วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อ! ‘ผู้นำ’ ถูกนินทา

ปากแข็ง เสียงแข็ง เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “ไม่เอาแล้ว ไม่ตอบแล้ว” แถมบอกด้วยว่าสื่อเขียนกันเอง นี่เป็นเหตุการณ์เมื่อประมาณวันศุกร์ที่ผ่านมา

 วันนี้ดูเหมือนท่าทีเริ่มเปลี่ยนไป จริงๆแล้วเรื่องนี้หากไม่มีมูลอะไรออกมา คงไม่มีใครเอามาพูดถึงหรือเขียนถึงเป็นแน่นอน แต่ก็เห็นใจ เรื่องอย่างนี้หากจะพูดมากไป จะกลายเป็น “ไก่ตื่น”ไปได้ จึงไม่แปลกที่นายกฯประยุทธ์ บอกตอนนี้ว่า “ไม่มี” แต่ “ไส้ใน” เท่านั้นที่เป็นคำตอบแท้จริง 

เรื่องนี้จริงไม่จริงไม่รู้  รู้แต่ว่ามีการพูดกันไปถึงขั้นเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจยกแผง พูดต่อไปอีกว่าเอาคนนั้นออก เอาคนนี้เข้า หนักไปกว่านี้ยังพูดกันถึงบุคคลที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งที่ปรับออกเสียด้วยซ้ำ เรื่องอย่างนี้ไม่รู้ว่าคนที่เล่า นอนฝันแล้วตื่นเช้าขึ้นมาหยิบมาเล่าหรืออย่างไร เดิมทีคิดอย่างนี้เหมือนกัน 

แต่พอเห็นข่าว เห็นคอลัมนิสต์ เขาหยิบยกบางช่วง บางตอนที่คนในรัฐบาลที่เป็นถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไปพูดในงาน CEO FORUM ที่บางกอกคลับ  เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อ่านแล้วเรียกว่า “ขนหัวลุก” ไม่คิดว่าจะมีการพูดบรรยายสรรพคุณ  หัวหน้ารัฐบาลอย่างนายกฯ ประยุทธ์ ซะขนาดนั้น ช่างกล้าเสียเหลือเกิน   

แม้ถ้อยคำที่คอลัมนิสต์และสื่อนำมาเผยแพร่ ไม่ได้เหมือนกันเสียทุกถ้อยคำ แต่ความหมายไม่ต่างกันเสียเลย ถ้าจะบอกว่าเศรษฐกิจดีไม่ดี ดูเหมือนยังไม่เท่าไหร่ แต่พอมีประโยค “ที่ตั้งใจบ่นผ่านนักธุรกิจระดับ CEO โดยเฉพาะประโยคที่ระบุว่า นายกฯ ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ แล้วยังนำไปพูดไปตอบนักข่าวทุกเรื่อง” ว่ากันว่าถ้อยคำอย่างนี้ทำเอานายแบงก์และ CEO ที่เข้าร่วมคงงงเป็น“ไก่ตาแตก”สำหรับผู้ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนกับเรื่องทำนองนี้ 

ทว่าเรื่องนี้เป็นจริงอย่างที่มีการนำมาเผยแพร่ ซ้ำร้ายแถมมีคลิปเสียง ส่งถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้วจริง เรื่องนี้บอกได้เลยน่าจะเป็นฉนวน เพิ่มอุณหภูมิร้อนแรงให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไร

   มีคนพูดกันมากมายว่า นายกฯประยุทธ์ มักถูก“นินทา”อยู่ร่ำไปในทุกๆที่ ที่มีโอกาสได้ระบาย ทั้งที่โล่งและที่ลับ มี“นินทา”หลายเรื่องหลายราวทั้งเรื่องของการทำงาน  ความรู้ความสามารถ เขาว่ากันว่าเรื่องนายกฯถูก“นินทา” ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น รู้แต่ว่ามีมาอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า“นินทา”ในภาษาเดียวกันทั้ง “ลูกพี่ลูกน้อง” มีโอกาสที่ไหนเรียกว่าอัดไม่ยั้งปาก  

ส่วนนายกฯประยุทธ์ เรียกว่า “ถูกปรามาสมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วัน จึงไม่ถือเป็นครั้งแรก แต่น่าจะเป็นเวลาสุกงอม ที่จะนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีได้อย่างไม่ต้องเหลียวหลังแลหน้า ไม่ต้องห่วงไม่ต้องเกรงใจ“ผู้พี่”อีกแล้ว”

     จริงๆ ถ้าจะปรับคณะรัฐมนตรี ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียหายหรือเสียหน้าอะไรทั้งนั้น หากต้องการปรับเพื่อให้การบริหารงานมันเดินหน้าได้ ให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไรนักหนา แน่นอนการปรับคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตาม ย่อมมีทั้งผู้ที่ดีใจ และเสียใจ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ประเทศชาติต่างหากที่ไม่สามารถทำให้อยู่ในสภาพ “เสียใจกับใครได้” การขับเคลื่อนประเทศจำเป็นต้องเดินหน้า 

เอาเถอะ..วันนี้ คงไม่มีใครกล้าที่จะออกมายืนยัน หรือกล้าที่จะบอกว่าขอลาออกจากตำแหน่งหรือขอเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี เชื่อว่าทุกคนอยู่ในอาการ“สงวนตัว” ฉะนั้นสื่อเสนออะไรออกไปเรื่องนี้ ไม่พ้นที่จะถูกด่า ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง

     แต่ยังไงก็ตาม วันนี้เชื่อว่านายกฯประยุทธ์เอง ก็พอจะมองออกแล้วใครมีฝีไม้ลายมือบริหารงานอย่างไร ใครควรอยู่ใครควรไป เมื่อถึงเวลาที่ต้องปรับคณะรัฐมนตรี ที่สำคัญในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องมองเรื่องของการ“ตอบแทนบุญคุณ”ใดๆทั้งสิ้น  

การบริหารงานที่ผ่านมาของรัฐบาลเชื่อว่านายกฯประยุทธ์ คงจะพอมองเห็นแล้วจุดอ่อนจุดแข็ง  การทำงานของรัฐมนตรีเป็นทีมหรือฉายเดี่ยว  ฉะนั้นหากต้องปรับคณะรัฐมนตรีขึ้นในไม่ช้า รอบนี้อาจเป็นการพิสูจน์ฝีมือ นายกฯประยุทธ์ ในการเลือกผู้คนเข้ามาก็เป็นได้