาคารพาณิชย์ของประเทศ และทางการต้องพยายามทุกอย่างให้ระบบธนาคารของประเทศสามารถทำงานต่อไปให้ได้ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก
ด้วยเหตุนี้ การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน จึงเป็นนโยบายสำคัญ โดยเป้าหมายก็คือ ดูแลให้ระบบการเงินของประเทศมีเสถียรภาพไม่เกิดวิกฤติ เพราะถ้าระบบการเงินขาดเสถียรภาพหรือเกิดปัญหาขึ้นมา การแก้ไขปัญหามักใช้เวลา และเศรษฐกิจก็จะถูกกระทบมาก ดังนั้น ในแง่นโยบาย การรักษาระบบการเงินให้มีเสถียรภาพจึงสำคัญ จะยอมให้ความไม่มีเสถียรภาพเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องพยายามหลีก เลี่ยงในทุกกรณี
แต่การรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน โดยเฉพาะเสถียรภาพระยะยาวก็มีความท้าทาย เห็นได้จากวิกฤติที่เกิดขึ้นบ่อยในระบบเศรษฐกิจการเงินโลก เนื่องจาก
หนึ่ง ระบบการเงินไม่ได้อยู่โดยเอกเทศ ที่เสถียรภาพของระบบเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง แต่ระบบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ ดังนั้น เสถียรภาพของระบบการเงินจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ในเรื่องนี้ใครที่เข้าใจการทำงานของระบบเศรษฐกิจ คงทราบดีว่าเศรษฐกิจในระยะยาวจะเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรมีขึ้นมีลงตามวัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle) วัฏจักรดังกล่าวเป็นความผันผวนที่กระทบการทำงานของระบบการเงิน ดังนั้น โจทย์การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินคือ ทำอย่างไรให้ระบบการเงินมีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น (resilient) พอที่จะรองรับแรงกระทบจากความผันผวนของวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยไม่ทำให้ระบบการเงินขาดเสถียรภาพจนเกิดเป็นวิกฤติ
เรื่องที่สองที่ท้าทายคือ ระบบการเงินโดยพื้นฐานแล้วคือธุรกิจ เป็นธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และตลาดทางการเงินอื่นๆ เมื่อเป็นธุรกิจ กลไกการขับเคลื่อนระบบการเงิน ก็คือการแสวงหากำไรเพื่อประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นประโยชน์ของบุคคล เป็นประโยชน์ส่วนตน (Private interest) ขณะที่เสถียรภาพของระบบการเงินเป็นเรื่องส่วนรวม เป็นผลประโยชน์ของระบบ เป็นประโยชน์ของเศรษฐกิจโดยรวม (Public interest) นี่คือจุดไม่เชื่อมต่อหรือ disconnect ระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ที่ทำให้การรักษาเสถียรภาพระบบการเงินในแง่นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องท้าทาย คือทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ส่วนรวมหรือเสถียรภาพของระบบการเงินเกิดขึ้นท่ามกลาง Motive หรือกลไกธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยประโยชน์ส่วนตน
สาม ธุรกิจการเงินมีความเป็นพิเศษมากกว่าธุรกิจอื่นๆ เพราะเป็นธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจหรือ Trust คือ ความไว้วางใจที่ลูกค้าและประชาชนมีต่อสถาบันการเงิน นำเงินหรือทรัพย์สินของตนเองไปฝากหรือให้สถาบันการเงินดูแล ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะถ้าขาด Trust ขาดความเชื่อมั่น ธุรกิจการเงินคงเติบโตยาก ประเด็นนี้ทำให้นัยของเสถียรภาพระบบของการเงินจึงมีมิติเกินกว่าความเข้มแข็งของฐานะทางการเงินอย่างเดียว เพราะมีมิติเรื่องความเชื่อมั่นที่ต้องดูแลด้วย ทำให้การรักษาเสถียรภาพทางระบบการเงินจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องฐานะพร้อมไปกับเรื่องความเชื่อมั่น
ความท้าทายในทั้งสามเรื่องนี้ เมื่อรวมกับผลที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและประชาชน เมื่อระบบการเงินเกิดปัญหา ทำให้การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องเป็นภาระร่วมของทุกฝ่าย ไม่ใช่เป็นหน้าที่เฉพาะของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคมที่ต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้น นี่คือสาระหลักที่ผมได้ให้ความเห็นไป คือ เสถียรภาพระบบการเงินเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่ทุกฝ่ายในระบบเศรษฐกิจการเงินจะต้องทำหน้าที่รักษา โดย
รัฐบาล หน้าที่สำคัญก็คือ ต้องดำเนินนโยบายการเงินการคลังของประเทศอย่างมีวินัย ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ในด้านการคลัง รัฐบาลต้องไม่ใช้จ่ายเกินตัว ไม่ก่อหนี้มากจนประเทศไม่สามารถชำระหนี้ได้และเกิดเป็นวิกฤติ ด้านนโยบายการเงินก็ไม่ควรลดดอกเบี้ยมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจนเกิดการเก็งกำไร เกิดปัญหาฟองสบู่นำ ไปสู่วิกฤติ นี่คือบทบาทของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
หน่วยงานกำกับดูแล หน้าที่สำคัญของหน่วยงานกำกับดูแลก็คือ ออกระเบียบและเกณฑ์กำกับดูแลสถาบันการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมตรวจสอบการทำธุรกิจของสถาบันการเงิน ให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบการเงินของประเทศ อันนี้เป็นหน้าที่หลัก เพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบที่จะมีต่อระบบการเงิน และที่สำคัญพอๆ กันคือ ต้องมีกลไกหรือเครื่องมือทางนโยบาย ที่สามารถป้องกันและแก้ไขสถานการณ์เชิงวิกฤติในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเข้าแทรกแซงสถาบันการ เงินที่มีปัญหาได้ทันเวลา ป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามจนกระทบความเชื่อมั่น กรณี ESM ของยุโรปเป็นตัวอย่างที่ดีของกลไกเหล่านี้
สถาบันการเงิน เองต้องมีหน้าที่ที่ต้องบริหารจัดการให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องฐานะ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของคณะกรรมการสถาบันการเงิน ที่มีหน้าที่กำกับดูแลกิจการของสถาบันการเงิน ในประเด็นนี้สิ่งที่กรรมการสถาบันการเงินต้องตระหนักก็คือในหลายวิกฤติที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจการเงินโลกที่ผ่านมา เช่น กรณีวิกฤติซัพไพร์ม ปี 2008 สาเหตุสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้วิกฤติเกิดขึ้นก็คือ ความบกพร่องในการกำกับดูแลของคณะกรรมการสถาบันการเงินนำไปสู่การทำธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง จนเกิดปัญหาฐานะและลามไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นของระบบการเงิน
ดังนั้น การรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการ ของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ที่ต้องทำหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงินตามหลักธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเฉพาะในสี่เรื่องที่สำคัญต่อธุรกิจการเงิน คือ ยุทธศาสตร์ธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน และการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้บริหาร ในหลายสถาบันการเงินที่เกิดปัญหาการจ่ายผลตอบแทนที่ผิดพลาด ได้สร้างแรงจูงใจให้ฝ่ายบริหารทำธุรกิจที่เสี่ยงเกินไป เพราะมุ่งแต่กำไรระยะสั้นและโบนัส โดยไม่พิจารณาถึงความเสี่ยงที่จะมีต่อธุรกิจในระยะยาว
ท้ายสุดคือ หน้าที่ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับระบบการเงิน เช่น ลูกค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นรายย่อย พนักงาน ที่ต้องทำหน้าที่ลูกค้า นักลงทุน และผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเข้มแข็ง เป็นกลไกช่วยตรวจสอบการทำหน้าที่ของสถาบันการเงินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในสถาบันการเงิน
ทั้งหมดนี้คือหน้าที่ร่วมกัน ดังนั้น เสถียรภาพของระบบการเงินระยะยาว จึงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นหน้าที่ร่วมกันของทั้งระบบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ต้องช่วยกันทำให้เกิดขึ้น






