ปีนี้มีงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต อย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับจีน
นายกรัฐมนตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และนายกฯโจวเอินไหล ลงนามในเอกสารสำคัญที่ศาลาประชาชนกลางกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1975
แต่น้อยคนจะรู้ว่าปีนี้ต้องฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการเปิด “ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประชาชนกับประชาชนไทย-จีน” ด้วย
เพราะเมื่อเดือนธันวาคมปี 1955 มีการลงนามในเอกสารฉบับหนึ่งระหว่างคุณสังข์ พัธโนทัย กับตัวแทนของจีนที่กรุงย่างกุ้งของประเทศพม่า โดยที่ไม่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ทางการของไทย
โดยมีนายกรัฐมนตรีอูนุ ของพม่าขณะนั้น เป็นคนกลางที่เชื่อมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนอย่างลับ ๆ
แต่นั่นคือ “การทูตราชการลับ” ระหว่างคุณสังข์ที่ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทน” ไม่เป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ป. พิบูลสงคราม กับนายกฯโจวเอินไหล ขณะนั้น ทั้ง ๆ ที่นโยบายทางการของรัฐบาลไทยจะอยู่ข้างสหรัฐที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัวก็ตาม
คุณสังข์ พัธโนทัย เป็นทั้งผู้นำสหภาพแรงงาน นักหนังสือพิมพ์ และที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี เป็นนักยุทธศาสตร์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่มองเห็นความสำคัญที่จะต้องเปิดประตูสร้างสัมพันธ์กับจีน ภายใต้การนำของประธาน เหมาเจ๋อตุง และ นายกฯโจวเอินไหล อีกทางหนึ่ง
แต่เพราะจุดยืนทางการของไทยขณะนั้นคือ อยู่ข้างสหรัฐ ต่อต้านคอมมิวนิสต์จีน การจะหาช่องทางสร้างสัมพันธ์กับจีนอีกด้านหนึ่ง จึงต้องทำด้วยวิธีลับ โดยที่คุณสังข์เสนอตัวต่อนายกฯ ไทยว่าจะทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนไม่เป็นทางการ” เพื่อเปิด “การทูตประชาชนต่อประชาชน” (people-to-people diplomacy)
นายกฯ จอมพล ป. บอกคุณสังข์ให้ทำเรื่องจีนอย่างไม่เป็นทางการได้ โดยต้องไม่เอารัฐบาลไทยไปเกี่ยวข้องเป็นอันขาด เพราะโดยทางการแล้วไทยกับสหรัฐ เป็นพันธมิตรต่อต้านคอมมิวนิสต์จีน
คนที่ย้อนประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญนี้ได้ดีที่สุดต้องเป็น คุณสิรินทร์ (แดง) พัธโนทัย ลูกสาวของคุณสังข์ เพราะเธอถูกคุณพ่อส่งไป (พร้อมพี่ชายคือคุณวรรณไว พัธโนทัย) ไปอยู่กับนายกฯโจวเอินไหล ที่ปักกิ่งเพื่อเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ทั้ง ๆ ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทั้งในแง่ส่วนตัวและทางการเมือง
นั่นคือที่มาของหนังสือ “มุกมังกร” (Dragon’s Pearl) ของคุณสิรินทร์ ที่เขียนเล่าชีวิต 15 ปีที่อยู่เมืองจีนภายใต้การดูแลส่วนตัวของนายกฯโจวเอินไหล ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ
วันนี้ คุณสิรินทร์และคุณวรรณไว เป็นเพียงไม่กี่คนในโลก ที่เคยสัมผัสกับผู้นำรุ่นแรกของจีนใหม่ ภายใต้การนำของเหมาเจ๋อตุง และโจวเอินไหล และยังมีชีวิตอยู่เพื่อจะบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของจีน
สำหรับคนไทยเรื่องราวที่คุณสิรินทร์ บันทึกและลำดับรายละเอียดของ “การทูตลับ...ประชาชนต่อประชาชน” เป็นฉากสำคัญที่มักจะขาดหายไปในการย้อนดูเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสร้างสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทย
ผมจึงขอสัมภาษณ์คุณสิรินทร์เป็นพิเศษสำหรับ “ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น” เพื่อลำดับเรื่องราวที่นำไปสู่การลงนามในเอกสารที่เปิดทางความสัมพันธ์ “ประชาชนต่อประชาชน” ระหว่างจีนคอมมิวนิสต์กับไทยที่กรุงย่างกุ้งเมื่อ 60 ปีก่อน
เพราะถ้าไม่มีเอกสารชิ้นนั้น ก็อาจจะไม่มีการลงนามเปิดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเมื่อ 40 ปีก่อนเช่นกัน
ติดตามเรื่องราวลี้ลับมหัศจรรย์แห่ง “การทูตราชการลับ” หรือที่ผมเรียกว่า “The Siamese Secret Mission” จากปากคำของ “คนวงใน” จริง ๆ ใน “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” 22.30 น. วันเสาร์และอาทิตย์นี้





